กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่


๑ มกราคมวันแรกของปีนี้ ...


ผมได้พาครอบครัวมาเที่ยวอุตรดิตถ์บ้านเกิดของผม โชคดีที่มีโอกาสได้แวะไปเยือน “ลับแล” เมืองแห่งตำนานแม่ม่ายด้วย

ลับแล...เป็นเหมือนเพื่อนเก่าแก่คนหนึ่งของผม ซึ่งครั้งสุดท้ายที่ได้พบเจอกันนั้น นานแค่ไหน ?  ....ผมจำไม่ได้จริงๆ  

บางที... ถ้าให้ลองตั้งใจนั่งนับวันเวลาดีๆ อาจจะนานถึง 20 ปีเลยทีเดียว  !!

Lab-Lae1.jpg

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^


“ลับแล” ...เป็นอำเภอเล็กๆ ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองอุตรดิตถ์ เพียง 9 กิโลเมตร

เป็นชุมชนโบราณที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาแล้ว “ลับแล” มีชื่อเสียงมาช้านานในด้านแหล่งผลิตสินค้าหัตถกรรมอันเลื่องชื่อ เช่น

ผ้าซิ่นตีนจก ไม้กวาด และเป็นแหล่งปลูก ลางสาด ที่ว่ากันว่าหวานที่สุดในประเทศอีกด้วย

อ้อ !...ลับแล ยังเป็นอำเภอเดียวของอุตรดิตถ์ที่ “อู้คำเมือง” หรือพูดภาษาเหนือด้วยนะครับ

Lab-Lae2.jpg

TOP


ก่อนไปลาดตะเวนถ่ายรูป ต้องแวะไหว้...อนุสาวรีย์พระศรีพนมมาศ เสียก่อน

ท่านเป็นอดีตนายอำเภอลับแล ในสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๕ (พ.ศ. 2405-2465)

และเป็นผู้วางผังสร้างบ้านแปลงเมือง ปูพื้นฐานอาชีพจนสร้างความเจริญให้กับลับแลมาจนถึงทุกวันนี้

(ผมเพิ่งทราบว่า..ในอดีตปี พ.ศ. 2444 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ก็ทรงเคยเสด็จมาประพาสที่เมืองลับแลแห่งนี้ด้วยนะครับ)

Lab-Lae3..jpg

TOP


เกริ่นประวัติ “ลับแล...เมืองแม่ม่าย” ให้ทราบกันสักนิดนะครับ...

คำว่า “ลับแล” นั้น ตามข้อสันนิษฐานของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ บันทึกไว้ว่า
ชาวลับแลปัจจุบัน...เดิมคงสืบเชื้อสายมาจากชาวเมืองแพร่และน่าน(ที่อยู่เขตติดต่อกันกับอุตรดิตถ์)
ซึ่งหนีพวกกบฏเงี้ยวมาตั้งชุมชนอยู่บริเวณนี้ (ประมาณ ปีพ.ศ. 2445)
เพราะภูมิประเทศของลับแลส่วนใหญ่ จะเป็นป่าทึบและภูเขาสลับซับซ้อน สามารถใช้หลบซ่อนตัวจากข้าศึกศัตรูได้เป็นอย่างดี

บางตำราก็สันนิษฐานว่า..สมัยก่อนคงเป็นเมืองที่การเดินทางไปมาไม่สะดวกเส้นทางคดเคี้ยว ทำให้คนที่ไม่ชำนาญทางพลัดหลงได้ง่าย
จนได้ชื่อว่า เมืองลับ-แล ซึ่งแปลว่า มองไม่เห็น มีเรื่องเล่ากันว่าคนมีบุญเท่านั้นจึงจะเดินทางเข้าไปถึงเมืองลับแลได้

Lab-Lae29.jpg

TOP

แต่คำเล่าขานจนกลายเป็นสโลแกนของเมืองลับแลที่เรารู้จักกันดี ก็คือตำนานที่เล่าว่า…
มีชายหนุ่มคนหนึ่ง หลงป่าแต่โชคดีได้ไปพบสาวสวยเดินออกมาจากป่าทึบ จึงเกี้ยวพาราสีจนนางรักและหลงเชื่อพาเข้าไปเที่ยวในเมืองด้วย  
ซึ่งว่ากันว่าเป็น “เมืองลับแล” ที่มั่งคั่งอุดมสมบูรณ์แต่ลี้ลับคนภายนอกไม่สามารถจะเข้าไปในเมืองได้ และมีแต่ผู้หญิงเท่านั้น
เพราะชาวเมืองลับแลจะเป็นผู้ยึดมั่นในศีลธรรม และมีกฏว่า ห้ามพูดโกหกหลอกลวงกัน (ผู้ชายเลยอยู่ไม่ได้ไง๊ ฮิฮิ)

ต่อมาทั้งสองเกิดความรักใคร่จึงได้แต่งงานกันจนมีลูกชาย 1 คน วันหนึ่งหญิงสาวผู้เป็นภรรยาไม่อยู่บ้าน
ลูกชายเกิดร้องไห้หาแม่ไม่ยอมหยุด ชายหนุ่มผู้เป็นพ่อจึงปลอบลูกว่า “แม่มาแล้วๆ” เพื่อให้ลูกหยุดร้องไห้
ชาวบ้านได้ยินจึงพาขับไล่ชายหนุ่มผู้นั้นออกจากเมืองทันทีตามกฎที่มีมาช้านาน ส่วนภรรยาก็เสียใจแต่เกรงว่าสามีจะได้รับความลำบาก
จึงแอบเอา “ของสำคัญ” ใส่ในย่ามอาหารให้สามีโดยกำชับว่าให้ถึงบ้านค่อยเอาออกมาดู
ระหว่างทางเขารู้สึกหนักจึงเอาออกมาดูก็เห็นเป็นขมิ้นเต็มถุงย่ามจึงเอาขว้างทิ้งเกือบหมด

พอกลับถึงบ้านจึงเล่าเรื่องราวเมืองลับแลให้ญาติพี่น้องฟัง พร้อมกับยืนยันคำพูดด้วยการเอาขมิ้นที่เหลือติดถุงย่ามอยู่แง่งเดียวออกมาให้ดู
ปรากฏว่าขมิ้นนั้นกลายเป็น ทองคำ ทั้งหมดจึงชวนกันออกไปตามเก็บขมิ้นที่ขว้างทิ้งระหว่างทางและพยายามหาทางเข้าเมืองลับแล
แต่ก็ไม่มีใครสามารถเข้าไปได้อีกเลย เป็นตำนาน “ลับแล...เมืองแม่ม่าย” ที่เล่าต่อๆกันมาจนทุกวันนี้
Lab-Lae4.jpg

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

TOP


เอาละ...เกริ่นมานานเด๋วจะหลับกันซะก่อน... เข้าเรื่องซะที ฮิฮิ

ช่วงนั้นใกล้เที่ยงพอดี อากาศกำลังร้อนสุดๆ ชาวเกาะอีก 9 ชีวิตทั้งลูกเด็กเล็กแดงพากันวิ่งเข้าเซเว่นฯกันหมด !!?
อ๊ะ! ถ้างั้นโอกาส(ถ่ายรูป)ของผมก็มาถึงแล้วซิ !!

Lab-Lae5.jpg

TOP


ครั้งแรก.... ผมอดแปลกใจ (และอดดีใจ)ไม่ได้ !?

ที่ได้เห็น "ลับแล" เพื่อนเก่าคนนี้..ยังไม่เปลี่ยนแปลงไปมากมายอย่างที่คิดและอย่างที่ผมทำใจไว้เลย

Lab-Lae13.jpg

TOP


เพราะปัจจุบัน... เมืองหรือชุมชนเก่าๆที่มีเสน่ห์แบบนี้ของเมืองไทย

ทั้ง อัมพวา สามชุก หรือ เชียงคาน ต่างถูกรุมทึ้งจนน่าเป็นห่วงกันไปหมดแล้ว !?

Lab-Lae14.jpg

TOP


ภาพชีวิตของผู้คน... ที่คุ้นหู-คุ้นตาอยู่ในความทรงจำของผม ยังคงมีให้ได้เห็นเช่นเคย

Lab-Lae12.jpg

TOP


สังคมค้าขายแบบตลาด ห้องแถวไม้ ก็ยังคงมีให้ได้เห็นอยู่ทั้งสองข้างทาง

Lab-Lae8.jpg

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

TOP


แม้บางครั้ง..อาจจะดูสงบ หรือเงียบเหงาไปบ้างกว่าสมัยก่อน

Lab-Lae10.jpg

TOP


แต่ผมเอง...กลับรู้สึก มีความสุข อย่างบอกไม่ถูก ? ...ที่ ลับแล ยังคงเป็นอยู่อย่างนี้

Lab-Lae9.jpg

TOP


ทั้งหมดเป็นเพียงมุมมองและความรู้สึกส่วนตัวของผมนะครับ ที่อาจจะดูธรรมดาๆในสายตาของหลายคนๆที่คุ้นเคย "ลับแล" กันอยู่บ้าง

Lab-Lae15.jpg

TOP


แต่อารมณ์ที่ได้กลับมาเจอ "เพื่อนเก่า" ของผมที่ห่างเหินกันมานานเป็นสิบๆปี

แล้วได้มาเห็นว่าเค้ายังคงเหมือนเดิม ...มันก็อดดีใจไม่ได้จริงๆ...

Lab-Lae19.jpg

TOP


แม้ว่าวันข้างหน้า "เพื่อนเก่า" ของผมคนนี้ ...จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดก็ตาม

Lab-Lae20.jpg

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

TOP

กลับไปยังรายบอร์ด