Board logo

ชื่อกระทู้: ศิลาดล: เครื่องเคลือบสีเขียวไข่กา [สั่งพิมพ์]

ผู้โพสต์: lonely..pentaxi    เวลา: 2017-2-15 15:42     ชื่อกระทู้: ศิลาดล: เครื่องเคลือบสีเขียวไข่กา

วันนี้เอาถ้วย โถ กาน้ำชา ออกมาถ่ายรูป อยู่ในกลุ่มเครื่องเคลือบสีเขียว
และเอาความรู้เรื่อง ศิลาดล หรือ เซ ลา ดอน  (celadon)มาให้อ่านกันด้วยครับ
       
ผลิตภัณฑ์ศิลาดล
ดร. คชินท์ สายอินทวงศ์

คำว่าศิลาดลหมายถึงผลิตภัณฑ์เซรามิกที่มีสีเขียวหยก มีสีเขียวไข่กา มาจากคำว่า "ศิลา" และ "ดล" เป็นคำภาษาสันสกฤต แปลว่าเคลือบบนหิน หรือเคลือบหิน
00-IMGP2648.JPG
2017-2-15 15:40

00-IMGP2658.JPG
2017-2-15 15:41


รูปภาพที่แนบมา: 00-IMGP2648.JPG (2017-2-15 15:40, 504.86 KB) / ดาวน์โหลดแล้ว 0
http://www.fotobug.net/forum/attachment.php?aid=26331&k=b3f316337dc54536d1dc1273bfc027e4&t=1594189997&sid=F579Ti



รูปภาพที่แนบมา: 00-IMGP2658.JPG (2017-2-15 15:41, 607.22 KB) / ดาวน์โหลดแล้ว 0
http://www.fotobug.net/forum/attachment.php?aid=26332&k=74a8f1d756eb92d4d71de64c5c206401&t=1594189997&sid=F579Ti


ผู้โพสต์: lonely..pentaxi    เวลา: 2017-2-15 15:47

ใช้กล้อง pentax k30 กับ pentax ks1 เลนส์ DA 16-50 mm
แต่สำหรับคำทั่วไปที่ใช้เรียกผลิตภัณฑ์ชนิดนี้คือ "เซลาดอน" ซึ่งมีที่มาหลายอย่าง อาจจะหมายถึงผลิตภัณฑ์ซึ่งหุ้มด้วยหยก ภาษาฝรั่งเศส ใช้เรียก เคลือบสีเขียวของภาชนะดินเผาจากทางตะวันออกที่เคลือบบนเนื้อดินปั้นชนิดเนื้อสโตนแวร์และพอซ์สเลน ทางตะวันตกเชื่อกันว่าคำนี้มาจากชื่อของคนเลี้ยงแกะที่ชื่อ เซลาดอน (Celadon) ซึ่งสวมเสื้อคลุมสีเขียวอมเทาในละครที่ได้รับความนิยมมากในคริสต์ศตวรรษที่ 17 คือ D'Urfe's Romance of Astree ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับเคลือบเขียวที่ดูสวยงามและมีคุณค่าของจีน กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในยุโรป
00-IMGP2652.JPG
2017-2-15 15:46

00-IMGP2660.JPG
2017-2-15 15:46


รูปภาพที่แนบมา: 00-IMGP2652.JPG (2017-2-15 15:46, 352.91 KB) / ดาวน์โหลดแล้ว 0
http://www.fotobug.net/forum/attachment.php?aid=26333&k=ae7f948396a1b0104d1b99711ca9cf33&t=1594189997&sid=F579Ti



รูปภาพที่แนบมา: 00-IMGP2660.JPG (2017-2-15 15:46, 485.71 KB) / ดาวน์โหลดแล้ว 0
http://www.fotobug.net/forum/attachment.php?aid=26334&k=95b8184a30a4d7897b16bca2ec21fe93&t=1594189997&sid=F579Ti


ผู้โพสต์: lonely..pentaxi    เวลา: 2017-2-15 15:51

สีเขียวไข่กา น่าจะเกิดจากสีเขียว+สีฟ้า  ออกมาเป็นเขียวอมฟ้า  แต่ โถ กา แต่ละอันสีไปเขียวบ้าง ฟ้าบ้าง
ในกลุ่มของผู้ผลิตเครื่องปั้นดินเผาในปัจจุบันได้นำคำว่า "เซลาดอน" มาใช้อย่างแพร่หลาย โดยให้คำจำกัดความว่า เครื่องปั้นดินเผาเซลาดอน หมายถึง เครื่องปั้นดินเผาชนิดเนื้อแกร่ง เคลือบด้วยน้ำเคลือบที่ทำจากเถ้าถ่านจากไม้และหินฟันม้า ซึ่งมีส่วนผสมของแร่เหล็กและเผาในอุณหภูมิสูงถึง 1,250 องศาเซลเซียส กระบวนการเผาของผลิตภัณฑ์เซลาดอนจะเผาในบรรยากาศแบบ Reduction คือการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์โดยออกซิเจนมีสัดส่วนน้อยกว่าเชื้อเพลิงซึ่งตรงกันข้ามกับวิธีการเผาแบบ Oxidation ซึ่งเป็นการเผาที่มีส่วนของอากาศให้มากกว่าเชื้อเพลิง
00-IMGP2664.JPG
2017-2-15 15:50

00-IMGP2682.JPG
2017-2-15 15:50


รูปภาพที่แนบมา: 00-IMGP2664.JPG (2017-2-15 15:50, 534.42 KB) / ดาวน์โหลดแล้ว 0
http://www.fotobug.net/forum/attachment.php?aid=26335&k=477c6bde1f106b0fa125f41d69950773&t=1594189997&sid=F579Ti



รูปภาพที่แนบมา: 00-IMGP2682.JPG (2017-2-15 15:50, 515.97 KB) / ดาวน์โหลดแล้ว 0
http://www.fotobug.net/forum/attachment.php?aid=26336&k=51e67673f34fbc8d12687a1839f01d3f&t=1594189997&sid=F579Ti


ผู้โพสต์: lonely..pentaxi    เวลา: 2017-2-15 15:53

โดยปกติออกซิเจนในอากาศเป็นตัวช่วยในการเผาไหม้ได้ดี โดยสัดส่วนของทั้งเชื้อเพลิงและอากาศพอเหมาะกัน ถ้าเชื้อเพลิงมากอากาศน้อยทำให้เกิดเป็นกาซคาร์บอนมอนออกไซด์ อาจเกิดเขม่าควันไฟได้ ถ้ามากเกินไปคาร์บอนมอนออกไซด์ที่เหลือจากการเผาไหม้นี้จะดึง ออกซิเจนในน้ำยาเคลือบออกมาทำปฏิกิริยาทำให้การเผาไหม้สมบูรณ์ นี่คือวิธีการเผาแบบรีดักชั่นและมีผลทำให้สีเคลือบเปลี่ยนไปจากที่ควรเป็นด้วย ก่อให้เกิดสีเขียวจากเหล็กที่ถูกรีดิวส์ให้เกิดสีเขียวไข่กาแบบเครื่องสังคโลกของสุโขทัย สีเขียวที่ว่านี้ได้จากเหล็กออกไซด์ คือ Fe2O3 ซึ่งตามปกติถ้าผ่านการเผาแบบเติมออกซิเจน (Oxdation Firing) จะให้สีตั้งแต่เหลืองครีมจนถึงน้ำตาลเข้มสุดแท้แต่ชนิดของน้ำยาเคลือบและปริมาณมากน้อยของเหล็กออกไซด์ แต่การเปลี่ยนจากสีน้ำตาลเป็นสีเขียวไข่กานั้นก็เนื่องมาจากการเผาแบบรีดักชั่นนั่นเองซึ่งในสมัยโบราณใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิงปัจจุบันอาจใช้น้ำมัน แก๊ส หรือแม้แต่เตาไฟฟ้า ก็อาจทำให้บรรยากาศในเตามีสภาพคล้าย Reduction ได้ สีเขียวไข่กาประกอบด้วย Shade ต่างๆ ตั้งแต่สีเขียวใส เขียวอมฟ้า เขียวอม เทาแก่อ่อนไม่สู้คงตัวนัก แต่ก็จัดอยู่ในประเภทเขียวทั้งสิ้น ทั้งนี้เนื่องจากน้ำยาเคลือบสังคโลกโบราณนั้นผสมจากเถ้าไม้ และดิน ซึ่งในปัจจุบัน ได้มีการวิเคราะห์ทางเคมี พบว่า ในเถ้าไม้และพืชบางชนิดมีสารประกอบของ Sillica,Alumina,Alkaliess (Sodium, Potassium), Calcium ตามเปอร์เซ็นต์มากน้อยต่างกัน นอกจากนี้ยังเหล็กออกไซด์ (Ferrica) และอย่างอื่นผสมอยู่เล็กน้อย
00-IMGP2673.JPG
2017-2-15 15:52


รูปภาพที่แนบมา: 00-IMGP2673.JPG (2017-2-15 15:52, 407.01 KB) / ดาวน์โหลดแล้ว 0
http://www.fotobug.net/forum/attachment.php?aid=26337&k=eacb2a8154e04a31250cc8105b0bb50e&t=1594189997&sid=F579Ti


ผู้โพสต์: lonely..pentaxi    เวลา: 2017-2-15 15:54

การเปลี่ยนสีจากน้ำตาลเป็นเขียวนั้นเป็นการเปลี่ยนรูปจาก Ferric State เป็น Ferrous State และสีเขียวที่แตกต่างกันไปบ้างนั้นขึ้นอยู่กับบรรยากาศ ในเตาเผาวัตถุดิบทางเคลือบปริมาณมากน้อยของ Ferric Oxide ปริมาณของออกไซด์ในวัตถุดิบที่ใช้ทำน้ำยาเคลือบและเนื้อดินปั้นที่แตกต่างกันจะส่งผลถึงลักษณะของเคลือบอย่างหนึ่งคือ การรานตัว (Crazing) ซึ่งเกิดจากการที่สัมประสิทธิ์การขยายตัวเนื่องจากความร้อนของเนื้อดินกับสีเคลือบมีค่าที่แตกต่างกัน โดยสีเคลือบมีค่าสูงกว่าเนื้อดินอยู่พอสมควร
00-IMGP2687.JPG
2017-2-15 15:53

00-IMGP2697.JPG
2017-2-15 15:54


รูปภาพที่แนบมา: 00-IMGP2687.JPG (2017-2-15 15:53, 474.81 KB) / ดาวน์โหลดแล้ว 0
http://www.fotobug.net/forum/attachment.php?aid=26338&k=2a81e4c37aa27bc71c01adb326dead9c&t=1594189997&sid=F579Ti



รูปภาพที่แนบมา: 00-IMGP2697.JPG (2017-2-15 15:54, 539.65 KB) / ดาวน์โหลดแล้ว 0
http://www.fotobug.net/forum/attachment.php?aid=26339&k=8161b298efb9ffa5f643321b3618be67&t=1594189997&sid=F579Ti


ผู้โพสต์: lonely..pentaxi    เวลา: 2017-2-15 15:55

การรานตัวหรือการแตกลายงานั้น หากในน้ำยาเคลือบมีปริมาณของ Na2O สูงทำให้สัมประสิทธิ์การขยายตัวเนื่องจากความร้อนของน้ำเคลือบสูงกว่าเนื้อดินอย่างมากทำให้เกิดการรานได้ทั้งละเอียดและทั้งหยาบ การรานตัวนี้ถือว่าเป็นความสวยงามของเคลือบอย่างหนึ่ง แต่ไม่เหมาะสำหรับใช้เป็นภาชนะใส่อาหารรับประทาน เพราะอาหารจะซึมซับสะสมตามรอยรานได้ง่าย การรานของผิวเคลือบทั่วๆ ไป อาจตกแต่งให้เห็นรอยราน ชัดเจนได้ โดยวิธีทาน้ำยาสีละเอียด ให้ซึมลงในรอยราน แล้วนำไปเผาให้สีติดอีกครั้งหนึ่ง หรืออาจนำผลิตภัณฑ์เคลือบออกจากเตาขณะยังร้อน แล้วใช้สีชนิดที่เป็นไขเช็ดลงบนผิวเคลือบ ความร้อนจะช่วยละลายไข ให้ซึมลงในรอยรานอย่างเร็ว ในกรณีนี้ไม่มีการเผาซ้ำอีก หรืออาจใช้น้ำหมึกสีต่างๆโดยเฉพาะสีดำทาลงบนผิวภาชนะหรืออาจเป็นยาขัดรองเท้า น้ำมันเครื่องที่ใช้แล้วก็ได้เช่นกัน เมื่อสีซึมลงในรอยรานแล้วก็เช็ดทำความสะอาดภาชนะนั้น
00-IMGP2691.JPG
2017-2-15 15:55


รูปภาพที่แนบมา: 00-IMGP2691.JPG (2017-2-15 15:55, 529.31 KB) / ดาวน์โหลดแล้ว 0
http://www.fotobug.net/forum/attachment.php?aid=26340&k=b1ce912cdef7f21333e39de5664d9dc9&t=1594189997&sid=F579Ti


ผู้โพสต์: lonely..pentaxi    เวลา: 2017-2-15 15:57

เครื่องเคลือบดินเผาสีเขียวของจีนมีชื่อเสียงมากในราชวงศ์ซ้อง ค.ศ. 960-1279 โดยเฉพาะที่เตาลุงชวน (Lung-Chuan) ในมณฑลซีเกียงอันใช้เนื้อดินปั้นละเอียดสีขาว เพิ่มความสดใสของเคลือบดูกระจ่างมีความลึก เป็นที่กล่าวขวัญกันว่า เคลือบจากเตาลุงชวนนี้ให้ความรู้สึกนุ่มเนียนประดุจกำมะหยี่ เป็นที่รู้จักกันมากในนามของ เคลือบเซลาดอน (Celadon) วิธีตกแต่งผิวดินที่ทำมากคือ การแกะลายลึกในเนื้อดินปั้น ทำให้น้ำเคลือบขังในตัวลายมากกว่าบนพื้นเกิดลายสีเข้ม ซึ่งเป็นวิธีการตกแต่งแบบเดียวกับเครื่องสังคโลกของไทย อันมีเนื้อดินปั้นสีคล้ำ เคลือบสังคโลกสีเขียวไข่กานั้นก็คือเคลือบเซลาดอนนั่นเองเตาเผาเซลาดอนในจีนมิได้มีเพียงเตาลุงชวน หากแต่ยังมีในมณฑลโฮนาน ซึ่งเป็นมณฑลทางเหนือของจีน ใกล้เมืองไคเล็งฟู
00-IMGP2699.JPG
2017-2-15 15:56

00-IMGP2706.JPG
2017-2-15 15:56


รูปภาพที่แนบมา: 00-IMGP2699.JPG (2017-2-15 15:56, 549.31 KB) / ดาวน์โหลดแล้ว 0
http://www.fotobug.net/forum/attachment.php?aid=26341&k=6576c99e98215c215c8a9a5c87c6a009&t=1594189997&sid=F579Ti



รูปภาพที่แนบมา: 00-IMGP2706.JPG (2017-2-15 15:56, 547.73 KB) / ดาวน์โหลดแล้ว 0
http://www.fotobug.net/forum/attachment.php?aid=26342&k=1bf943a65150d0d2c84e6d1ae4239e4c&t=1594189997&sid=F579Ti


ผู้โพสต์: lonely..pentaxi    เวลา: 2017-2-15 15:58

เคลือบเซลาดอนของจีนให้อิทธิพลแก่งานเคลือบของเกาหลีเป็นอย่างมาก ซึ่งเกาหลีจะใช้วิธีการเคลือบ Celadon ทับลงบนเนื้อดินที่ถมช่องลายด้วยน้ำดินสีข้นๆ มีทั้งสีดำและสีขาว ส่วนเนื้อดินปั้นมักเป็นสีออกเทา หลังการเผาจะได้ผลเป็นสีโทนเดียวกันเนื่องจากสีเขียวใสคลุมพื้นภาชนะทั้งหมดทำให้ได้น้ำหนักของสีเป็นสีเขียวอ่อนตรงที่ตกแต่งด้วยดินสีขาว เขียวเข้ม ดำ ตรงน้ำดินสีดำ และเขียวกลางตรงเนื้อดินปั้น
00-IMGP2702.JPG
2017-2-15 15:57


รูปภาพที่แนบมา: 00-IMGP2702.JPG (2017-2-15 15:57, 540.67 KB) / ดาวน์โหลดแล้ว 0
http://www.fotobug.net/forum/attachment.php?aid=26343&k=0c3d18fdd9aa5359d6fa96d9d38048c2&t=1594189997&sid=F579Ti


ผู้โพสต์: lonely..pentaxi    เวลา: 2017-2-15 15:59

อิทธิพลทางเครื่องเคลือบดินเผาของจีนได้ให้อิทธิพลแก่โลกอย่างมากนับแต่คริสต์ศตวรรษที่ 9 เป็นต้นมา โดยเข้าสู่ยุโรป ตลอดคาบสมุทรอินโดจีน ตามหมู่เกาะต่างๆ ตลอดจนแนวตะวันออกเฉียงใต้ โลกอาหรับ แม้กระทั่งเมืองทางฝั่งตะวันออกของแอฟริกา เช่น เมืองซานซีบาร์ การที่จีนสามารถแผ่อิทธิพลทางเครื่องเคลือบดินเผาอย่างกว้างใหญ่ไพศาลนั้น แสดงว่าจีนต้องมีความแกร่งและเชี่ยวชาญในการผลิตผลงาน แม้จะเชื่อกันว่าความรู้เรื่องเคลือบดั้งเดิมบางชนิดเข้าสู่จีนจากทางเมโสโปเตเมีย (ตะวันออกกลาง) ก็ตาม แต่จีนก็สามารถได้รับการยกย่องเป็นผู้นำในกระบวนการต่างๆ ของเทคนิคเครื่องเคลือบดินเผามาตลอด จนถึงระยะเสื่อมในราวคริสต์ศตวรรษที่ 19 ซึ่งตรงกับราชวงศ์เช็ง ตัวอย่างเช่น จีนเป็นผู้นำการผลิตเซลาดอนต่างๆ มีความรู้ความเข้าใจทางความงามและเทคนิคการเคลือบลักษณะต่างๆ ซึ่งเด่นมากของสมัยราชวงศ์ซ้อง ในคริสต์ศตวรรษที่ 12 จีนสามารถคิดประดิษฐ์ลายครามได้ตั้งแต่สมัยราชวงศ์หยวน ในคริสต์ศตวรรษที่ 13-14 จีนสามารถคิดค้นน้ำยาเขียนสีซึ่งเป็นชนิดเดียวกับเครื่องเบญจรงค์ของไทย การใช้สีเขียนเป็นทางนำไปสู่รูปแบบใหม่ๆ ของการใช้สีสดใส นับแต่สมัยราชวงศ์เหม็ง ในคริสต์ศตวรรษที่ 15 เป็นต้นมา
00-IMGP2708.JPG
2017-2-15 15:58

00-IMGP2715.JPG
2017-2-15 15:59


รูปภาพที่แนบมา: 00-IMGP2708.JPG (2017-2-15 15:58, 549.7 KB) / ดาวน์โหลดแล้ว 0
http://www.fotobug.net/forum/attachment.php?aid=26344&k=6509ea77a351a9d3c81d5188190ff267&t=1594189997&sid=F579Ti



รูปภาพที่แนบมา: 00-IMGP2715.JPG (2017-2-15 15:59, 513.46 KB) / ดาวน์โหลดแล้ว 0
http://www.fotobug.net/forum/attachment.php?aid=26345&k=b3fa547fe7080032adc0a193c7a5d349&t=1594189997&sid=F579Ti


ผู้โพสต์: lonely..pentaxi    เวลา: 2017-2-15 16:01

การทำเครื่องปั้นดินเผาในภาคเหนือของไทยมีมานานแล้ว หลักฐานเก่าที่พบ ได้แก่เครื่องปั้นดินเผาหริภุญไชยในเขตลำพูน อันเป็นวัฒนธรรมทวารวดีตอนปลายประมาณพุทธศตวรรษที่ 12 ลงมา แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของศิลปวัฒนธรรมในอดีตบนดินแดนแถบนี้ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักแพร่หลายกันดี ได้แก่ เครื่องปั้นดินเผาที่มีอายุหลังลงมาประมาณพุทธศตวรรษที่ 17 อันเป็นสมัยของแคว้นสุโขทัยและล้านนาในภาคเหนือตอนบนพบแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาหลายแห่ง เช่น ที่ อ.สันกำแพงจ.เชียงใหม่ ซึ่งเรียกกันในชื่อเฉพาะว่าเครื่องปั้นดินเผาสันกำแพง
00-IMGP2713.JPG
2017-2-15 16:00

00-IMGP2722.JPG
2017-2-15 16:00


รูปภาพที่แนบมา: 00-IMGP2713.JPG (2017-2-15 16:00, 589.84 KB) / ดาวน์โหลดแล้ว 0
http://www.fotobug.net/forum/attachment.php?aid=26346&k=440a845e1a701823e6442cdff0fcc976&t=1594189997&sid=F579Ti



รูปภาพที่แนบมา: 00-IMGP2722.JPG (2017-2-15 16:00, 684.13 KB) / ดาวน์โหลดแล้ว 0
http://www.fotobug.net/forum/attachment.php?aid=26347&k=b3437ce25a2207082df8e816f7e1a2e4&t=1594189997&sid=F579Ti


ผู้โพสต์: lonely..pentaxi    เวลา: 2017-2-15 16:03

ด้วยเหตุที่แต่ละท้องถิ่นจะมีลักษณะของผลงานแตกต่างกันไป นอกจากนี้ยังมีเครื่องปั้นดินเผาเวียงกาหลง ซึ่งพบที่อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย เครื่องปั้นดินเผาพะเยา จ.พะเยา ตามแหล่งโบราณคดีเหล่านี้ได้พบซากเตาเผาและเศษเครื่องปั้นดินเผาอยู่ทั่วไป เชื่อว่าเป็นการผลิตขึ้นมาเพื่อใช้กันอยู่ในท้องถิ่นแต่ก็คงเป็นสินค้าแลกเปลี่ยนระหว่างชุมชนต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียงกันด้วยเพราะได้พบหลักฐานเครื่องปั้นดินเผาจำนวนมากตามเทือกเขาสูงแนวพรมแดนไทย-พม่า ในเขต อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ และจ.ตาก หนึ่งในจำนวนนั้น เป็นเครื่องปั้นดินเผาจากเตาสันกำแพง
00-IMGP3110.JPG
2017-2-15 16:02

00-IMGP3121.JPG
2017-2-15 16:03

00-IMGP3132.JPG
2017-2-15 16:03


รูปภาพที่แนบมา: 00-IMGP3110.JPG (2017-2-15 16:02, 463.28 KB) / ดาวน์โหลดแล้ว 0
http://www.fotobug.net/forum/attachment.php?aid=26348&k=baa6912973e36c22b586bbf38dfd1739&t=1594189997&sid=F579Ti



รูปภาพที่แนบมา: 00-IMGP3121.JPG (2017-2-15 16:03, 531.28 KB) / ดาวน์โหลดแล้ว 0
http://www.fotobug.net/forum/attachment.php?aid=26349&k=472ced8a5426ed6ab279fc50d44446b8&t=1594189997&sid=F579Ti



รูปภาพที่แนบมา: 00-IMGP3132.JPG (2017-2-15 16:03, 464.28 KB) / ดาวน์โหลดแล้ว 0
http://www.fotobug.net/forum/attachment.php?aid=26350&k=0c2aee55fadd9158f07a6aea424980c3&t=1594189997&sid=F579Ti


ผู้โพสต์: lonely..pentaxi    เวลา: 2017-2-15 16:05

เมื่อพิจารณาถึงความเจริญรุ่งเรืองของศิลปวัฒนธรรมล้านนาตั้งแต่ต้นราชวงศ์มังรายลงมาอันมีหลักฐานทางสถาปัตยกรรมประติมากรรม วรรณคดี ฯลฯ ก็ไม่น่าสงสัยว่าเครื่องปั้นดินเผาในล้านนาคงจะเจริญรุ่งเรืองเช่นเดียวกับศิลปวัฒนธรรมอื่นๆเพียงแต่ขาดการขุดค้นศึกษาอย่างจริงจัง ทำให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับเครื่องปั้นดินเผาล้านนาไม่กระจ่าง
00-IMGP3111.JPG
2017-2-15 16:04

00-IMGP3125.JPG
2017-2-15 16:04


รูปภาพที่แนบมา: 00-IMGP3111.JPG (2017-2-15 16:04, 467.39 KB) / ดาวน์โหลดแล้ว 0
http://www.fotobug.net/forum/attachment.php?aid=26351&k=a0aefa975ae53abbdcbddbcde6873b99&t=1594189997&sid=F579Ti



รูปภาพที่แนบมา: 00-IMGP3125.JPG (2017-2-15 16:04, 591.43 KB) / ดาวน์โหลดแล้ว 0
http://www.fotobug.net/forum/attachment.php?aid=26352&k=867a28d726e9725afceebd61df26c41d&t=1594189997&sid=F579Ti


ผู้โพสต์: lonely..pentaxi    เวลา: 2017-2-15 16:07

เซลาดอนเชียงใหม่ยุคปัจจุบันได้กำเนิดขึ้นมาประมาณเมื่อกว่า 80 ปีมาแล้ว โดยชาวไทยใหญ่เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในเมืองเชียงใหม่ ซึ่งไม่ทราบประวัติแน่ชัดว่าอพยพมาจากรัฐฉานในประเทศพม่าหรือมาจากถิ่นใด ชาวไทยใหญ่เหล่านี้ ตั้งบ้านเรือนและเตาทำเครื่องปั้นดินเผาขึ้นมาเป็นงานหัตถกรรมพื้นบ้านหรือกิจการในครอบครัว โดยเจ้าของเตาลงมือปั้นเองเผาเองเครื่องปั้นดินเผาที่ผลิตขึ้นมาเป็นสิ่งของที่ใช้ในชีวิตประจำวันของชาวเชียงใหม่สมัยนั้น ได้แก่ กระถางสำหรับแช่ข้าวนึ่ง (ข้าวเหนียว) หรือคนเมืองเหนือ เรียกว่า "หม้อข้าวพม่า" เป็นกระถางเคลือบขนาดย่อมๆ ใช้สำหรับแช่ข้าวเหนียวใส่น้ำค้างคืนเพื่อนึ่งในตอนเช้า เป็นสิ่งของที่ใช้กันทั่วไปในภาคเหนือ นอกจากนั้นก็ยังมีการทำพานใส่เมี่ยง (ใบชาหมักกินเป็นของว่าง) ถ้วยรองขาตู้ กระถางต้นไม้ เป็นเครื่องปั้นดินเผาชนิดเนื้อดินหยาบ โดยใช้ดินเหนียว (Ball Clay)ผสมกับดินทนไฟ (Fried Clay) ด้วยวิธีการผสมและเตรียมดินแบบพื้นบ้านขึ้นรูปเป็นชิ้นงานด้วยการใช้การปั้นบนแป้นหมุน โดยใช้แรงงานคนเป็นผู้หมุนแป้น ส่วนน้ำยาเคลือบนั้นเป็นน้ำเคลือบขี้เถ้าไม้ (Ash Glaze) ซึ่งได้มาจากขี้เถ้าไม้มะก่อตาหมู และขี้เถ้าไม้รกฟ้าผสมกับดินหน้านาเผาออกเป็นสีเขียวอ่อนแบบน้ำเคลือบเซลาดอน (Celadon) เตาที่ใช้เป็นเตามังกร ที่ใช้ไม้ฟืนเป็นเชื้อเพลิง การเผาเตาต้องใช้ความชำนาญมากเพราะความร้อนภายในเตาจะไม่เท่ากันกล่าวคือ อุณหภูมิระหว่างบริเวณภายใน เตาด้านหน้า กลางเตา หลังเตา และส่วนที่ติดปล่องไฟจะมีความแตกต่างกันมาก จึงนิยมวางเครื่องปั้นดินเผาที่ต้องการเคลือบไว้ในบริเวณส่วนหน้าตลอดเข้าไปถึงตรงกลางของเตา เพราะเป็นบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงพอเหมาะต่อการเคลือบเซลาดอนส่วนบริเวณหลังหรือท้ายๆ เข้าไปในเตาจนถึงส่วนที่เป็นปล่องไฟอุณหภูมิจะต่ำกว่า จึงใช้วางเผาภาชนะที่ไม่เคลือบหรือเครื่องปั้นดินเผาเนื้อแดง เช่น กระถางต้นไม้ต่างๆ การควบคุมอุณหภูมิในเตา ต้องใช้การสังเกตดูแสงไฟจากรูข้างเตาเผาเพื่อดูอุณหภูมิที่ต้องการ
00-IMGP3143.JPG
2017-2-15 16:05

00-IMGP3146.JPG
2017-2-15 16:06

00-IMGP3155.JPG
2017-2-15 16:07


รูปภาพที่แนบมา: 00-IMGP3143.JPG (2017-2-15 16:05, 426.36 KB) / ดาวน์โหลดแล้ว 0
http://www.fotobug.net/forum/attachment.php?aid=26353&k=e57929625b24eef2bb7caa545524d943&t=1594189997&sid=F579Ti



รูปภาพที่แนบมา: 00-IMGP3146.JPG (2017-2-15 16:06, 440.79 KB) / ดาวน์โหลดแล้ว 0
http://www.fotobug.net/forum/attachment.php?aid=26354&k=4fad244c97e4a820b73993db3fd70093&t=1594189997&sid=F579Ti



รูปภาพที่แนบมา: 00-IMGP3155.JPG (2017-2-15 16:07, 460.49 KB) / ดาวน์โหลดแล้ว 0
http://www.fotobug.net/forum/attachment.php?aid=26355&k=87406615195b05ce3d622c2e4dac9911&t=1594189997&sid=F579Ti


ผู้โพสต์: lonely..pentaxi    เวลา: 2017-2-15 16:14

โถใส่ใบพลูชิ้นนี้เป็นของคุณย่า จำได้ว่าตอนเด็กเวลาไปเยี่ยมจะเห็นใส่ใบพลูไว้และมีฝาปิด  ฝาบิดไปไหนแล้วก็ไม่รู้  สภาพเสื่อมไปตามเวลา
00-IMGP2731.JPG
2017-2-15 16:09

00-IMGP2734.JPG
2017-2-15 16:10

00-IMGP2736.JPG
2017-2-15 16:10


รูปภาพที่แนบมา: 00-IMGP2731.JPG (2017-2-15 16:09, 373.9 KB) / ดาวน์โหลดแล้ว 0
http://www.fotobug.net/forum/attachment.php?aid=26356&k=455c875cca7755a1359431a2e1c74fff&t=1594189997&sid=F579Ti



รูปภาพที่แนบมา: 00-IMGP2734.JPG (2017-2-15 16:10, 426.41 KB) / ดาวน์โหลดแล้ว 0
http://www.fotobug.net/forum/attachment.php?aid=26357&k=49ef5e85654fe5918286f65ba1ae13f5&t=1594189997&sid=F579Ti



รูปภาพที่แนบมา: 00-IMGP2736.JPG (2017-2-15 16:10, 444.93 KB) / ดาวน์โหลดแล้ว 3
http://www.fotobug.net/forum/attachment.php?aid=26358&k=0b00908b4a56cfc4ea9f6ac42d7f99c2&t=1594189997&sid=F579Ti


ผู้โพสต์: lonely..pentaxi    เวลา: 2017-2-15 16:22

กาน้ำชาชุดนี้ออกสี เขียวปนเหลือง  สีเพทาย ไม่รู้ว่ายังจะเรียก ศิลาดล หรือเปล่า
00-IMGP3160.JPG
2017-2-15 16:20

00-IMGP3170.JPG
2017-2-15 16:21


รูปภาพที่แนบมา: 00-IMGP3160.JPG (2017-2-15 16:20, 507.49 KB) / ดาวน์โหลดแล้ว 0
http://www.fotobug.net/forum/attachment.php?aid=26359&k=5e6dfa985d82acb3d0327f06dbc95e8a&t=1594189997&sid=F579Ti



รูปภาพที่แนบมา: 00-IMGP3170.JPG (2017-2-15 16:21, 557.18 KB) / ดาวน์โหลดแล้ว 0
http://www.fotobug.net/forum/attachment.php?aid=26360&k=03c0e36964d6788c3151a9e33f4bbd07&t=1594189997&sid=F579Ti


ผู้โพสต์: lonely..pentaxi    เวลา: 2017-2-15 16:26

“ เขียวไข่กา ”มันคืออะไร ไขปัญหาด้วยการเปิดพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 พบความหมายของคำว่าเขียวไข่กาอยู่สองความหมาย ความหมายหนึ่งหมายถึงชื่อเครื่องปั้นดินเผาเซลาดอนสมัยสุโขทัย ซึ่งใช้สีเขียวปนครามอ่อน ส่วนอีกความหมายระบุว่า หมายถึงสีเขียวปนครามอ่อน

แล้วไข่กาสีอะไร ผมเองก็ไม่เคยเห็นกลับตา มาถึงตอนนี้เราเลยไปค้นคว้าเรื่องไข่ของกา ว่าเป็นสีเดียวกับที่เรียกว่าเขียวไข่กาหรือเปล่า เพราะเราก็คุ้นเคยกับเปลือกไข่ที่มีสีขาวและสีครีม (สีไข่ไก่) หรือเป็นจุดลายๆ แบบไข่นกกระทาเท่านั้น ยังไม่เคยเห็นไข่ที่เป็นสีเขียวสักที

แต่เมื่อหาภาพไข่ของอีกามาจนได้ จึงได้ข้อสรุปว่า ไข่ของอีกานั้นมีสีเขียวปนครามแบบที่เรียกว่าเขียวไข่กาจริงๆ! สรุปได้สั้นๆ ว่าเขียวไข่กามีที่มาจากสีของไข่กา เช่นเดียวกับเขียวขี้ม้า และเขียวตองอ่อน อย่างที่คุณเข้าใจ
ดังนั้นกาน้ำชาชุดนี้ไม่ได้เป็น ศิลาดล
00-IMGP3164.JPG
2017-2-15 16:25

00-IMGP3172.JPG
2017-2-15 16:25


รูปภาพที่แนบมา: 00-IMGP3164.JPG (2017-2-15 16:25, 522.45 KB) / ดาวน์โหลดแล้ว 0
http://www.fotobug.net/forum/attachment.php?aid=26361&k=a90a2679c8c96294675067d96dbc7384&t=1594189997&sid=F579Ti



รูปภาพที่แนบมา: 00-IMGP3172.JPG (2017-2-15 16:25, 573.69 KB) / ดาวน์โหลดแล้ว 0
http://www.fotobug.net/forum/attachment.php?aid=26362&k=b17d8a9c076072348c0fa7fc67db595a&t=1594189997&sid=F579Ti


ผู้โพสต์: lonely..pentaxi    เวลา: 2017-2-15 16:31

การกำหนดอายุเครื่องสังคโลกจากหลักฐานที่ค้นพบเครื่องสังคโลกกับเครื่องถ้วยสีเขียวของจีนสมัยราชวงศ์หยวนในเรือที่จมใต้อ่าวไทยชื่อ เรือรางเกวียน กำหนดอายุประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ 19 และศึกษาเปรียบเทียบเครื่องสังคโลกกับเครื่องปั้นดินเผาจีนสมัยราชวงศ์หมิงที่พบที่ประเทศฟิลิปปินส์ ได้กำหนดเครื่องสังคโลกให้มีอายุระหว่างพุทธศตวรรษที่ 18-19 การผลิตเครื่องสังคโลกเริ่มสมัยสุโขทัย แต่ได้รับการส่งเสริมเป็นสินค้าออกและขยายการผลิตจำนวนมากในสมัยกรุงศรีอยุธยา การผลิตเครื่องสังคโลกลดลงตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 23 เหตุผลสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ตลาดการค้าสังคโลกเปลี่ยนแปลงคือ การที่จีนหวนกลับมาผลิตเครื่องลายครามน้ำเงิน-ขาว ซึ่ง
กลายเป็นที่นิยม และการค้าสมัยกรุงศรีอยุธยาเปลี่ยนแปลงไปตามข้อเรียกร้องของชาวตะวันตกที่มีบทบาททางการเมืองในภูมิภาคนี้

เครื่องถ้วยเคลือบสีเขียวไข่กา หรือ เซลาดอน ซึ่งตกแต่งลวดลายด้วยวิธีการขูดและขุดลายในเนื้อดินแล้วเคลือบทับ คล้ายคลึงกับเครื่องถ้วยจีนจากเตาหลงฉวน สมัยราชวงศ์ซุ้งตอนปลายถึงราชวงศ์หยวน (ประมาณพุทธศตวรรษที่ 19-20)
00-IMGP3187.JPG
2017-2-15 16:31


รูปภาพที่แนบมา: 00-IMGP3187.JPG (2017-2-15 16:31, 392.88 KB) / ดาวน์โหลดแล้ว 0
http://www.fotobug.net/forum/attachment.php?aid=26363&k=d076f8ad094c6fe37fdb979b55867cf2&t=1594189997&sid=F579Ti


ผู้โพสต์: lonely..pentaxi    เวลา: 2017-2-15 16:36

ชุดกาน้ำชา ขนาดเล็กทำไว้สำหรับโชว์ จะเห็นข้างกามีรอย  นั่นคือรอยพลาสเตอร์ใส ติดกันฝาตก จากด้านนึงไปอีกด้านนึง  เนื่องจากฝาตกแตกประจำ พอเวลาผ่านไปก็ทิ้งร่องรอยไว้
00-IMGP3193.JPG
2017-2-15 16:35

00-IMGP3198.JPG
2017-2-15 16:36


รูปภาพที่แนบมา: 00-IMGP3193.JPG (2017-2-15 16:35, 465.13 KB) / ดาวน์โหลดแล้ว 0
http://www.fotobug.net/forum/attachment.php?aid=26364&k=e68920c48ecbdad41a69aa33621b1c57&t=1594189997&sid=F579Ti



รูปภาพที่แนบมา: 00-IMGP3198.JPG (2017-2-15 16:36, 382.16 KB) / ดาวน์โหลดแล้ว 0
http://www.fotobug.net/forum/attachment.php?aid=26365&k=84081372636cc59ce18329afc07d228f&t=1594189997&sid=F579Ti






ยินดีต้อนรับสู่ fotoBUG (http://www.fotobug.net/forum/) Powered by Discuz! 7.2