กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่
ผมติดพ่อหมีไว้อยู่ที่กระทู้ http://www.fotobug.net/forum/vie ... =419
อันที่จริงผมยังอยู่ในช่วงลองผิดลองถูกอยู่นะครับ แต่ผมใจร้อนไปหน่อย จั่วหัวข้อว่า "วิถีแห่งรุ๊กกี้" คงเป็นการแชร์ประสบการณ์
ของมือใหม่อย่างผมชะมากกว่า เมื่อวานเลยจับกล้องพร้อมพาลูกสาวออกไปเดินเล่น เราก็ถ่ายไปเพื่อจะมาประกอบกระทู้
ปัญหาที่ผมเจอเป็นปัญหาเชิงซ้อนต้องแก้ไขด้วยหลายๆวิธีมาประกอบกัน ไม่ใช่เชิงเดี่ยวที่แก้ด้วยสูตรเดียวมาดูที่ทีผมรวบรวมได้นะดังนี้
1. อุปกรณ์
2. เทคนิคการถ่ายภาพ
3. ขั้นตอนการ Process
4. ศิลปะของการถ่ายภาพ
_MG_2015_rs.jpg
2010-11-29 11:59

  ภาพนี้เป็นเด็กข้างบ้านที่มาเล่นด้วยกันผมใช้ Canon :55-250mm IS ที่ F5.6 1/250sec ISO800 ที่ 100mm
วัดแสงแบบ Centerweighted average metering

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

คำถามที่รบกวนผมตลอดเวลาเมื่อผมได้กล้องตัวนี้มา คือทำอย่างไรภาพจึงคมชัด  ภาพจะใสเนียน
ผมว่าภาพที่ใสเนียนต้องมาจากความคมชัดเป็นจุดเริ่มต้น เบลอๆมาจะบอกว่าเนียนก็ไม่ใช่ ลองมาดูว่า
ต้องคมชัดมันต้องทำอย่างไร
1. อุปกรณ์ :
  ผมต้องบอกอย่างไม่ต้องพิสูจน์ว่า "อุปกรณ์ดี ภาพที่ได้ต้องคมชัด ใสเนียนแน่นอน" ไม่งั้นคงไม่มี
บริษัทค่ายดังๆออกเลนส์ L เลนส์ F2.8 มาหรอกเขาก็ใช้แต่ Kit กันทั้งเมือง
สำหรับผมที่ไม่มีรายได้จากการถ่ายภาพจะไปซื้อเลนส์เทพมาใช้ก็กระไรอยู่  ต้องทนใช้ Kit ไป
ดีหน่อยก็ของนอกค่าย Tamron
  แต่ Kit ใช่ว่าจะเลวร้าย ปัญหาคือเราจะดึงความสามารถที่มันมีอยู่ได้หรือไม่ อย่างที่ผมมี
Canon 18-55mm IS มีความคมชัดที่สุดที่ F ต่างๆดังนี้
ที่ 55 mm คมชัดที่ F11
   35 mm คมชัดที่ F8
   28 mm คมชัดที่ F5.6
   24 mm คมชัดที่ F4.0
   18 mm คมชัดที่ F3.5-F8
ถ้าเรารู้ว่ามันคมที่สุดตรงไหนก็ใช้ตรงนั้น
ผมมี Tamron 17-55mm F2.8 อีกตัวก็ต้องบอกว่ามันดีกว่า Canon 18-55mm IS
F4.0-5.6 แน่นนอนทั้งความคมและความใส
ดังนั้น "อุปกรณ์ดี ก็ต้องคมต้องใสครับ"

TOP

2. เทคนิคการถ่ายภาพ
ผมไปค้นจากสมุดโน๊ตที่จดบันทึกมาช่วงที่หาข้อมูลตอนได้กล้องมาใหม่ๆ ลองหาจากอินเตอร์เน็ต
แต่จำไม่ได้ว่ามาจากไหน จึงได้แต่โน๊ตสั้นๆ
  15 กรรมวิธีถ่ายภาพให้คมชัด
เดิมที่มีแค่ 10 ข้อนะผมเติมไปอีก 5 ข้อ
1. กดซัตเตอร์อย่างนิ่มนวล
  การกดซัตเตอร์กระแทกแรงๆเป็นผลให้กล้องเราสั่นได้ เมื่อกล้องสั่นก็ทำให้ภาพมันสั่นไหว ความคมชัดคงจะไม่มาเยือนเป็นแน่
แล้วต้องกดอย่างไรละถึงจะเรียกว่าอย่างนิ่มนวล?
  ก็บรรจงกดละท่าน ปุ่มมันคงไม่แข็งขนาดต้องใช้แรงมากๆ วิธีที่นิ่มนวลคงต้องใช้โหมดตั้งเวลา หรือให้สายลั่นซัตเตอร์แทน
TV2008041717224000-001.gif
2010-11-29 13:26
rs60-e3.jpg
2010-11-29 13:49

แต่นั่นละครับมันสำหรับถ่ายบนขาตั้งกล้อง ถ้าเราถ่ายด้วยมือธรรมดาๆละ โหมดตั้งเวลาคงไม่เหมาะ จะใช้สายลั่นก็ไปกันใหญ่
งั้นก็ไปพิงเสาหรือทาบกับก้อนหินก็แล้วกัน มันก็ไม่สะดวกอยู่ดี
งั้นเลียนแบบกล้องโปรก็แล้วกัน ไปหากริ๊ปมาใส่ ไม่ใช่ว่าอยากเท่ห์เหมือนโปรเขานะครับ มีกริ๊ปทำให้กล้องเราหนักขึ้นกดแรงๆ
มันก็สะเทือนน้อยลง ช่วยได้ระดับหนึ่งครับ แต่ที่ผมมีกริ๊ปก็ดีอีกอย่างหนึ่งคือมันมีที่ใส่ถ่าน AA สำรองเวลาแบตหมด ถ่าน AA
หาซื้อง่ายได้ทั่วไป หรือพกไว้ในกระเป๋าก็ไม่เสียหลาย
  เพราะฉะนั้นอยากได้ภาพที่ชัดก็กดซัตเตอร์เบาๆอย่างนิ่มนวลครับ
grip500.jpg
2010-11-29 13:45

TOP

2. โฟกัสให้ชัดก่อนแล้วจึงกดซัตเตอร์
  ข้อนี้น่าจะเป็นข้อแรกนะ แต่ก็ไม่เป็นไรเหมือนๆกัน  
"โฟกัสให้ชัดก่อนแล้วจึงกดซัตเตอร์" มันชัวร์อยู่แล้วครับถ้าโฟกัสไม่ได้มันก็ต้องเบลอแน่ๆ
กล้องทุกวันนี้ดีครับ มีระบบโฟกัสอัตโนมัติ จิ๊มแล้วก็กด ง่ายและสะดวก  ยิ่งถ้าใช้เลนส์ค่าย
นะโฟกัสได้เร็วเอามากๆ แถมกล้องเราก็มีโฟกัสได้ถึง 9 จุด เยอะมาก
  แต่ตอนแรกๆผมใช้โฟกัสทั้ง 9 จุดหมดเลย พอยกกล้องได้ก็กดแช่ไว้รอคอนเฟิร์มว่าโฟกัส
ได้ยัง ถ้าได้ก็กดซัตเตอร์เลย  ปัญหาก็เกิดสิครับ มัน 9 จุดเต็มจอเลยมันตรงไหนได้มันก็ยืนยัน
เลย กลายเป็นว่าโน้นไปชัดที่ฉากหลังโน้น นางแบบนั่งหน้าเบลออยู่ข้างหน้า
  ต่อมาก็มาใช้ตรงกลางจุดเดี่ยวปัญหาก็หมดไป ใช้โฟกัสตรงกลางจิ๊มไปยังจุดที่จะโฟกัส
เมื่อได้ก็กดซัตเตอร์เลย
canon_450d_vfdisp-001.jpg
2010-11-29 14:11

  มานึกในใจว่าเขาทำมาทำไมถึง 9 จุด มาถึงบางอ้อก็ตอนถ่ายภาพมาโคร พอดียืมเลนส์พี่ๆเขามา
ลองถ่ายดูเผื่อจะรุ่งด้านนี้บ้าง พอมาถ่ายจะใช้โฟกัสตรงกลางจุดเดียวไม่ได้ โดยปกติผมเล็งโฟกัสแล้ว
ล็อกไว้แล้วจัดองค์ประกอบใหม่ เมื่อได้แล้วจึงจดซัตเตอร์ แต่มาถ่ายมาโครมันไม่เป็นอย่างนั้น
วัดได้แล้วมาเบี่ยงหามุมใหม่ โฟกัสก็หลุดสิท่าน  จึงต้องหาโฟกัสจุดอื่นแทน ไอ้ 9 จุดนั้นก็เลย
มาใช้ตอนนี้ละ หลังจากนั้นผมก็มาใช้เทคนิคนี้กับถ่ายภาพทั่วไปไม่ใช่ว่าจะเป็นมาโครอย่างเดียว
เสียเวลานิดหน่อยแต่ก็ได้โฟกัสที่แม่นยำ ก็ลองนั่งนึกดูนะครับวัดโฟกัสตรงกลางแต่เบี่ยงให้อยู่
ตำแหน่งอื่น มันก็หลุดไม่มากก็น้อย ยิ่งถ้าเป็น F กว้างๆแล้วหลุดแน่ๆ
มาได้ผลพลอยได้อีกอย่างก็คือ มีเส้นนำสายตาบอกว่าจุดนั้นเป็นจุดตัด 9 ช่อง โอ้ว!ดี ภาพออก
มาจัดองค์ประกอบตรงเป๊ะเลย
9 ch.jpg
2010-11-29 14:19


ครับ...สรุปว่า ต้องโฟกัสให้เยี่ยมก่อนถึงจะได้ภาพที่ชัด

TOP

แก้ไขครั้งสุดท้าย: 2010-12-1 15:20 โดย naihoi

3. เลือก speed สูงๆเข้าไว้
เป็นเบสิกสุดๆ ที่ผมลืมเสียสนิทครับข้อนี้ หลงระเริงกับเลนส์ที่มีระบบกันสั่นอยู่นาน
บอกใครๆว่าเรามี IS นะถ่ายที่ไรก็เลือกแต่ speed 1/30 ถึง 1/60sec ถือกล้องได้ครับ
ไม่เบลอครับ

ถูกต้องครับ..... ไม่เบลอ
  แต่!    ไม่ชัดคม


เบสิคพื้นฐานเขาก็บอกไว้นะครับ

" ความเร็วซัตเตอร์ควรน้อยกว่า ส่วนกลับของระยะเลนส์"

  ผมมีเลนส์ 18-55mm ถ้าซูมที่ 50mm ก็ควรใช้ speed shutter น้อยกว่า 1/50
แต่กล้องผมเป็นกล้องตัวคูณ 1.6 ก็คูณเข้าไปอีก เป็น 1/80 sec เอาชัวร์ก็ 1/125 sec
ไปเลย

  เลนส์อีกตัวก็เป็น 55-250mm ปกติผมก็ใช้ต่ำกว่า 1/250 sec หรือ 1/500 sec
เอาชัวร์เข้าไว้

อย่างรูปแรกที่เปิดไว้ ที่ 100 mm ผมใช้ 1/250 ที่ F5.6 ช่วงเวลาที่ถ่ายจะอยู่ประมาณ
5-6โมงเย็น ผมเปิด iso ขึ้นเป็น 800 จนได้ความเร็วซัตเตอร์ที่ 1/250

มาถึงเลนส์ไวด์ 11-18mm ผมมาสังเกตุดูว่าถ่ายอย่างไรก็ชัด ก็ไม่ชัดได้อย่างไรที่ 18mm
มันก็ต้องการเพียง 1/30sec เท่านั้น ผมใช้ที่ก็ 1/125sec

ยิ่งมาถ่ายอะไรที่เคลื่อนที่อย่างเช่น รถแข่งหรือ นกบิน ต้องดัน speed สูงๆเข้าไว้ 2 เท่าของค่า
ปกติ
_MG_0977_rs.jpg
2010-12-1 15:20




ก็สรุปว่า....เลือกเลนส์ตัวไหนๆก็อัด speed สูงๆเข้าไว้ครับ ชัดแน่ๆ

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

TOP

แก้ไขครั้งสุดท้าย: 2010-12-1 15:22 โดย naihoi

4. หาขาตั้งกล้องมาใช้
ข้อนี้พิสูจน์ได้จากกระทู้ของพี่อ๊าตครับ "บันซ้าน"...ตลาดสดของคนภูเก็ต http://www.fotobug.net/forum/vie ... &extra=page%3D1
แบกขาตั้งกล้องไปถ่ายในตลาดเลย ไม่ชัดให้มันรู้ไป นี้ยังไม่พูดถึงถ่ายตอนกลางคืนนะครับ แต่กลางวันแต่มีแสงน้อย เพื่อความคมชัดต้องมีหลัก และหลักอย่างมั่นคงด้วย
ส่วนผมมีขาตั้งกล้องก๊องแก๊ง อยู่ตัวหนึ่งใช้ไปหงุดหงิดไป เดี๋ยวต้องไปถอยมาใหม่เอามันมั่นคงเข้าไว้
อีกอย่างตอนที่ถ่ายด้วยขาตั้งกล้อง อย่าลืมปิดระบบกันสั่นของเลนส์ละ ไม่งั้นมันจะไปสั่นเข้าไปใหญ่
(ขออนุญาติเอารูปมาประกอบนะพี่อ๊าต)


IMG_5654......jpg
2010-12-1 15:22

TOP

5. ใช้รูรับแสงแคบๆ
ผมมีเลนส์ 50mm f1.8 อีกตัว เวลาถ่ายอยากได้จริง "หน้าชัดหลังเบลอ"
อัดที f2.8 หรือไม่ก็สุดๆเลย f1.8 ผลที่ได้ก็โฟกัสหลุดกระจ่ายครับ อย่างรูปนี้ใช้ f2.0ครับ
_MG_0103.JPG
2010-11-29 16:16


อ้าว! ถ้าใช้รูรับแสงแคบๆมันก็หลังไม่เบลอสิเพ่   

ใช่ครับ หลังไม่เบลอ ถ้าใช้แคบๆหลังชัดหมด เราก็จะความคมชัดมางัย  แต่ถ้าจะเอาทั้งสองก็ต้อง
มีเทคนิคหน่อยโดยให้นางแบบตัวน้อยของเราอยู่ห่างฉากหลังมากๆ คราวนี้ได้ทั้งชัดได้ทั้งหลังเบลอครับ

_MG_1943.JPG
2010-11-29 16:30

รูปนี้ถึงจะใช้ f13 ก็หลังเบลอได้ (โทษทีครับภาพไม่คมเท่าไหร่) โดยปกติก็น่าจะใช้ที่ f8.0

สรุป....เน้น F แคบๆเป็นดีความคมชัดก็จะมาเยือนครับ

TOP

เหลืออีกหลายข้อครับ สิ้นปีจะจบไหมเนี้ย
แถมยังเรื่อง process อีก
ไว้ต่อคืนนี้

TOP

ดีมากๆครับ
"บางอย่างเกิดมาเพื่อกินขยะบนชายหาด แต่บางอย่างก็เกิดมาเพื่อปฎิเสธ เงื่อนไข -- ข้อ จำกัด เหล่านี้"

TOP

6. ถ่ายรูปให้มีมิติ
  เคยไหมครับที่คนมาดูรูปเราแล้วบอกว่า “ ถ่ายอะไรว่ะไม่เห็นได้อารมณ์เลย แบนก็แบน “
ไอ้เราก็งงอะไรว่ะแบนๆ  เขาอธิบายว่าความเป็นมิติของภาพสามารถดึงดูดความสนใจสายตาคนได้
แล้วความเป็นมิติมันเป็นอย่างไรละ?
ภาพถ่ายมันก็กว้างคูณยาวแค่นี้ ไม่เห็นยื่นออกมาหรือทิ่มลงไปเลย
  เขาเอารูปตัวอย่างมาให้ดู
เอ่อว่ะ! ดูมันน่างามน่าชมมีเบลอหน้า คนมันชัดดี หลังก็ลึกๆไป ยิ่งมาดูจากเวป
ถ่ายภาพต่างๆ อย่างเช่น www.boston.com/bigpicture ตากล้องระดับโลกแล้วนะต้องร้องฮือ
ภาพแต่ละภาพเห็นมีมิติสวยงาม ลองเอามาดู 2 ภาพนะครับคงไม่เป็นไร
a38_21212829.jpg
2010-11-30 07:59

a34_21168989.jpg
2010-11-30 08:05

หลังๆมาเลยฝึกหัดโดยใช้กฎ FSB บ่อยๆเหมือนบ้าง คล้ายบ้าง ออกมาเสียเป็นส่วนใหญ่แต่ก็พยายามฝึกอยู่นะ
โดยเข้าหาฉากหน้าใกล้ๆ และตัวแบบห่างจากฉากหลังมากๆเพื่อสร้างDOF  ฝันเหมือนกันครับอยากได้ 70-200mm
F2.8 มันคงทำได้ง่ายๆ ลองมาดูของตนเองบ้าง (อายอยู่พอสมควรเมื่อเทียบกับข้างบน)
_MG_0649_rs.jpg
2010-11-30 08:23

ที่จริงนกตัวที่สองไม่ชัดเท่าไหร่แต่เทียบกับตัวอื่นที่เบลอเลยดูเหมือนชัด

อ้าว! แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการถ่ายภาพให้ชัด ละเพ่
  มันไม่ทำให้ตัวแบบชัดขึ้นหรอกครับ ตัวแบบจะชัดก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่ว่ามา แต่มันดูว่าชัดขึ้นเพราะหน้าเบลอ หลังก็เบลอ
ตัวแบบชัด มันมีความต่างจึงหลอกตาเรา ดูว่าชัด

  สรุปอีกข้อ.....พยายามถ่ายภาพให้มีมิติ ทำให้มีการเปรียบเที่ยบกันตัวแบบจะเด่นชัดขึ้น

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

TOP

7. เลือกถ่ายภาพที่มี cotrast
คงเหมือนข้อ 6.  แต่ contrast ที่ว่านี้เกี่ยวกับด้านแสงไม่ใช้ความเบลอมาหลอกตาเรา แต่จะใช้ความเปรียบต่าง
หลอกตา มีสว่างบ้างมืดบ้างหรือจะเป็นการไล่โทนก็ดี อาศัยความต่างของแสงนี้ทำให้ดูเหมือนภาพชัดขึ้น
_MG_1506_rs.jpg
2010-11-30 08:37

ภาพนี้มีแสงมาด้านขวาไล่มาตกทางด้านซ้าย ภาพถ้าขยาย 100 % ดูแล้วไม่ชัดหรอกครับ แต่ดูเหมือนชัดเพราะมัน
มีข้อเปรียบต่างกันระหว่าซ้ายกับขวา และดอกหญ้าแต่ละต้นก็มีความต่างจากซ้ายไปขวาเหมือนกัน
ยิ่งถ้าใครชอบที่จะถ่ายแบบไฮท์คีย์ โลว์คีย์แล้วยิ่งมีความเปรียบต่างมากๆ ความคมชัดก็จะมีให้เห็น

สรุปอีกข้อ.....เลือกถ่ายภาพที่มี cotrast มีแสงเงา จะช่วยให้มีความคมชัดเพิ่มขึ้น

TOP

8. เลือกที่จะถ่ายที่มีรายละเอียดเยอะๆ
ข้อนี้มาอีกแล้วครับ หลอกตาเราอีกแล้ว ตาคนเรานี้ก็แปลกเชื่ออะไรได้ง่ายๆ หลอกว่าเบลอทำให้ดูชัด
หลอกว่ามืดๆสว่าง แต่ดูว่าชัด มาข้อนี้อาศัยว่ามีรายละเดียดเยอะ แล้วงงครับ งงไปงงมาดูว่าชัดชะงั้น
มาดูภาพนี้ จุดเด่นอาจดูที่สี แต่รายละเดียดตัวแบบมีมาก มีเยอะเต็มไปหมด งง
_MG_0614_rs.jpg
2010-11-30 08:58



สรุปอีกข้อ......หาแบบที่มีรายละเดียดเยอะๆเข้าไว้ แต่ไม่ใช่รกนะครับ

รู้สึกข้อหลังๆมานี้บรรยายน้อยลงนะ

TOP

9. นั่งรอให้ลมสงบก่อนนะ

อะไรครับ.....ให้นั่งกินลมชมวิวไปก่อนหรือจึงจะถ่ายได้ มันจะทำให้ภาพชัดหรือ?

ไม่ใช่ครับ

นั่งรอให้ลมมันสงบ ตัวแบบนิ่งๆก่อนจึงกดซัตเตอร์ ไม่งั้นแบบก็วิ่งไปวิ่งมาถ่ายมาก็เบลอสิท่าน

ก็อัด speed สูงไปเลยจะได้หยุดการเคลื่อนไหว

ก็ได้ ...แต่เรารู้ว่ามันน่าจะนิ่ง ก็รอหน่อยให้มันนิ่งก่อน จะรีบไปไหนครับเพ่

มาดูรูปที่ผมรีบบ้าง ลงจากรถได้กดเอากดเอา เดี๋ยวไปทำงานสาย แสงดีนะ
แต่ลมก็แรง ไม่รอให้ลมสงบก่อนภาพเลยเป็นอย่างที่เห็น
_MG_1493_rs.jpg
2010-11-30 09:11



สรุปอีกข้อ......รอให้แบบนิ่งๆก่อนจึงกดซัตเตอร์

TOP

10. ติด Hood เสมอ
  เวลาซื้อเลนส์มักจะมี Hood มาด้วย เขาเอาไว้เท่ห์หรือ ยิ่งถ้าปล้องยาวๆแล้วหล่อเป็นบ้าเลย
เขาคงไม่เอาไว้สวยงามอย่างดีหรอกนะ มันต้องมีอะไรดีแน่นอน อย่างเลนส์ไวด์ผมนี้เวลาใช้ที่
ไปจ่อๆหน้านางแบบเลยอีกไม่นานคงโดนตบแน่ แต่ก็ไม่ห่วงครับรับได้แต่รับไม่ได้คือจ่อจนติดหน้าเลนส์
เป็นรอยจะร้องไห้เอา งั้นติดฮูดเข้าไปจะเข้าใกล้แค่ไหนหน้าเลนส์เราก็ปลอดภัยครับ
ที่ว่ามาเป็นแค่ผลพลอยได้แต่จุดประสงค์เขามีไว้ก็กันแสงย้อนเข้าเลนส์ครับ
แล้วเกี่ยวอะไรกับความคมชัดเพ่?
อ้าว!  ถ้าแสงย้อยเข้ามามันก็เกิดฝ้าสิน้อง เอาเข้าไป
ยิ่งถ่ายย้อนแสงยิ่งเข้าตรงๆ ความคมชัดไหนเล่าเจ้าจะมาหา
แต่เขามีเทคนิคการถ่ายย้อยแสงสวยงามมากเอามาให้ดูผมก็ลองมาหลายภาพแล้วเท่ห์ไปอีกแบบ
a18_21885639.jpg
2010-11-30 09:36



สรุปอีกข้อแล้วกัน.... หลีกเลี่ยงการถ่ายย้อนแสง ถ่ายตามแสงเป็นดี แถมติด hood ก็ช่วยได้นะ

TOP

มาถึงนี้ครบ10 แล้วที่จริงมีแค่นี้ละ แต่ค้นไปค้นมามีมาเพิ่มอีก
11. ใช้ iso100 เท่านั้น

โอ้ย! เพ่ กล้องโปรเขาไปไกลแล้ว iso เขาถึง 25600 แล้ว แล้วเพ่จะแนะนำใช้แค่ iso100 หรือ

มันก็จริงนะไม่งั้นจะมี iso สูงๆไว้ทำไม

แต่....เดี๋ยวก่อน

ถ้าคุณถ่ายด้วย iso100 ภายใน 15 นาทีนี้  เราจะแถมความคมชัดให้คุณฟรีทันทีเพียงคุณโทรมาที่ 1900 iso100
iso100....hahaha

ครับที่ iso สูงๆมันไปเร่งภาคขยายให้มันแรงๆ แต่มันก็พาเอาน๊อยส์มาด้วย พอเราเห็นน๊อยส์แล้วก็ไม่ชอบมา เข้า PS
ใช้ลดน๊อยส์ออก พอออกได้มันแถมความไม่คมชัดให้เราด้วย เอาไหมละ
ถ้าพอที่จะใช้ iso100 ได้ก็ใช้เลยครับ จนดันสุดแล้วก็ค่อยๆเพิ่ม iso ไปเรื่อยๆ กล้องผมที่ iso800 ก็ดูไม่ดีแล้ว
ยิ่งที่ iso1600 ไม่น่าใช้เลย แต่เห็นเขาบอกมาว่ากล้องโปรที่ iso สูงๆรับได้สบายๆนะ (น้ำลายไหล)


สรุป....เริ่มที่ iso100 ก่อนเสมอ

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

TOP

กลับไปยังรายบอร์ด