กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่
ภูมิลำเนาเดิม


     หลวงปู่ทวด (เหยียบน้ำทะเลจืด) เดิมท่านชื่อปู ท่านเกิดที่ตำบลพะโคะ อำเภอจะทิ้งพระ (ปัจจุบัน คือ สทิงพระ) จังหวัดสงขลา เมื่อวันแรม ๑๐ค่ำ เดือน ๔ ปีมะโรง ตรงกับวันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ.๒๑๒๕ เวลา ๙ นาฬิกา บิดาของท่านเป็นมุสลิม ชื่อหู มารดาของท่านเป็นชาวพุทธ ชื่อจันทร์ ท่านเป็นบุตรคนเดียวของมารดาบิดา ตอนให้กำเนิดท่านนั้น มารดาของท่านอายุ ๔๕ ปีแล้ว

ทวด-IMGP6318.JPG
2016-7-26 07:14

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

สมัยเด็ก


     หลวงปู่ทวดเริ่มเรียนหนังสือที่วัดดีหลวง ตำบลดีหลวง อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ท่านชอบการบวชเป็นพระมาแต่เด็ก เห็นพระสวดมนต์ก็คิดว่าดี จึงไปขออนุญาตพ่อแม่ บวชเณร แรกๆ ก็เพื่อทดลอง แต่เมื่อบวชแล้ว กลับไม่ยอมสึก ที่เป็นดังนี้คงจะเป็นด้วยบารมีเก่า ที่ท่านจะสำเร็จเป็นพระโพธิสัตว์ หรือจะได้เป็นพระสังฆราชแห่งกรุงอโยธยา (กรุงศรีอยุธยา) จึงช่วยให้ไม่อยากสึก

ทวด-IMGP6320.JPG
2016-7-26 07:15

TOP

หลวงปู่ทวด (เหยียบน้ำทะเลจืด) บวชที่อำเภอจะทิ้งพระ ตอนที่ท่านบวชเณรนั้นมารดาบิดาของท่านมีอายุ ๕๐ ปีเศษแล้ว ตอนท่านบวชเป็นพระ มารดาของท่านมีอายุ ๖๐ ปีเศษ เมื่อบวชแล้วท่านได้ไปศึกษาเล่าเรียนที่จังหวัดนครศรีธรรมราชจนอายุได้ ๒๕ ปี ระหว่างที่บวชอยู่นี้ มารดาบิดาของท่านชรามากแล้วและมีท่านเพียงคนเดียว ซึ่งเป็นความหวังที่จะให้ตอบแทนบุญคุณบิดามารดา และหวังให้ท่านเป็นกำนันผู้ใหญ่บ้าน ได้ไปขอร้องให้ท่านสึก บิดามารดาไปอ้อนวอนขอให้ท่านสึกถึงหน้ากุฏิ แต่ท่านไม่ยอมสึก

     ท่านถือว่าขนาดพระพุทธเจ้าเป็นถึงเจ้าชาย และมีพระนางพิมพา พระราหุล แล้ว ยังทรงสละราชบัลลังก์ ออกบวชได้ แล้วท่านเป็นบุคคลธรรมดา จะบวชให้ตลอดไปมิได้หรือ นอกจากนี้ ท่านยังถือว่า การบวชของท่านนี้ย่อมอำนวยประโยชน์อันสูงกว่าประโยชน์ในทางโลก ด้วยเหตุนี้ท่านจึงสละมารดาบิดาของท่านไปอยู่สงขลา ท่านอยากสอบเป็นมหาอาจารย์ต่อมาท่านได้เดินทางไปเมืองอโยธยา

ทวด-IMGP6321.JPG
2016-7-26 07:16

TOP

ที่เมืองอโยธยา ท่านไปศึกษาวิชาการต่างๆ อยู่ที่วัดพุทไธศวรรย์ วัดพุทไธศวรรย์นี้เป็นวัดหลวงที่พระเจ้าอู่ทองได้ทรงสร้างขึ้นเมื่อก่อนที่จะย้ายเมืองหลวงมาจากกรุงสุโขทัย พระเจ้าอู่ทองได้ทรงเสด็จมาทางเมืองแพร่ แล้วมาสร้างวัดนี้ จากนั้นแล้วทรงสร้างกรุงอโยธยาเป็นเมืองหลวง
พระเจ้าอู่ทองมักเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลยังวัดนี้เสมอๆ และได้ทรงพบกับหลวงปู่ทวด(เหยียบน้ำทะเลจืด) เป็นที่สบอัธยาศัยกัน ในที่สุด พระเจ้าอู่ทองทรงแต่งตั้งให้ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ เมื่อวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ ปีกุน พ.ศ.๒๑๘๑ ต่อมา ท่านได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นเจ้าคุณ ตอนนี้ท่านจึงได้เดินทางไปเยี่ยมบ้านเกิดของท่านที่สงขลาอีกครั้งหนึ่ง

ทวด-IMGP6324.JPG
2016-7-26 07:18

TOP

เหยียบน้ำทะเลจืด

      การเดินทางจากกรุงอโยธยาไปยังสงขลาในสมัยนั้น ต้องใช้เรือใบแบบสำเภาเป็นภาหนะ ระยะทางไปกลับใช้เวลา ๑ ปี เมื่อท่านไปเยี่ยมบ้านแล้ว ขากลับจะเดินทางจากสงขลามาอโยธยาก็ได้มาลงเรือที่สงขลา ก่อนออกเรือ พวกลูกเรือลำที่ท่านโดยสารไปซึ่งเป็นชาวมุสลิมได้ตั้งวงเล่นไพ่กัน และเล่นกันเพลินจนลืมเตรียมน้ำจืดไว้ใช้ในเรือ เมื่อเรือออกเดินทาง คนจึงไม่มีน้ำกิน พวกชาวเรือเหล่านั้นได้พากันกล่าวหาว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเพราะมีภิกษุจัญไร คือท่านร่วมเดินทาง จึงทำให้พวกเขาลืมเอาน้ำจืดลงเรือไปด้วย จะพากันอดน้ำตาย แล้วตกลงจะจับท่านไปปล่อยไว้ที่เกาะหนูเกาะแมว
ท่านจึงอธิษฐานว่า ”หากแม้ข้านี้สามารถที่จะสืบต่ออายุพุทธศาสนา ทำงานให้ศาสนารุ่งเรือง ขอให้น้ำทะเลบริเวณที่เท้าเหยียบลงไปนี้จงกลายเป็นน้ำจืดเถิด” แล้วท่านก็เอาเท้าจุ่มลงทะเล น้ำบริเวณที่ท่านจุ่มเท้าลงไปนั้นกลายเป็นน้ำจืด พวกชาวเรือสำเภานั้นจึงได้ตักขึ้นไว้ใช้ในเรือ ๑๓ โอ่ง มีน้ำใช้ตลอดทางจนถึงอโยธยา และด้วยเหตุการณ์ครั้งนี้เองท่านจึงได้รับสมญานามว่า”หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด”

ทวด-IMGP6333.JPG
2016-7-26 07:19

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

TOP

แก้ปริศนาธรรม

     หลังจากมาอยุ่อโยธยาได้ ๒ ปี (นับจาก พ.ศ.๒๑๘๑) ชาวลังกาได้ทาล้อมเมืองอโยธยาไว้ และได้ตั้งปริศนาธรรมท้าพนันเอาเมืองอโยธยา เมื่อพระเจ้าแผ่นดินคิดไม่แตก ก็ได้นิมนต์พระภิกษุปู หรือ ราโม ธัมมิโก ที่วัดพุทไธศวรรย์ มาช่วยแก้ปริศนาธรรม หลวงปู่ทวดได้กู้บ้านเมืองไว้โดยอธิษฐานว่า “ถ้าหากท่านมีบารมีจะช่วยได้ก็ขอให้เกิดปัญญาแก้ไขปริศนาธรรมออก”
ในที่สุดท่านก็แก้ปริศนาธรรมได้ กรุงอโยธยาไม่ต้องตกเป็นของชาวลังกา ด้วยคุณความดีของท่านในด้านต่างๆ รวมตลอดทั้งที่ได้กล่าวมานั้น พระรามาธิบดีที่ ๒ (โอรสพระเจ้าอู่ทอง)จึงได้ทรงสถาปนาให้ท่านเป็นสมเด็จพระสังฆราชแห่งกรุงอโยธยาทรงพระนามว่า “สมเด็จพระสังฆราชคูรูปาจารย์”ดังสำเนาตัวอย่างประกาศแต่งตั้งดังต่อไปนี้

ทวด-IMGP6339.JPG
2016-7-26 07:20

TOP

พระภิกษุปู หรือ ราโม ธัมมิโก ซึ่งดำรงตำแหน่งสมณะศักดิ์เป็นพระราชาคณะ มีพระนามว่าราชมุนีคุณูปมาจารย์ เลื่อนที่ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นพระสังฆราช ทรงพระนามคูรูปาจารย์นับแต่บัดนี้เป็นต้นไป ซึ่งมีความดีความชอบดังนี้

     ๑.เป็นพระภิกษุที่มีความเฉลียวฉลาดกว่าภิกษุรุปอื่นๆ ในกรุงอโยธยา สามารถเรีนงจารึกอักษรภาษาบาลีซึ่งชาวลังกาส่งมาเป็นปริศนาจนเป็นผลสำเร็จ เป็นการรักษาบ้านเมืองของเราไว้ไม่ต้องตกเป็นเมืองขึ้น

     ๒. เมื่อโรคห่าระบาดทั่วกรุงอโยธยา ประชาราษฎร์ในกรุงศรีอโยธยาตาย เพราะโรคนี้เกลื่อนกลาดท่านสามารถใช้น้ำพระพุทธมนต์ปัดเป่าโรคห่านี้อันตรธานจากกรุง จนประชาราษฎร์หายป่วยได้อย่างอัศจรรย์

     ๓.ผู้เชี่ยวชาญทั้งไสยศาสตร์ และรอบรู้ในพระพุทธศาสนาอย่างถ่องแท้

ทวด-IMGP6359.JPG
2016-7-26 07:21

TOP

หลวงปู่ทวดทิ้งสังขารเมื่อวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ ปีมะแม ตรงกับวันพุธที่ ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๒๒๔ เวลา ๒๓.๔๕นาฬิกา สิริรวมชนมายุ ๙๙ ปี ๓ วัน


   ตลอดชีวิตตั้งแต่บวชจนสิ้นสังขารไปจากโลกมนุษย์ ท่านใช้จีวรเพียง ๔ ชุดเท่านั้น


      หลังจากที่ท่านทิ้งสังขารที่เขาอีโปห์ เทวดาก็นำไม้เท้าที่ท่านใช้ไปฝังไว้ที่น้ำตกทรายขาว ใต้แท่นหินที่ท่านใช้นั่งบำเพ็ญและเฝ้าดูแลไว้

ทวด-IMGP6361.JPG
2016-7-26 07:23

TOP

กลับไปยังรายบอร์ด