กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่
แก้ไขครั้งสุดท้าย: 2011-10-4 12:25 โดย จ่าโจ

แก้ไขครั้งสุดท้าย: 2011-10-4 11:02 โดย จ่าโจ

[ ตอนที่ ๑ ]

...

พอตั้งใจจะกระโจนเข้าสู่สมรภูมิขายภาพออนไลน์กับ ShutterStock พ่อดีดีก็เปรย ๆ ไว้ว่าให้ผม
ช่วยเขียนบันทึกเป็นรายละเอียด เพื่อเป็นแนวทางสำหรับเพื่อน ๆ สักนิด ผมเลยขอใช้ห้องโฟโต้
ไดอารี่ก็แล้วกันนะครับ เพราะผมจะค่อย ๆ อัพเดตไปเรื่อย ๆ ว่าผมทำอะไร ไปถึงขั้นไหนแล้ว คงจะ
ไม่เน้นอะไรที่เป็นเรื่องเป็นราวสาระรายละเอียดมากนัก เอาเป็นแบบปูเสื่อใต้ต้นมะยม ข้างโหลยาดอง
จะเล่ากันได้มันส์ปากกว่า ...

ShutterStock คืออะไร .. โฮ่ยย ไปเสริช์หาข้อมูลกับกุ๊กเกิ้ลเอาเต๊อะนาย มีเยอะแยะป่ะเร๊อป่ะเต่อ
(พ่อดีดีเริ่มทำตาขวาง) อ่ะจึ๊ยย สาระสักนิดก็ได้ มันคือธุรกิจซื้อขายภาพถ่ายทางอินเตอร์เน๊ต โดยที่
ถ้าเรามีความประสงค์จะขายภาพถ่ายของเรา เราก็ไปสมัครลงทะเบียนเป็นผู้ขาย แล้วก็ส่งภาพไปสอบ
กับทาง ShutterStock ซึ่งเขาจะดูว่าเรามีความเข้าใจในธุรกิจของเขามากน้อยแค่ไหน รู้แนวทางของ
ภาพที่เขาซื้อขายกันหรือไม่ ถ้าสอบผ่านเราก็จะได้สิทธ์ในการส่งภาพไปขาย เรื่องแนวทางของภาพ
รายละเอียดต่าง ๆ ของภาพที่จะส่งไปสอบ และส่งไปขายเดี๋ยวผมจะค่อย ๆ เล่าในตอนต่อ ๆ ไป ..

แต่เริ่มแรก ผมอยากให้ลองไปดูกันก่อนว่าภาพแบบไหนที่ขายได้กับ ShutterStock

ShutterStock

มีหลายหมวดหมู่ ลองเข้าไปเลือกดูนะครับ

...

ขั้นตอนต่อไป คือการเตรียมการสำหรับการสมัครเป็นสมาชิกของ ShutterStock

สิ่งที่ต้องมี

1. พาสสปอต์ หรือหนังสือเดินทาง เพื่อใช้สำหรับยืนยันตัวตน บางแห่งอาจจะใช้แค่บัตรประชาชนสแกน
ส่งไปก็ได้ แต่สำหรับ ShutterStock ต้องพาสสปอต์สถานเดียวเท่านั้น เพื่อความเป็นสากล (ล่ะมั้ง .. )

2. บัญชี paypal เพื่อใช้สำหรับทำธุรกรรมในการจ่ายเงิน โอนเงิน เนื่องจากการเปิดบัญชี paypal ใช้ได้
ทั้งการรับเงินที่ขายภาพได้ และใช้ซื้อของอย่างอื่นทางอินเตอร์เน๊ตได้ด้วย ดังนั้นสิ่งที่ต้องมีก่อนเปิดบัญชี
paypal ก็คือ

- บัญชีธนาคาร เพื่อรับทรัพย์เข้ากระเป๋าเรา

- บัตรเครดิต เพื่อจ่ายเงินสนองกิเลสเวลาอยากได้เลนส์ตัวใหม่ .. (ถึกโป๊ะ !!!)

ดังนั้น ... การออกเดินทางผจญภัยของผู้ชายพ่อลูกอ่อน หัวเหม่งสกินเฮดจึงได้เริ่มต้นขึ้น ด้วยการไปทำ
พาสสปอต์ และเปิดบัญชีธนาคาร (เปิดใหม่เลยเพื่อความเป็นศิริมงคล ...)

...

ผมไปทำพาสสปอต์ที่กรมการกงศุล ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กรุงเทพฯ (ก็บ้านอยู่ดอนเมืองแค่นี้ ขับรถไป
จี๊ดเดียวก็ถึงแล้ว) เอกสารที่ต้องเตรียมไปก็มีแค่บัตรประชาชน อุตส่าห์ขนเอาทั้งทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส
เอกสารรับรองการจบ รด. ปี 3 ทั้งตัวจริงตัวถ่ายเอกสาร ปรากฎว่าไม่ต้องเลย บัตรประชาชนใบเดียวจบ
(แล้วตูจะขนไปทำม้ายยย ...) กรมการกงศุลที่ถนนแจ้งวัฒนะเป็นอาคารใหญ่โต ใช้ระบบวันสต๊อปเวอร์วิส
ไม่เรื่องมาก พนักงานหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารัก (แฮ่ ... ^0^) ตรวจบัตรเช็คข้อมูลออนไลน์กับสำนักทะเบียนราษฏร
แป็บเดียวก็ให้ถ่ายรูป ดังนั้นก่อนไปทำพาสสปอต์จึงควรแต่งหล่อไปให้เป็นที่เรียบร้อย จะโบ๊ะหน้าเด้ง ลงลิปส์
กลอสให้ปากสีชมพูเงาวับก็จัดการให้เสร็จก่อนไปรับบัตรคิว ไม่งั้นจะเสียเวลากับน้องพนักงานคนสวย ถ่ายรูป
เสร็จก็สแกนนิ้วมือ ใช้นิ้วชี้ทั้งสองข้าง ทั้งซ้าย ทั้งขวา ใครนิ้วขาดนิ้วด้วนจะขอใช้นิ้วกลางแทนได้หรือไม่
ผมก็ไม่กล้าถาม (เดี๋ยวโดนถีบ ..)

มีเรื่องฮาจะเล่าให้ฟัง คือว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมไปบ้านพ่อที่บางพลีใหญ่ แล้วก็ไปอุดรูรั่วบนหลังคาบ้าน
โดยใช้กาวซิลิโคน ปรากฎว่ามีเศษกาวติดอยู่ที่นิ้วชี้ข้างขวาของผม สองวันแล้วมันยังออกไม่หมด ยังผลให้สแกน
ลายนิ้วมือไม่ผ่าน ยุ่งล่ะสิทีนี้ ... เดือดร้อนน้องพนักงานคนสวยต้องเอาเจลล้างมือมาให้ผมขัดถูปลายนิ้วเป็นการ
ด่วน ยังผลให้นิ้วแดงเถือกกันไปข้างนึงกว่าจะสแกนลายนิ้วมือผ่าน ดังนั้นข้อแนะนำที่สำคัญอีกอย่างก่อนไปทำ
พาสสปอต์ก็คือ อย่าไปอุดรูรั่วบนหลังคาด้วยกาวซิลิโคนก่อนไปทำพาสสปอต์ (ฮ่วยยย ... )

เสร็จเรียบร้อยก็เดินไปจ่ายเงินค่าทำพาสสปอต์ 1000 บาท ถ้าจะให้ส่งให้ทางไปรษณีย์คิดค่าส่งอีก 40 บาท
และจะส่งให้ในอีก 5 วันทำการ แต่ถ้าไปรับเล่มพาสสปอต์เองอีก 2 วันมารับได้เลย สรุปว่าผมจะไปรับเล่มพาสสปอต์
เองในวันที่ 6 ตค. 2554 เสียเวลาตั้งแต่เดินเข้าไปในตึดจนกลับออกมา ... 15 นาที (บ่ะเฮ้ยย .. เร็วดีแท้)

...
มันมีอะไรบางอย่างอยู่ในวิวไฟน์เดอร์ ...

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

จากนั้นก็ไปเปิดบัญชีธนาคาร ทำบัตร ATM ด้วยเพื่อความสะดวก เนื่องจากก่อนหน้านี้ภรรยาของผมได้ออกบัตรเครดิต
ซึ่งเป็นบัตรเสริมจากบัตรหลักของเธอ เพื่อการเตรียมตัวสมัครขายภาพกับ ShutterStock ผมเลยไปเปิดบัญชีที่
ธนาคารเดียวกันเพื่อความสะดวกในการติดต่อทำธุรกรรมทางการเงิน เรื่องที่ต้องเน้นตรงนี้ก็คือ ชื่อภาษาอังกฤษของเรา
ควรจะตรงกันทั้ง 3 ส่วนคือ พาสสปอต์ , บัตรเครดิต และบัญชีธนาคาร อันนี้สำคัญมาก ๆ เพราะเวลามีการตรวจสอบ
ข้อมูลเหล่านี้จะได้ถูกต้องตรงกัน เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด แวะมาธนาคารก็ใช้แต่บัตรประชาชน เซ็นต์นั่นนี่ นิดหน่อย
ได้บัญชีธนาคาร กับบัตร ATM มาเรียบร้อย เสียเวลาไปอีก 15 นาที (พนักงานธนาคารก็น่ารักดี เสียแต่ 30 อัพไปแล้ว
เลยขออนุญาตไม่กล่าวถึง )

...

จบไปแล้วกับขั้นตอนการเตรียมความพร้อมในการสมัคร ขั้นต่อไปก็คือเปิดบัญชี paypal ซึ่งขั้นตอนนี้ผมจะมาเล่าในตอน
ต่อไปนะครับ วันนี้กลับบ้านมาซักผ้ารีบตากก่อนมรสุมนาลแกจะเข้า เดี๋ยวอีก 2 วันฝนตกขึ้นมาไม่มีที่ตากผ้าจะยุ่ง ส่งท้าย
ตอนนี้ด้วยภาพที่ผมทำการซ้อมมือ ก่อนจะทำการถ่ายภาพจริงส่งไปสมัครสอบที่ ShutterStock โปรดติดตามตอนต่อไป
ได้เร็ว ๆ นี้ครับ

...

1d1p_054_a.jpg
2011-10-4 11:03



ปล. ภาพจริงที่จะส่งไปสอบ ต้องคมชัดว่านี้นะครับ และไม่มีลายน้ำ ลายเซ็นต์ใด ๆ ทั้งสิ้น .. อันนี้แค่ซ้อมเฉย ๆ จ๊ะ

มันมีอะไรบางอย่างอยู่ในวิวไฟน์เดอร์ ...

TOP

มาอัพเดตบ่อย ๆ นะคะ
เป็นกระทู้ที่ให้ประโยชน์แก่ผู้ที่คิดจะเริ่มต้นในสายนี้ค่ะ

ใน BUG เราก็มีคนถ่ายภาพ Stock หลายท่าน
อย่าง MAYA13 นี่ก็ขายดิบขายดี ร่ำรวย จนลาออกจากงานประจำมาเอาจริงด้านนี้เลยทีเดียว
อีกคนก็คือขุนพล..เห็นเงียบ ๆ ไม่ค่อยเคลื่อนไหวในบอร์ดเท่าไหร่ หารู้ไม่ ..นั่นแหละเสือซุ่ม

..


แม่มดเองก็ถ่ายภาพสะสมอยู่พักใหญ่แล้ว มีโครงการจะถอยกล้องใหม่แทน D60 (ที่เจ๊งไปแล้ว) เพราะการนี้


Passport ทำแล้ว
Paypal ก็สมัครแล้ว

เหลือแต่ส่งสอบ ....... ฮ่า ๆ


ไม่ได้ทำตามแฟชั่น ..
แต่เพราะปีหน้า (ถ้า VISA เสร็จทัน) จะไปเป็นโรบินฮู้ดที่เมืองลุงแซม
อยากมีช่องทางหารายได้เป็นของตัวเอง ไม่อยากอยู่บ้านเฉย ๆ ให้ใครบ่นได้


อาชีพที่ไม่อยากทำที่สุดในโลกคือ "แม่บ้าน"
เพราะมันเป็นอาชีพที่ไม่มีวันหยุด
ไม่มีเงินเดือน ไม่มีโบนัส ไม่ได้แต่งตัวสวย ๆ
ทำดีแค่ไหนก็มีแต่เสมอตัวและขาดทุน
ที่สำคัญ สังคมก็โดนจำกัดให้แคบลง

..

เคยเป็นมาก่อนเลยพูดได้


โอ๊ะ ออกทะเลซะไกลเลยเรา >w<
♥~[เกลียดในสิ่งที่ฉันเป็น ยังดีกว่ารักในสิ่งที่ฉันไม่ได้เป็น] ~♥

TOP

เขียนได้ดีครับ  มีรายละเอียดในเรื่องเล็กๆน้อยๆ เป็นประโยชน์
และทำให้ผู้อ่าน มีอารมณ์ร่วมดีด้วยครับ   น่าจะเพราะ จ่าโจเป็นมือใหม่จริงๆในเรื่องนี้
เลยได้ feel ที่ไม่เหมือนการอ่านหนังสือ how to เลย  

รักษาสไตล์ ได้ทั้งกระทู้ ต่อๆไป ผมว่า ยอดมาก แทรกภาพประกอบก็แหล่มเลยครับ
ความคิดเห็นของผมเป็นเพียงเป็นกระจกหนึ่งด้านเดียวเท่านั้น...มันอาจจะไม่ถูกต้องทุกเรื่องเสมอไปครับ

TOP

ข้อแรกเลย  คิดไว้ในใจ แต่ลืมพิมพ์ - -"

ต้องขอบคุณจ่ามากๆครับ   กับการถ่ายทอดองค์ความรู้  เพื่อเพื่อนคนอื่นๆด้วย
อีกทั้ง ช่วงเวลา ที่ถ่ายทอดนั้น เป็นช่วงเวลาที่ดี คือ ยังเป็นมือใหม่จริงๆ  ไร้กลิ่นอัตตา  
หากรอจ่าเก่งแล้ว ผมก็ไม่แน่ใจว่า จะทำให้เนื้อความน่าอ่านได้เท่านี้หรือเปล่า...(อย่าว่าแต่ จ่าน่าจะยุ่งกับการถ่ายภาพ จน ไม่มีเวลาเขียนแล้ว)

ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นของผมเป็นเพียงเป็นกระจกหนึ่งด้านเดียวเท่านั้น...มันอาจจะไม่ถูกต้องทุกเรื่องเสมอไปครับ

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

TOP

เยี่ยมครับ ถ่ายสต๊อก แต่เรื่องเดาใจคนซื้อ ผมสอบตกตลอด สงสัยจะสอบไม่ผ่าน 555

TOP

แก้ไขครั้งสุดท้าย: 2011-10-10 00:34 โดย จ่าโจ

[ ตอนที่ ๒ ]

นึกยังไงถึงได้อยากไปขายภาพถ่ายกับ ShutterStock ?

...

เมื่อก่อน ผมรับรู้เรื่องราวของการขายภาพถ่ายกับทางเว๊ปไซต์ต่าง ๆ อย่างผิวเผิน เคยเข้าไปดูแบบผ่าน ๆ
กับชัตเตอร์สต๊อกไทยแลนด์บ้าง กับพิคโปรบ้าง ดูกระทู้มือใหม่หัดขาย ถ่ายยังไง ส่งไปสอบยังไง ...

บอกตรง ๆ แรก ๆ ผมยังมองว่ามันเหมือนพวกธุรกิจดาวน์ไลน์ยังไงชอบกล เพราะคนที่ทำอยู่แล้วก็จะมาบอก
ว่าทำแล้วดีอย่างงั้น ได้เงินอย่างงี้ .. แล้วก็จะมีลูกคู่มาโพสต์ตอบทำนองว่า ของเขาดีจิงจ๊ะ .. วันนี้เพิ่งส่ง
ภาพไปสอบผ่าน ดีใจมากเลย ... ยอดขายขึ้นแย้ววว เดือนนี้จะถอยเลนส์ใหม่มาถ่ายภาพส่งสต๊อก

เป็นไงฮะ ... อ่านข้อความเหล่านี้แล้วชวนนึกถึงธุรกิจดาวน์ไลน์จริง ๆ พับผ่าเหอะ

...

ผมได้พบกับรุ่นพี่ช่างภาพสายดอคคิวเมนท์ทารี่ ผู้โกอินเตอร์ไปสร้างชื่อเสียงกับสำนักข่าวต่างประเทศ ในงาน
ศพของพี่นักปีนหน้าผาที่เป็นเพื่อนสนิทของพวกเรา พอเราพูดคุยกันถึงเรื่องสต๊อกโฟโต้ พี่แกก็บอกว่า ...

"มึงลองดู ... เชื่อพี่ ถ่ายภาพส่งสต๊อกให้อะไรมากกว่าที่มึงคิด" (ขออภัย ... แต่มันเป็นเรียลริตี้)

แกบอกกับผมตอนที่พระท่านกำลังสวดกุศลา ธัมมา .. อกุศลา ธัมมา จบที่ 2 บรรยายถึงสัจจะแห่งวงการสต๊อก
โฟโต้อันเป็นประโยชน์ไว้ดังนี้

๑. ภาพสต๊อกโฟโต้ ให้ความสำคัญกับควอลิตี้ของภาพ ภาพต้องเคลียร์ ใส สะอาด ปราศจากมลทินใด ๆ
คนที่ถ่ายภาพสต๊อกโฟโต้ไปนาน ๆ จะกลายเป็นคนที่ละเอียด และให้ความสำคัญกับภาพทุกภาพ ก่อนลั่น
ชัตเตอร์ต้องดูแล้ว ดูอีก ถ่ายน้ำ .. น้ำใสมั้ย มีละอองฝุ่นใดเกะกะรึเปล่า ภาชนะใส่น้ำสะอาดมั้ย สภาพแสง
การตกกระทบของแสง เงาสะท้อนบนผิวน้ำมีมั้ย เงาตกทอดสมบูรณ์รึเปล่า ฉากหลัง องค์ประกอบของภาพ
วัดแสงถูกมั้ย ไวท์บาล๊านซ์เพี้ยนรึเปล่า .. โฟกัสถูก โฟกัสเคลียร์ ... ขาตั้งกล้อง ตั้งเวลาถ่าย .. ตรวจสอบ
ไฟล์หลังถ่ายเสร็จ ...

เป็นไงล่ะ แล้วคิดดูถ้าทำบ่อย ๆ ทำจนติดเป็นนิสัย .. มันจะเป็นการดีต่อการพัมนาภาพถ่ายของเรามั้ย ลองคิดดู

๒. ภาพสต๊อกโฟโต้ ต้องเป็นภาพที่ขายได้ ดังนั้นก่อนจะถ่ายอะไรคิดซะก่อน ว่ามันจะขายได้มั้ย มันเป็นพานิชย์
ศิลป์ มันเป็นคอมเมอเชียลอาร์ต เก็บความเป็นเพียวอาร์ตของเราไว้ก่อน แล้วไปดูว่าชาวบ้านชาวช่องที่เขา
ขายภาพกันได้เยอะ ๆ น่ะเขาถ่ายอะไร ถ่ายแบบไหน แนวไหนที่มีขายกันเยอะแล้ว คู่แข่งเยอะถ้าคิดว่าถ่ายได้
ไม่เจ๋งกว่าคนอื่น ก็ไปหาถ่ายอย่างอื่นเถอะ มีซับเจคมากมายในโลกที่รอให้เราไปถ่าย คิดซะก่อนว่าเราจะขายอะไร
ค่อยไปถ่ายอย่างนั้น ต้องรู้จักความต้องการของตลาด แล้วตอบสนองให้ถูกเวร่ำเวลา

กาละ ปัจจโย .. เทศะ ปัจจโย ... ดู ยู โนว์ ดีส อิท ?

...
มันมีอะไรบางอย่างอยู่ในวิวไฟน์เดอร์ ...

TOP

แก้ไขครั้งสุดท้าย: 2011-10-10 00:38 โดย จ่าโจ

๓. ภาพสต๊อกโฟโต้ เป็นการบำเพ็ญเพียรบารมีประการหนึ่ง เพราะสต๊อกโฟโต้ชอบคนที่มีความสม่ำเสมอ ถ่ายภาพ
เป็นประจำ ส่งภาพเป็นประจำ ผ่านมั่ง ไม่ผ่านมั่งไม่เป็นไร ส่งไปขายเรื่อย ๆ ขายได้มั่ง ขายไม่ได้มั่ง ไม่เป็นไร
แต่ต้องทำไปเรื่อย ๆ พอภาพเราพ้นหลักร้อยไปสู่หลักพันเมื่อไหร่ ทีนี้แหละบารมีบังเกิด ปาฏิหารย์จะตามมา ยอดขาย
เดือนละ 3 พันบาทอัพได้แน่ ๆ ยอดหมื่นก็อยู่ไม่ไกล ตัวอย่างมีให้เห็นเยอะแยะ ปฏิบัติต่อเนื่องผ่านไปซักสองสามปี
ฝีมือพัฒนา ฌาณสมาบัติกล้าแกร่ง ล่องหนหายตัว หนังเหนียวยิงฟันไม่เข้ากันเลยทีเดียว (ช่วงนี้ดูเสือสั่งฟ้ามากไปหน่อย)

๔. ภาพสต๊อกโฟโต้ ไม่ได้มีแต่ภาพคอมเมอเชียลอาร์ตนะจ๊ะ เดี๋ยวนี้มันมีภาพแบบ Editorial ด้วยนะเออ ภาพประเภทนี้
เหมาะสำหรับช่างภาพที่ชอบถ่ายภาพเหตุการณ์ต่าง ๆในรูปแบบที่เรียกว่า “ภาพข่าว” หรือมีเป้าหมายที่จะเป็น “ช่างภาพข่าวอิสระ”
ให้กับผู้ใช้งานภาพประเภทนี้จากทั่วโลก โดยไม่ต้องสังกัดสำนักพิมพ์ สำนักข่าว หรือหน่วยงานใดๆ เป็นการเฉพาะ ทีนี้แหละ
เอาความเป็นสตรีท เป็นเพียวอาร์ตของเราเข้ามาใส่ในงานได้เต็มที่ ถ้าคิดว่าภาพมันเจ๋งจริง มันเป็นข่าวดังจริง มันเป็นภาพ
คนดังจริง รับรองขายได้ ยกตัวอย่าง ...



เห็นมั้ยล่ะ ถ้าแบบนี้ภาพของนายฮ้อยที่ไปถ่ายน้ำท่วม ภาพของพ่อดีดีที่ไปถ่ายนักมวย ภาพของคุณนพที่ถ่ายหญิงสาวมุสลิม
ภาพของแม่มดราตรีที่ไปถ่ายเด็กอาบน้ำ ก็ขายได้น่ะเซ่ะ ... แม่นแหล่ว แต่ภาพแนวนี้ถ้ามันไม่เด็ดจริง ข่าวสารในภาพไม่ดัง
จริง หรือมีความเป็นสากลไม่พอ มันก็ขายยากหน่อย แต่ก้ไม่ได้หมายความว่ามันปิดประตูสำหรับภาพที่แสดงความเป็นเรา
ในแง่มุมของช่างภาพอย่างสิ้นเชิงซะเมื่อไหร่ล่ะ

...

หลวงพ่อบนศาลา ท่านกลับไปจำวัดแล้ว วันนั้นพวกเรามานั่งกันต่อที่ร้านอาหาร กระดกเบียร์ประกอบการพูดคุยเรื่องราว
ในแวดวงการถ่ายภาพอีกมากมาย และนับตั้งแต่วันนั้นผมก็เข้าไปศึกษาการถ่ายภาพเพื่อขายอย่างจริงจัง จนตัดสินใจว่า
จะโดดลงไปเล่นในสนามนี้อย่างเต็มตัวซะที ตอนนี้สมัคร paypal เรียบร้อยแล้ว สมัครสมาชิก ShutterStock แล้ว
รอการตรวจสอบยืนยันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนส่งภาพไปสอบ รายละเอียดของการสมัครเปิดบัญชี paypal และสมัครสมาชิก
Shutterstock มีคนทำรายละเอียดไว้เยอะแล้ว ลองแวะไปดูตามลิงค์ที่ผมให้มา

การสมัครเปิดบัญชี paypal


การสมัครสมาชิก ShutterStock

...

ตอนหน้าผมจะมารายงานผลการส่งภาพไปสอบของผมนะครับ ... โปรดติดตามตอนต่อไป

1d1p_062_a.jpg
2011-10-10 00:35

มันมีอะไรบางอย่างอยู่ในวิวไฟน์เดอร์ ...

TOP

อ่านแล้วนึกถึงตัวเองแต่ก่อน อิๆ สนุกดีครับ
จัดมาเรื่อยๆนะครับ จะคอยติดตาม
maya13

TOP

[ ตอนที่ ๓ ]

...

หลังจากส่งภาพไปสอบ .. รอลุ้นผลด้วยใจระทึก .. ตึก .. ตึก .. โป๊ะ ... !!!



ในที่สุดก็ได้เมล์ตอบกลับ ผลสอบออกมาดังนี้ ...




ในการสอบกำหนดให้ส่งภาพไป 10 ภาพ ภาพที่ไม่ผ่านคือ

1. ก๊อกน้ำ .. แสงเงาไม่ดี ไวท์บาล๊านซ์ผิด การจัดวางองค์ประกอบของภาพยากต่อการนำไปใช้งาน
เชิงพานิชย์ และยังไม่มีความต้องการภาพถ่ายแนวนี้

2. ลูกกีวี่ .. ความจริงนี่เป็นภาพที่มั่นใจสุด ๆ ว่าจะผ่าน แต่ทว่าวืด แสงเงาไม่ดี ไวท์บาล๊านซ์ผิด
การจัดวางองค์ประกอบของภาพยากต่อการนำไปใช้งานเชิงพานิชย์ (ก็เข้าไปดูภาพลูกกี่วี่ของคนอื่น ๆ
เขาก็ถ่ายกันแบบนี้นี่หว่า แล้วไหงพลาดเรื่ององค์ประกอบไปได้)

3. ถ้วยชา .. นี่ก็มั่นใจเหมือนกันว่าผ่าน แต่ทว่าวืดอีกเช่นกัน แสงเงาไม่ดี ไวท์บาล๊านซ์ผิด การจัดวาง
องค์ประกอบของภาพยากต่อการนำไปใช้งานเชิงพานิชย์ (สรุปว่า .. ไม่ชอบกฏ 3 ส่วน ชอบซับเจค
กลาง ๆ ภาพว่างั้นเหอะ)


ภาพอนุสรณ์สถานนี่สิที่วัดดวง เพราะห่วงเรื่องท้องฟ้าไม่สวย กลับผ่านฉลุย ...


ส่งไป 10 ... ผ่าน 7 พอดีเกณฑ์เป๊ะ สรุปว่า ... ผ่านแล้วฮ่า



คำแนะนำจากการส่งภาพไปสอบของผมก็คือ ภาพต้องชัดทั้งภาพ หลีกเลี่ยงภาพชัดตื้น วัดแสงเฉลี่ย
ไม่ให้มีความต่างระหว่างส่วนมืด กับส่วนสว่างมาก ซับเจคควรอยู่กลาง ๆ ภาพ แต่เงาต้องครบ ถ่ายทื่อ ๆ
ตรงไปตรงมา ไม่ต้องลีลามาก (อย่างเช่นภาพลูกเต่าของผม) เขาจะดูว่าเราเข้าใจเรื่องภาพถ่ายเชิงพานิชย์
หรือไม่ ถ้าผ่านแล้วค่อยออกเสต็ปแบบที่เราชอบได้ (ส่วนส่งไปแล้วจะขายได้รึเปล่าเป็นอีกเรื่องนึง)

ไฟล์ให้ใหญ่ที่สุด ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ ปรับแต่งภาพได้นิดหน่อย สรุปว่าภาพชัด ๆ แสงเคลียร์ ๆ
ยังไงก็ผ่าน ... ห้ามใช้แฟลช ห้ามภาพที่มีเงาดำแข็ง ๆ จากแฟลชหัวกล้อง .. เท่านั้นแหละครับ

เริ่มต้นการหาเงินจากกล้องอย่างเป็นเรื่องเป็นราวซะที เป้าหมายต่อไปคือ ส่งภาพให้ครบ 100 .. 500 ..
1000 ตามลำดับ


ยอดขายได้ครบ 100 เหรียญเมื่อไหร่เขาถึงจะโอนเงินมาให้ทีนึงนะครับ ผมได้เงิน 100 เหรียญแรกเมื่อไหร่
จะรีบมาแจ้งให้ทราบ

มันมีอะไรบางอย่างอยู่ในวิวไฟน์เดอร์ ...

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

TOP

ดีใจกับจ่าโจด้วยครับ จะลองศึกษาดูบ้างครับ จ่าโจอัพเดทเยอะๆนะครับ

TOP

ดีใจด้วยครับ  และพี่จ่าโจใจดีมากๆ ที่แปลให้ด้วย ทำให้อ่านลื่นขึ้นมากๆเลยครับ  ขอบคุณมากๆครับ
ความคิดเห็นของผมเป็นเพียงเป็นกระจกหนึ่งด้านเดียวเท่านั้น...มันอาจจะไม่ถูกต้องทุกเรื่องเสมอไปครับ

TOP

ดูภาพจ่าแล้ว เหมือนว่า ใช้แสงธรรมชาติ และ WB แบบ daylight จะมีโอกาสรอดสูงกว่าแบบอื่นเลย
ความคิดเห็นของผมเป็นเพียงเป็นกระจกหนึ่งด้านเดียวเท่านั้น...มันอาจจะไม่ถูกต้องทุกเรื่องเสมอไปครับ

TOP

ผมว่าเท่าที่ดูนะครับ ภาพที่ทำยอดโหลดได้เยอะ ๆ ติดอันดับ กลับกลายเป็นภาพที่มีพื้นหลังขาวซะเป็นส่วนใหญ่
คงเพราะภาพประเภทนี้ง่ายต่อการนำไปใช้ เพราะมันเหมือนกับโดนไดคัทมาเรียบร้อยแล้ว เอาไปแป่ะบนพื้นหลัง
แบบอื่น ๆ ก็ง่าย แต่ผมว่ามันถ่ายยากนะ ที่จะจัดแสงแบบที่ให้ไวท์บาล๊านซ์ไม่เพี้ยน คงต้องถามพี่ maya13 แล้ว
แหละครับว่าเคล็ดลับในการถ่ายภาพพื้นหลังขาวแบบเจ๋ง ๆ เขาทำกันยังไง

...

บางทีผมมองภาพของตัวเอง ที่ไปปรากฎในแคทตาล๊อกภาพของ Shutterstock แล้วก็รู้สึกพิกล ๆ ตัวเองอยู่เหมือนกัน
เดี๋ยวนี้ไม่ต้องคิดเรื่องทำลายน้ำ ลายเซ็นต์ ... Shutterstock จัดการให้ ปั๊มโลโก้ผ่างเข้ากลางภาพ

ในแง่นึง ... ไม่ว่ามันจะขายได้ หรือขายไม่ได้ แต่มันก็มีเครื่องหมายรับประกันว่า จะไม่มีใครแอบมาจิ๊กภาพนั้นของเราไปใช้
โดยพลการได้อีกแล้ว ถ้าจะเอาต้องซื้อเท่านั้น มันเป็นการรักษาสิทธ์อันชอบธรรม อันพึงมี พึงได้ของเรา

แต่ก็ต้องมานั่งปวดหัว ปวดหมอง คิดหามุขใหม่ ๆ มาถ่าย เพื่อที่จะได้ภาพไปอัพโหลด ยอดภาพในสต๊อกของเราจะได้เยอะ ๆ
จะได้มีคนมาดูเยอะ ๆ จะได้มีเอเจนซี่มาซื้อภาพของเราเยอะ ๆ ... เราจะได้เงินเยอะ ๆ

การทำงาน ในระบบแบบนี้ ... มันจะดีมั้ยน้อ มันจะเหมาะกับจริตของผมในระยะยาวรึเปล่า


เวลาเท่านั้น ที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์




มันมีอะไรบางอย่างอยู่ในวิวไฟน์เดอร์ ...

TOP

กลับไปยังรายบอร์ด