กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่
มีแฟนคลับกลุ่มเล็ก ๆ (3-4 คน) ถามไถ่ถึงงานเขียนของแม่มดราตรี
แม่มดยังเขียนอะไรเรื่อยเปื่อยทุกวันค่ะ ..แต่หลัง ๆ เขียนเก็บไว้ในเครื่องซะมากกว่า
(เริ่มมีการกักตุนสินค้า อิอิ)



ME.jpg
2011-6-10 21:40
♥~[เกลียดในสิ่งที่ฉันเป็น ยังดีกว่ารักในสิ่งที่ฉันไม่ได้เป็น] ~♥

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

SELF CENTRE จักรวาลหมุนรอบฉัน



สิ่งที่ฉันค้นพบ เป็นสิ่งเล็ก ๆ ที่ยิ่งใหญ่ เสียกว่า คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ค้นพบทวีปอเมริกา
คือฉันค้นพบ “ตัวเอง

ฉันพบว่า.. ฉันเป็นบุคคลประเภท Self centre คือ คิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล
ทุกประโยค ทุกเรื่องเล่า จะถูกเริ่มต้นด้วย “ฉัน” “ฉัน” และก็ “ฉัน”
ฉันสนใจแค่ตัวฉันเอง....และไม่ค่อยยอมรับฟังคนอื่น หรือเรื่องอื่น ๆ ที่นอกเหนือความสนใจ
มีความภูมิใจในตัวเองสูง (หรือเรียกง่าย ๆ หลงตัวเองนั่นแหละ) มีอีโก้ หรืออัตตาบางอย่างแบบแปลก ๆ

ฉันเป็นที่ 1 มาตลอดเกือบทั้งชีวิต ... เป็นเด็กห้องคิงทุกชั้นปี- เป็นหัวหน้าห้อง- เป็นประธานนักเรียน-
เป็นเชียร์ลีดเดอร์-เป็นดรัมเมเยอร์ ฯลฯ ใช่ ฉันเลือกที่จะครอบครองบทบาทที่โดดเด่นเท่านั้น

อันที่จริงความสามารถฉันไม่ได้เก่งพิเศษเหนือใคร ที่ฉันเก่งจริง ๆ คือการพรีเซนส์ตัวเองให้เป็นจุดสนใจ


อาจจะมาจากปมที่เกิดจากชีวิตวัยเด็ก ขาดความอบอุ่น ขาดความรัก ขาดคำชม ..ขาดอ้อมกอด
ฉันจึงพยายามเพื่อให้ได้รับ “การยอมรับ” ในทุก ๆ ด้าน ทุก ๆ สังคม

ฉันต้องเป็น Somebody!  จะเป็นทุกข์ และทนไม่ได้เลย หากตัวเองเป็น Nobody ที่ไม่มีใครกล่าวถึง

บุคคลประเภท Self Centre อาจจะมีบุคลิก ดึงดูด น่าสนใจ ในทีแรกที่รู้จัก แต่หากลองคบหาลึกซึ้ง
จะรู้สึกได้ว่าอึดอัด คบแล้วเหนื่อย น่าเบื่อหน่าย ดีแต่พูดถึงแค่เรื่องตัวเอง ซ้ำ ๆ ซาก ๆ ไม่สนใจใคร ไม่ฟังใคร
และที่สำคัญ ไม่หยุดพูด!..(สยองขวัญไหมล่ะ?)

เหมือนลึก ๆ ฉันจะรู้ตัวเองอยู่บ้าง ถึงได้สร้างกำแพงกั้นความสัมพันธ์ไว้ไม่ให้ใครเข้าถึง
กลัวโดนเกลียด กลัวโดนเบื่อ
แต่กำแพงนั่นมาจากความล้มเหลวในการคบหาเพื่อนสมัยอดีตด้วยส่วนนึง

…..

ตัวตนจริงๆ ของฉัน เป็นคนบุคลิกแปลกแยก เก็บตัว ขี้อาย ไม่มั่นใจ เดินไหล่ห่อ พูดเสียงเบา เข้าสังคมไม่เป็น...
ใครไม่เชื่อลองมาอยู่กับฉัน 2 ต่อ 2 ดู ... คุณจะรู้ว่า จริง ๆ แล้วฉันเป็นคนเงียบมากจนน่าเบื่อ (ถึงขั้นน่ารำคาญด้วยซ้ำไป)

เมื่อตัวตนที่แท้จริงเป็นแบบนี้ แต่ดันอยากได้รับการยอมรับ มันขัดแย้งกันดีพิลึก
ฉันจึงต้องสร้างตัวตนขึ้นมาอีกคนนึง เป็นอีกบุคลิกที่แตกต่างกับตัวจริงโดยสิ้นเชิง...
♥~[เกลียดในสิ่งที่ฉันเป็น ยังดีกว่ารักในสิ่งที่ฉันไม่ได้เป็น] ~♥

TOP

แก้ไขครั้งสุดท้าย: 2011-6-11 10:21 โดย แม่มดราตรี

สวย เก่ง ฉลาด ร่าเริง มั่นใจ ฉะฉาน ช่างพูด  เดินตัวตรง หน้าเชิด ดวงตาเป็นประกาย ยิ้มง่าย เป็นมิตร
.... อย่างที่เห็นใน “แม่มดราตรี

ค่ะ...แม่มดราตรี เป็นเพียงบุคลิกที่ฉันสร้างขึ้น ..ตัวจริงฉันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยซักนิด ไม่แม้แต่จะใกล้เคียง
ฉันถึงชอบให้ใครเรียกฉันว่า “แม่มด” มากกว่าเรียกชื่อจริง ๆ ในขณะที่ฉันกำลังสวมบทบาท “แม่มดราตรี” อยู่

แม้แต่ในโลกของการทำงาน หรือ ในสังคมเพื่อนที่ไม่ค่อยสนิทนัก ..ฉันก็จะสวมหน้ากากแม่มดราตรีไว้เสมอ
จะกลับเป็นตัวของตัวเองอีกครั้งเมื่ออยู่บ้าน หรือ อยู่คนเดียว

บุคลิก “แม่มดราตรี” ของฉันนี่เองที่มีปัญหา Self Centre
คิดว่าตัวเองน่าสนใจ คิดว่าใคร ๆ ก็ต้องสนใจ เวลาฉันพูด ทุกคนต้องหยุดฟัง (นึกว่าตัวเองเป็นประธานาธิบดีหรือยังไง?)

อาการ Self Centre มันสะท้อนออกมาแม้แต่ในงานเขียน ...
ไม่น่าแปลกใจหรอกที่ผลงานฉันจะไม่ผ่านการพิจารณาจากสนพ. หรือคนอื่น ๆ อ่านแล้วไม่รู้สึกอิน

Self Centre นี่มีแนวโน้มจะพัฒนาเป็น Selfish ได้ง่ายดาย... มันมีเส้นบาง ๆ กั้นไว้นิดเดียวเอง
(โชคดี - ฉันก็ยังไม่ถึงขั้นนั้น)

บุคลิกที่ฉันสร้างขึ้นนี่เอง กลายเป็นปมที่ทำให้ฉันเกิดทุกข์

..

หลังจากลองพบจิตแพทย์แล้วก็ดี ลองเข้าหาศาสนาแล้วก็ดี
อะไร ๆ ที่เป็นทุกข์ก็ค่อย ๆ คลี่คลายออก ... มันอาจจะไม่หายขาดทันทีเหมือนนับ 1-2-3 แต่มันก็ค่อย ๆ ดีขึ้น
ฉันมีความสุขมากขึ้น .. ยิ้มได้ หัวเราะได้จากหัวใจจริง ๆ ไม่ต้องเสแสร้งแกล้งทำ

...

ตอนนี้ฉันกำลังอยู่ในโปรแกรม Mirror คือการคุยกับตัวเองในกระจก
นั่งพูดคุยออกเสียง กับตัวเองในกระจก เสมือนคุยกับเพื่อนคนนึงนี่แหละค่ะ
เป็นโปรแกรมที่เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยชอบเปิดใจกับใคร และเหมาะกับคนที่เชื่อแต่ตัวเอง อย่างฉัน
(หมอว่ามาอย่างงั้นนะ)

หัดรับฟังเสียงตัวเองให้มากขึ้น เพื่อจะได้เข้าใจตัวเอง  นำไปสู่ขั้นตอนในการเรียนรู้ที่จะรับฟังและเข้าใจบุคคลอื่น

....

หากใครกำลังทุกข์มาก .. หาวิธีดับทุกข์ไม่ได้ ก็ลองเข้าวัด ..หรือไปคุยกับจิตแพทย์ดูบ้างนะ ..มันได้อะไรกลับมากว่าที่คุณคิดเยอะเลย

ไม่ต้องอายค่ะ คนที่พบจิตแพทย์ไม่จำเป็นต้องบ้าเสมอไป แค่กันไว้ก่อนคุณจะบ้าไปจริง ๆ ...






แต่ก็นะ..เคยมีคนบ้าที่ไหนออกมายอมรับว่าตัวเองบ้าบ้างล่ะ?
คนดี ๆ ที่ไหนเขาจะนั่งคุยกับกระจกเป็นวรรคเป็นเวรล่ะ?


.
.
เอ๊ะคุณ ..ฉันไม่ได้บ้านะคะ!
♥~[เกลียดในสิ่งที่ฉันเป็น ยังดีกว่ารักในสิ่งที่ฉันไม่ได้เป็น] ~♥

TOP

เธอแมน สมคำร่ำลือ  ^^

TOP

ว๊ายยยยยยย
"บางอย่างเกิดมาเพื่อกินขยะบนชายหาด แต่บางอย่างก็เกิดมาเพื่อปฎิเสธ เงื่อนไข -- ข้อ จำกัด เหล่านี้"

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

TOP

จะกลับมาอ่านละเอียดๆนะ  ลงชื่อไว้ก่อนว่าเห็นแระ
ความคิดเห็นของผมเป็นเพียงเป็นกระจกหนึ่งด้านเดียวเท่านั้น...มันอาจจะไม่ถูกต้องทุกเรื่องเสมอไปครับ

TOP

อ่านคร่าวๆ  ผมตอบละกันว่า เป็นเรื่องปกติมากครับ   อย่าคิดว่าผิดปกติเลย
แบบว่า อ่านแล้ว ตอนแรกยัง งงๆว่า มันก็ปกติมากๆ
....ทำไมเขียนเหมือนไม่ปกติ - -"

ขออ่านอีกรอบ ว่ามันป่วย/ผิดปกติตรงไหน  แล้วจะมาเม้นท์อีกรอบอาฟฟฟ
ความคิดเห็นของผมเป็นเพียงเป็นกระจกหนึ่งด้านเดียวเท่านั้น...มันอาจจะไม่ถูกต้องทุกเรื่องเสมอไปครับ

TOP

Self fish  อร๊างงงงง  สะกดผิดนะ @_@
ความคิดเห็นของผมเป็นเพียงเป็นกระจกหนึ่งด้านเดียวเท่านั้น...มันอาจจะไม่ถูกต้องทุกเรื่องเสมอไปครับ

TOP

ตอบกลับ 8# sumphano


    Selfish แหะ ๆ..แก้แล้วค่ะ
♥~[เกลียดในสิ่งที่ฉันเป็น ยังดีกว่ารักในสิ่งที่ฉันไม่ได้เป็น] ~♥

TOP

สรุป ว่า ผมอ่านรอบ 3 แล้ว  อาการปกติดีงับ   เอาเงินไปซื้อฟิลเตอร์ มาใส่เลนสืดีกว่าหาหมองับ
ความคิดเห็นของผมเป็นเพียงเป็นกระจกหนึ่งด้านเดียวเท่านั้น...มันอาจจะไม่ถูกต้องทุกเรื่องเสมอไปครับ

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

TOP

2 พันบาท
เอาไปซื้อ นี่เลยครับ r-strap
http://www.youtube.com/watch?v=14Q1IxI_Opw
ความคิดเห็นของผมเป็นเพียงเป็นกระจกหนึ่งด้านเดียวเท่านั้น...มันอาจจะไม่ถูกต้องทุกเรื่องเสมอไปครับ

TOP

ผมว่าปกติดีครับ ปกติแถมสวยด้วยอิอิ อาการที่ว่าของแม่มดฯ อยู่ในความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ทุกคนอยู่แล้วอ่ะครับ

มาสโลว์ ได้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็น 5 ขั้นเรียงตามลำดับ ดังนี้

ขั้นที่ 1 ความต้องการทางกาย (Physiological Needs) คือความต้องการปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต
ขั้นที่ 2 ความต้องการความ มั่นคงปลอดภัย (Safety and Security Needs) คือความต้องการที่จะมีชีวิต
ที่มั่นคง ปลอดภัย
ขั้นที่ 3 ความต้องการความรักและการเป็นที่ยอมรับของกลุ่ม (Love and Belonging Needs) มนุษย์เมื่อเข้า
ไปอยู่ในกลุ่มใดก็ต้องการให้ตนเป็นที่รักและยอมรับในกลุ่มที่ตนอยู่
ขั้นที่ 4 ความต้องการได้ รับการยกย่องจากผู้อื่น (Self -Esteem Needs) เป็นความต้องการในลำดับต่อมา ซึ่งความต้องการในชั้นนี้ถ้าได้รับจะก่อให้เกิดความภาคภูมิใจใจตนเอง
ขึ้นที่ 5 ความต้องการในการเข้าใจและรู้จักตนเอง (Self-Actualization Needs) เป็นความต้องการชั้นสูง
ของมนุษย์ ซึ่งน้อยคนที่จะประสบได้ถึงขั้นนี้

มาสโลว์ได้กล่าวเน้นว่า ความต้องการต่าง ๆ เหล่านี้ต้องเกิดเป็นลำดับขั้น และจะไม่มีการข้ามขั้น ถ้าขั้นที่ 1 ไม่ได้รับการตอบสนอง ความต้องการในลำดับขั้นที่ 2-5 ก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้ การตอบสนองที่ได้รับในแต่ละขั้นไม่จำเป็นต้องได้รับทั้ง 100% แต่ต้องได้รับบ้างเพื่อจะได้เป็นบันไดนำไปสู่การพัฒนาความต้องการในระดับที่สูงขึ้นในลำดับขั้นต่อไป

ท่านสามารถอ่านบทความนี้ได้ที่ www.seal2thai.org/sara/sara134.htm
กล้องมีไว้ถ่าย ไม่ได้มีไว้อวดโว้ยย.....

TOP

ขอบคุณทุกคนมากเลยงับ ^^
♥~[เกลียดในสิ่งที่ฉันเป็น ยังดีกว่ารักในสิ่งที่ฉันไม่ได้เป็น] ~♥

TOP

กลับไปยังรายบอร์ด