กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่
ร่ำๆจะลืมเรื่องนี้เสียแล้ว   พอดีผ่านไปเห็นน้องข้าวโพด พูดถึงคำว่า ค ว า ม จ ริ ง  เลยจำขึ้นมาได้อีก
อาจประติดประต่อได้ไม่ดีนัก แต่จะพยายามนะครับ.....


     ผมมักจั่วหัวกระทู้/ เม้นท์ ไว้ก่อน กันตัวเองลืม  อีกในนัยหนึ่ง ว่ากันว่า
การที่เราประกาศจุดประสงค์หรือเป้าหมายของเราให้คนรอบข้างรับรู้   มีการศึกษาข้อมูลชัดเจนว่า
มีโอกาสสำเร็จกว่าการตั้งใจเฉยๆแต่ไม่บอกใคร...เรื่องนี้ใครสนใจก็แยกคุยได้อีกเป็นหัวข้ออื่น  เด๋วหลง

.....เขียนยาวกลัวหาว่าแก่ เอิ๊กส์

เอ้า มาฟังลุงเล่านิทาน

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

เรียบเรียงโดย  หมีควาย
inspired by  ข้าวโพด
influenced by   บินหลา สันกาลาคีรี / ประภาส ชลศรานนท์

     Once upon a time

     มีชายคนหนึ่ง  เกิดเบื่อหน่ายในสิ่งรอบตัวที่ดำเนินไปในชีวิต   เขาจึงตัดสินใจออกเดินทาง
ตามหา  ค ว า ม จ ริ ง   มิไยเพื่อนๆจะทัดทานกันเท่าไร
เขาก็หาฟังไม่....

     เขาเดินทางไปเจอหญิงชนบทคนหนึ่ง  เธอกำลังทำงานอยู่ในท้องนา  
ไรผมย้อนแสงตะวันทอประกายน่าถ่ายรูปลง pixproranking.net อย่างยิ่ง...คงได้ +4.6
....แลเธอช่างอ่อนโยนและเอื้ออาทร

" ขอโทษนะ  เธอชื่อความจริงใช่ไหม "
" เปล่า  ฉันชื่อความรัก "
" มันไม่ใช่สิ่งเดียวกันหรือ"
" ฉันตอบไม่ได้หรอก มันอาจเป็นสิ่งเดียวกันในขณะหนึ่ง
...แต่จะตลอดไปหรือไม่ ฉันก็ตอบไม่ได้เลย"


" ถ้าเช่นนั้น เธอก็ไม่ใช่ความจริงเป็นแน่  
เพราะความจริงย่อมไม่เปลี่ยนแปลงตลอดไป  บอกฉันเถิด ว่าความจริงอยู่ที่ไหน"

TOP

+++ขอเวลานอก+++++++ก่อนที่ผมจะพาไปเลยเถิด  
ผมเจอต้นฉบับของพี่จิกพอดี  ไม่งั้นคงเละไปด้วย
สำนวนหมีควาย เอิ๊กส์

TOP

ผู้ชายที่ตามหาความจริง


พี่ประภาสครับ


             ความจริงคืออะไรครับ


                                                                                    ลิ้มสมองเล็ก

TOP

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว


                     ยังมีชายหนุ่มคนหนึ่งที่ใช้เวลาแทบทุกวันนั่งถกเถียงกับเพื่อนๆว่า “ความจริงคือสิ่งใด”
เมื่อเถียงกันจนหาข้อยุติในความหมายของความจริงไม่ได้ ชายหนุ่มผู้นั้นก็ตัดสินใจบอกกับเพื่อนๆว่า เขาจะออกเดินทางเพื่อตามหาความจริงให้พบ


          “แล้วฉันจะกลับมาพร้อมกับคำตอบว่าที่แท้แล้วความจริงคืออะไร” ชายหนุ่มตะโกนบอกเพื่อนๆตอนที่เขากำลังจะเดินทางออกจากหมู่บ้าน


                    ชายหนุ่มก็เดินทางมาถึงตลาดของเมืองอีกเมืองหนึ่ง


                    ผู้คนส่วนใหญ่เดินผ่านไปมาด้วยความเร่งรีบและมีสีหน้าวิตกกังวล มันทำให้ชายหนุ่มรู้สึกถึงความแปลกแยกและตื่นตัว ชายชราคนหนึ่งเดินผ่านเข้ามาและรู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่งกับท่าทีของชายหนุ่มที่เดินมองโน่นมองนี่


          “นี่เจ้าจะเดินชนข้าหรืออย่างไร” ชายชรากล่าวขึ้น


          “ขออภัยท่านผู้เฒ่า  ท่านพอจะรู้ไหมว่าความจริงคืออะไร”ชาวหนุ่มตั้งคำถามทันที


          “อะไรนะ” ชายชรารู้สึกสนเท่ห์ในคำถาม


          “ข้ากำลังตามหาความจริงอยู่ ท่านพอจะรู้ไหมว่ามันคือสิ่งใด แล้วในเมืองนี้มีความจริงไหม” ชายหนุ่มถามอีก


                   ชายชรามองหน้าชายหนุ่ม “มีสิ เมืองนี้มีความจริงแน่นอน”


          “จริงหรือ” ชายหนุ่มลิงโลด “ถ้าเช่นนั้น ท่านช่วยพาข้าไปพบกับความจริงหน่อยได้ไหม”


          “เจ้ากล้าไปพบจริงๆหรือ” ชายชรายังคงมองหน้าชายหนุ่ม


          “ข้าเดินทางมาแสนไกลก็เพื่อจะตามหาความจริง ทำไมข้าถึงจะไม่กล้าเล่า” ชายหนุ่มยืนยัน


                    ว่าแล้วชายชราก็พาชายหนุ่มเข้าไปในพระราชวัง ทันทีที่ถึงท้องพระโรงชายหนุ่มก็รู้ได้ทันทีว่าที่แท้แล้วชายชราผู้นี้คือเสนาบดีของพระราชาแห่งเมืองนี้นั่นเอง


          “ทำความเคารพพระองค์เสียสิ” ชายชราบอกกับชายหนุ่ม ชายหนุ่มจึงค้อมหัวลง


          “เจ้าพาผู้ใดเข้ามา” พระราชาตรัสเสียงดังลงมาจากบัลลังค์


          “ชายผู้นี้กำลังมาตามหาความจริงพ่ะย่ะค่ะ”เสนาบดีเฒ่ากล่าว


          “เจ้ามาถูกที่แล้วหนุ่มน้อย ข้านี่แหละคือความจริง” พระราชาเอ่ยขึ้น


                   ชายหนุ่มทำหน้าสงสัย เสนาบดีจึงกระซิบกับชายหนุ่ม“เจ้าคงไม่เชื่อว่าพระองค์คือความจริง สิ่งใดที่พระองค์พูด สิ่งนั้นจะเป็นตามนั้น”


          “ถ้าเจ้าไม่เชื่อว่าข้าคือความจริง ข้าจะแสดงให้ดู” พระราชาลุกขึ้นยืน “เจ้าจะต้องถูกโบยสิบที…แล้วเจ้าคอยดูเถิดว่ามันจะเป็นความจริงไหม” มิทันขาดคำทหารยามสองคนที่ยืนรักษาประตูก็เดินเข้ามาจับชายหนุ่มให้นอนคว่ำหน้าลง


          “จะทำอะไรข้า” ชายหนุ่มร้องลั่น


                   ว่าแล้วทหารยามก็ลงมือโบยชายหนุ่มทันทีจนครบสิบครั้ง เสียงหัวเราะของพระราชาดังก้องไปทั่วท้องพระโรง “ทีนี้ เจ้าเชื่อหรือยังว่าข้านี่แหละคือความจริง”

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

TOP

ขณะที่ชายหนุ่มกำลังลุกขึ้นนั่ง ก็พลันได้ยินเสียงเอะอะมาทางประตู เสียงนั้นเป็นเสียงของผู้คนจำนวนมากกำลังต่อสู้กัน แล้วทหารคนหนึ่งก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในท้องพระโรง


          “ท่านเสนาบดี ! พวกโจรกำลังจะบุกเข้ามาแล้ว”


                   เสนาบดีได้ยินดังนั้นจึงตะโกนสั่งเหล่าทหาร “รีบพาพระองค์ไปหลบในที่ปลอดภัยโดยเร็ว”


ขณะที่กำลังหันรีหันขวางด้วยทำอะไรไม่ถูก ชายหนุ่มจึงค่อยๆคลานมาแอบอยู่หลังเสาท้องพระโรง แล้วเขาก็เห็นพวกโจรนับสิบๆคนวิ่งกรูกันเข้ามา


          “จับพวกมันโบยคนละสิบทีแล้วก็เอาไปขังในคุกใต้ดินให้หมด” หัวหน้าโจรร้องสั่ง ถึงตอนนี้แม้แต่พระราชาก็ถูกกวาดต้อนไปรวมกับพวกเหล่าเสนาบดี


          “ปล่อยข้าไป ข้าเป็นพระราชานะ” พระองค์ร้องบอกหัวหน้าโจร


                   หัวหน้าโจรได้ยินดังนั้นจึงร้องกลับไป “พระราชาที่รีดนาทาเร้นชาวนาอย่างพระองค์ สมควรถูกโบยคนแรก” ว่าแล้วสมุนมือขวาของหัวหน้าโจรก็เดินเข้าไปจับพระราชานอนคว่ำลงแล้วก็ลงมือโบยทันที


                   ชายหนุ่มมองเห็นพระราชาถูกโบยก็นึกอยู่ในใจ “ที่แท้พระองค์ไม่ใช่ความจริง พระองค์เพิ่งพูดคำว่า ปล่อยข้าไป ก็ไม่เห็นมีใครปล่อยพระองค์อย่างที่พระองค์พูดเลย”

TOP

หลังจากที่พวกโจรจับพระราชาและเหล่าเสนาบดีขังคุกแล้ว พวกโจรก็เข้าไปรื้อเงินและทองที่อยู่ในท้องพระโรงออกมาเพื่อจะขนออกไปนอกเมือง ชายหนุ่มเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดจึงรู้สึกประทับใจในตัวหัวหน้าโจร ที่สามารถบังคับความจริงอย่างพระราชาได้ จึงสมัครเป็นลูกน้องติดตามไปด้วย


                   หลังจากอยู่กับพวกโจรไม่กี่วัน ทันทีที่สบโอกาส ชายหนุ่มก็ได้เอ่ยปากถามหัวหน้าโจรด้วยความอยากรู้ว่า “ท่านหัวหน้า ข้าอยากรู้ว่าความจริงคืออะไร ท่านพอจะให้คำตอบข้าได้ไหม”


                   หัวหน้าโจรมองหน้าชายหนุ่มเหมือนทุกคนที่เคยถูกชายหนุ่มถาม “ความจริงนั่นหรือ โลกนี้มันมีความจริงเสียที่ไหน”


          “หมายความว่าอย่างไรท่านหัวหน้า” ชายหนุ่มถามต่อ

TOP

“เจ้าเคยได้ยินคำว่า ไม่มีสัจจะในหมู่โจรไหม คนเป็นโจรนั้นเขาไม่เชื่อหรอกว่ามีอะไรในโลกนี้ที่เชื่อถือได้” หัวหน้าหันไปถามสมุนมือขวา “จริงไหมสมุนข้า”


                   พูดได้แค่นั้นหัวหน้าโจรก็ตาค้าง


          “จริงสิหัวหน้า” สมุนมือขวาของหัวหน้าโจรแสยะยิ้ม พลางดึงดาบออกจากพุงของหัวหน้า เลือดไหลออกมาเป็นทาง หัวหน้าโจรทรุดลงกองกับพื้นทันที “สัจจะข้อเดียวที่มีอยู่ในโลกนี้ก็คือไม่เคยมีสัจจะ”


          “หัวหน้าถูกแทง” เสียงสมุนคนหนึ่งร้องขึ้น


          “มันจะก่อกบฎ” อีกเสียงหนึ่งดังขึ้นอีก


          “ข้าจะอยู่ข้างท่าน”แล้วก็อีกเสียงหนึ่ง


                   และในวินาทีต่อมา การพันตูกันของกลุ่มโจรก็เกิดขึ้น ชายหนุ่มผู้ตามหาความจริงอาจจะมองว่านี่คือการแตกคอกันของกลุ่มโจรที่แบ่งเป็นสองฝ่าย ซึ่งในความเป็นจริงที่ไม่มีใครรู้นั้น บางทีมันอาจจะมากกว่าสองฝ่ายก็เป็นได้

TOP

เวลาผ่านไปนานแค่ไหนชายหนุ่มไม่อาจรู้ได้ เขามารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่มีมือเหี่ยวๆเอาน้ำมาลูบหน้า
           “ข้าอยู่ที่ไหน”ชายหนุ่มพูดขึ้นด้วยเสียงแหบพร่า


           “เจ้าอยู่ในกระท่อมของข้า”เสียงหญิงชราตอบ ทันทีที่ชายหนุ่มมองเห็นหน้าของผู้ที่ช่วยชีวิตของเขาชัดเจน ชายหนุ่มก็ผลุนผลันลุกขึ้นถอยตัวห่างออกมาด้วยความตกใจ ใบหน้าที่อยู่ข้างหน้าของเขาเป็นของหญิงชราหลังค่อม มีผมสีขาวโพลน เนื้อตัวเหี่ยวย่นและตามผิวหนังก็มีตุ่มเล็กๆขึ้นเต็มไปหมด มองเผินๆแล้วเหมือนผิวคางคกมากกว่าผิวมนุษย์


           “ท่านเป็นใคร” ชายหนุ่มพูดขึ้น


           “ข้าชื่อความจริง” หญิงชราพูดยิ้มๆ “ข้าพบเจ้านอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่ที่ลานบ้านของข้า  ดูคล้ายๆเจ้าหนีซวนเซมาจากที่ไหนสักแห่ง” ชายหนุ่มฟังแล้วจึงค่อยๆนึกเหตุการณ์ตาม


           “กินข้าวเถิด” หญิงชราดันถาดอาหารมาไว้ที่ตรงหน้าชายหนุ่ม แล้วจึงค่อยๆเดินถือไม้เท้าเลี่ยงออกไป  มันเป็นอาหารที่แทบจะดูไม่ออกเลยว่าเป็นอาหารอะไร แต่ชายหนุ่มก็กินมันจนหมดด้วยความหิว


                     หลังจากนั้นชายหนุ่มก็พักอาศัยอยู่กับหญิงชราอีกหลายสัปดาห์เพื่อรักษาตัว ในระหว่างที่พักอาศัยอยู่นั้น ยามใดที่ได้มีโอกาสนั่งคุยกันกัน ชายหนุ่มก็มักจะถามหญิงชราเสมอว่า ความจริงคือสิ่งใด คำตอบเดียวที่ได้รับจากหญิงชราก็คือ ตัวหญิงชราเองนั่นแหละคือความจริง เมื่อได้รับคำตอบนี้บ่อยๆเข้า ชายหนุ่มก็ชักเริ่มเบื่อหน่าย


                     และเมื่อร่างกายของชายหนุ่มแข็งแรงดีขึ้น เขาจึงเตรียมตัวเดินทางกลับหมู่บ้านของตัวเอง วันที่เขาไปร่ำลาหญิงชรา จู่ๆหญิงชราก็เอ่ยขึ้นมาว่า “แล้วเจ้าจะบอกเพื่อนๆของเจ้าว่าอย่างไรเกี่ยวกับความจริง”


                    ชายหนุ่มอ้ำอึ้ง  แล้วก็พูดขึ้นอย่างขอไปทีว่า “ข้าคงจะบอกพวกเขาว่าข้าได้พบกับความจริงแล้ว”

TOP

ดีแล้วล่ะ” หญิงชราที่มีชื่อว่าความจริงพูดยิ้มๆ “อย่าลืมบอกพวกเขาด้วยแล้วกัน”


                   “เรื่องอะไรหรือท่านความจริง” ชายหนุ่มถาม

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

TOP

หญิงชรามองหน้าชายหนุ่มและพูดด้วยน้ำเสียงเล่นๆกึ่งจริงจัง

“อย่าลืมบอกพวกเขาว่า… ข้าสาวและสวยเพียงใด”

TOP

เรื่องดีมากเลยครับ ผมชื่นชมงานลุงประภาสมากครับ  


อ่านจบแล้วชอบมาก คิดได้หลายๆมิติ  โอ้วเยี่ยมยอด

TOP

กระจก 6 ด้าน
"บางอย่างเกิดมาเพื่อกินขยะบนชายหาด แต่บางอย่างก็เกิดมาเพื่อปฎิเสธ เงื่อนไข -- ข้อ จำกัด เหล่านี้"

TOP

เนื่องเรื่อง ดี น่าอ่านน่าสนใจมากครับ

TOP

กลับไปยังรายบอร์ด