กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่
แหวนโซโลมอน

คอลัมน์ คุยกับประภาส / มติชน วันอาทิตย์
/ และรวมอยู่ในหนังสือ "เท่าดวงอาทิตย์"
เล่มนี้ติดหนึ่งในสิบหนังสือที่ผมชอบมาก

โดย ประภาส ชลศรานนท์

ผม( sumphano ผู้ลอกบทความมาปะในเวบ) ขออนุญาต ย่อความมาให้อ่านสั้นๆนะครับ
อาจเพราะสังคมเร่งรีบทุกวันนี้  ทำให้พวกเราอ่านอะไรยาวๆกันไม่ค่อยได้...ยาวนิดหนึ่งก้อ่านแบบ เขย่ง ก้าว กระโดด
ขนาดผม ที่เคยเป็นคนรักการอ่านอย่างงอมแงม  ก้เปลี่ยนอุปนิสัยการละเลียดเสพ ค่อยๆอ่าน  
...เป็นการกวาดตาเก็บประเด็นสำคัญเท่านั้น   

กษัตริย์ของอาณาจักรฮิบรูพระองค์หนึ่งพระนามว่าโซโลมอน ได้มีพระราชโองการขึ้นฉบับหนึ่ง ซึ่งต้องนับว่าเป็นโองการที่แปลกเอาการอยู่

พระบรมราชโองการนั้นสั่งให้เหล่ามหาอำมาตย์ที่ปรึกษาของพระองค์สร้างแหว นวิเศษขึ้นวงหนึ่ง
และให้แหวนวิเศษนั้นมีคำจารึกซึ่งไม่เกี่ยงว่าจะเป็นคาถาหรือบทสวดใดๆ ก็ได้ลงบนแหวน
และเมื่อใดก็ตามที่พระองค์ทอดพระเนตรแหวน แหวนนั้นจักต้องสามารถเปลี่ยนอารมณ์พระองค์ได้

โซโลมอน เป็นกษัตริย์ของชาวฮิบรู ชาวฮิบรูเป็นใครนั้นอธิบายอย่างง่ายสุดก็ต้องบอกคือยิวนั่นเอง
พระองค์มีชีวิตอยู่ในสมัยก่อนคริสตกาลเกือบพันปีได้
ชื่อโซโลมอนนี้บางทีท่านผู้อ่านอาจจะเคยพบในอีกชื่อหนึ่งว่า สุไลมานของชาวมุสลิม
ส่วนอาณาจักรฮิบรูที่โซโลมอนปกครองอยู่นั้นทุกวันนี้ก็คือบริเวณที่อยู่แถวๆ นครเยรูซาเลม

หลายคนคงตั้งคำถามในใจเหมือนผมว่ามุสลิมชาวปาเลสไตน์กับอิสราเอลหรือยิว ที่รบกันอยู่ทุกวันนี้นั้นมีบรรพกษัตริย์พระองค์เดียวกันด้วยหรือ

ความต้องการของพระองค์คือแหวนหนึ่งวง

แหวนที่สลักคำจารึกที่จะทำให้พระองค์สามารถเปลี่ยนแปลงอารมณ์ได้

รายละเอียดของพระราชโองการนี้ก็คือ ไม่ว่าพระองค์จะอยู่ในอารมณ์ใดก็ตาม หากพระองค์ทอดพระเนตรไปที่แหวน
แหวนนี้จะต้องเปลี่ยนอารมณ์ของพระองค์ได้ ไม่คำนึงว่าพระองค์จะทรงโทมนัสหรือทรงโสมนัสอยู่ หรือต่อให้พระองค์ทรงกริ้วอยู่
แหวนนี้ก็จักต้องสามารถทำให้หายกริ้วได้ ไม่เว้นแม้แต่ตอนที่พระองค์กำลังทรงสำราญ แหวนวงนี้ก็ต้องแสดงอิทธิฤทธิ์ออกมาให้ทรงหายสำราญได้

เมื่อฟังโองการจบ เหล่าอำมาตย์ต่างก็คิดกันหนักว่าจะไปหาแหวนวิเศษขนาดนั้นจากที่ไหน

ช่างและกวีทั่วทั้งเยรูซาเลมถูกตามตัวมารับงานขึ้นเรือนแหวน นักบวชตามวิหารต่างๆถูกตามมาสร้างสวดมนต์เพื่อแหวน
แล้วก็เป็นอย่างที่เหล่าอำมาตย์คาดไว้ ไม่มีใครสามารถสร้างแหวนที่ทรงพลานุภาพอย่างนั้นได้

การประชุมของเหล่าที่ปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้มีแทบทุกวัน วันกำหนดที่จะถวายแหวนแด่พระองค์ก็ใกล้เข้ามาทุกที
ความกังวลนั้นเข้ามาอยู่ยึดอยู่ในจิตใจของทุกคน แต่ที่หนักที่สุดเห็นจะเป็นปราชญ์เฒ่าผู้เป็นหัวหน้าคณะที่ปรึกษาของกษัตริย ์โซโลมอน
เพราะถ้าทำไม่สำเร็จพระราชอาญาก็คงต้องตกกับตัวเองแต่เพียงผู้เดียว

ความกังวลเมื่อเกิดขึ้นแล้วไม่ว่าใครก็ตามก็มักจะก่อตัวใหญ่ขึ้น และเมื่อกังวลเรื่องหนึ่งได้มันก็จะกังวลต่อไปอีกไม่รู้กี่เรื่องต่อกี่เรื่อง
ปราชญ์เฒ่าผู้เป็นหัวหน้าก็เช่นกัน ถึงตอนนี้แล้วความกังวลมากมายจึงก่อตัววนอยู่รอบๆ ความคิดของปราชญ์เฒ่า
ไหนจะเรื่องพระราชอาญาที่อาจถึงแก่ชีวิต ไหนจะเรื่องครอบครัว ไหนจะเรื่องความจงรักภักดี ฯลฯ

และเมื่อถึงที่สุดแล้ว ความเป็นปราชญ์ของเขาก็คิดได้ว่า เขาจะกังวลไปทำไม
ในเมื่อความมั่นคงในชีวิตมนุษย์อย่างแท้จริงมันไม่เคยมีจริง คนเรานั้นจะดีใจหรือหดหู่กับเคราะห์ดีหรือเคราะห์ร้ายมากเกินไปทำไม

และในวินาทีนั้นเองท้องฟ้าก็ดูเหมือนจะเปิดออกให้ได้เห็นแสงสว่าง

ในวันที่ถวายแหวนวิเศษแด่กษัตริย์โซโลมอน ทันทีที่พระองค์หยิบแหวนขึ้นมาทอดพระเนตรคำจารึก
พระองค์ถึงกับนิ่งไปพักใหญ่ แล้วจึงทรงแย้มพระโอษฐ์ออกมาอย่างพึงใจ เหล่าอำมาตย์ทั้งปวงจึงพร้อมใจกันเปล่งเสียงถวายพระพร

ในแหวนวิเศษนั้นมีคำจารึกไว้ว่า "แล้วสิ่งนี้ก็จะผ่านไปเช่นกัน"
ความคิดเห็นของผมเป็นเพียงเป็นกระจกหนึ่งด้านเดียวเท่านั้น...มันอาจจะไม่ถูกต้องทุกเรื่องเสมอไปครับ

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

ยังงัยครับ งงอยู่

นึกว่า "ต้องมีสติ"

TOP

ยังงัยครับ งงอยู่

นึกว่า "ต้องมีสติ" ...
naihoi โพสต์เมื่อ 2011-9-7 16:49



ใช่ครับ   
เรื่องที่แหวนบอกคือ  ปล่อยวาง อย่ายึดติดในอารมณ์  จึงจะนำพามาซึ่งสติและปัญญาครับ

ผมเชื่อว่า โซโลมอน รู้ว่าเป็นเรื่องสำคัญต่อการตัดสินใจ
จึงต้องการหาวิธี ดำรงไว้ซึ่งสติของตัวเอง
เพื่อคงความยิ่งใหญ่ ในการบริหาร และ การศึกในสมัยนั้นครับ
ความคิดเห็นของผมเป็นเพียงเป็นกระจกหนึ่งด้านเดียวเท่านั้น...มันอาจจะไม่ถูกต้องทุกเรื่องเสมอไปครับ

TOP

กลับไปยังรายบอร์ด