กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่
"แกว่า Girlfriend (แฟน) กะ Girl friend (เพื่อน) ต่างกันยังไง?"
"เอาอีกแระ เจ้านู๋จัมไม สงสัยอะไรแปลก ๆ ขึ้นมาอีกแระ"
"ตอบก่อนดิ๊"
"ไม่รู้เว่ย..คนไทย ดูหน้าสิเนี่ย ผมดำ ตาดำ ตัวดำ ใช่ฝรั่งที่ไหน มาถาม เอ๊อ!"
"ไม่รู้ก็ตอบไม่รู้ อย่ากวน" น้ำเสียงฉันชักเจืออารมณ์นิด ๆ
"เออ ๆ ไม่รู้ มันต่างกันตรงไหนล่ะอ่ะ" อีกฝ่ายยอมเสียงอ่อนลง คงเห็นท่าว่าสถานการณ์จะไม่ค่อยดี
"ต่างกันที่ Space ไง แกดูสิ... Girl friend (เพื่อน) มันจะมี Space หน่อยหนึ่งเห็นป่ะ"
ฉันพูดพร้อมเขียนลงในสมุดให้ดูเป็นตัวอย่าง อีกฝ่ายพยักหน้าหงึก ๆ อย่างไม่ค่อยจะใส่ใจ แต่ก็ขี้เกียจจะขัดใจ

"แกดูอีกสิ แปลกมั๊ย...ในคำว่า Believe ก็มีคำว่า Lie ประกอบอยู่ด้วย แกว่ามันแปลกป้ะ?
แสดงว่า ในความเชื่อ มันก็มีสิ่งที่โกหกอยู่ ใช่ป้ะ?"
"หึ ! " อีกฝ่ายส่ายหน้าคล้ายไม่เห็นด้วย  แต่ฉันยังอธิบายต่อ
"แล้วคำว่า Lover นะ พอเอาตัว L ออก มันก็กลายเป็น Over ทันที
แปลว่ารัก กับเลิก มีเส้นกั้นบาง ๆ แค่หน่อยเดียวเองเนอะ"

"แล้วนี่... FRIEND มีคำว่า END อยู่ด้วยล่ะ แกดู ๆ..ถ้าบอกว่าให้เป็นเพื่อน
ก็หมายความว่าความสัมพันธ์มัน THE END แล้ว..จริงป้ะ?"
"โอ้..น่าทึ่ง!!"
"ใช่มั๊ยล่ะ ความมหัศจรรย์ทางภาษาที่ฉันค้นพบ" กอดอกลอยหน้า น้ำเสียงภูมิใจ
"ที่น่าทึ่งน่ะแกตะหาก ว่างมากใช่มั๊ยเนี่ย ถึงได้มานั่งสงสัยอะไรที่ไม่เป็นเรื่องเนี่ย..รู้แล้วเพิ่มรอยหยักในสมองได้มากเลยเนี่ยยยยย.."

ไม่ทันจบเสียงล้อ มีผลัวะ ตุ๊บ ตั๊บ และเสียง โอ๊ย  ตามมา... คงไม่ต้องบอกว่าเกิดอะไรขึ้น

...

ฉันอมยิ้มไปกับความทรงจำ เก่า ๆ ที่ผุดขึ้นมาในสมอง
♥~[เกลียดในสิ่งที่ฉันเป็น ยังดีกว่ารักในสิ่งที่ฉันไม่ได้เป็น] ~♥

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

แก้ไขครั้งสุดท้าย: 2011-3-12 03:00 โดย แม่มดราตรี

ก่อนหน้านี้ซัก 10 นาที..
ในบ่ายวันเสาร์ที่แสนเอื่อยเฉื่อย

"อย่ามาทำน่ารัก หากไม่รักจะเจอดี..."
เสียงริงโทนที่ตั้งไว้เฉพาะสำหรับใครคนนึง ทำฉันสะดุ้ง
นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้ยินเสียงนี้ดังขึ้นในโทรศัพท์
กดรับแล้วพูดคุยน้ำเสียงปกติ

"ไง"
"เฮ้ย แกอยู่ไหน?"
"เดินชิลแถวห้าง"
"ห้างไหน?"
ฉันตอบชื่อโรงหนังหรูใกล้บ้านไป
"มาทำไรวะ?" อีกฝ่ายถาม
"เอ๊า มาเตะตะกร้อมั้งในห้างเนี่ย ว่าจะกินข้าว ดูหนัง ซื้อหนังสือ"
"มากะใคร? มานานยัง?" อีกฝ่ายรัวคำถาม
"มาคนเดียว เพิ่งมา.."
"โถ ๆ ..น่าสงสาร รออยู่นั่น ไม่เกิน 10 นาที เดี๋ยวไปหา"
"เฮ๊ย..มาทำไม?" ฉันร้องเสียงหลง จนคนที่เดินสวนชะงักมอง
"ก็ไปเดินชิลเป็นเพื่อนแก เอาเหอะ รอนั่นแหละ เด๋วเจอกัน" จบคำพ่อก็กดวางสายปุ๊บ ไม่รอให้ฉันปฏิเสธ

"เอ้า..ตามใจ อยากมาก็มา" ฉันพึมพัมกับตัวเองเบา ๆ ก่อนปล่อยใจล่องลอยไปกับเรื่องราวเก่า ๆ

นานแค่ไหนแล้วที่เรา 2 คนไม่ได้เจอกัน 2 ต่อ 2
อาจจะมีบ้าง เจอกันตอนที่กลุ่มเพื่อน ๆ นัดปาร์ตี้ แต่นั่นก็ไม่ใช่เป็นการนัดแบบตั้งใจมาเจออย่างนี้
ทั้ง ๆ ที่บ้านก็อยู่ใกล้กันแท้ ๆ..ใกล้ชนิดที่ว่าเดินถึงอ่ะ
นึก ๆ ไปก็ขำ ก่อนจะคบกัน ได้เจอกัน กินข้าว-ดูหนังกันแทบทุกอาทิตย์
คงเป็นเพราะ Space บางอย่าง ในคำว่า Griend friend (เพื่อน) ที่ทำให้เราสร้างกันแพงกันขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ

ไม่ใช่ว่าเราไม่คุยกันนะ
ปกติฉันเลิกกับใครฉันก็คุยเป็นเพื่อนได้ทั้งนั้นแหละ
ประวัติการคบหาที่ผ่านมาในชีวิต (อย่าให้นับ มันจะเยอะ) มีเพียงแค่ 2 คนเองมั้ง ที่ไม่คุยด้วย
หนึ่งในนั้นคือเค้าผิดจนเกินอภัยให้ได้ ส่วนอีกหนึ่ง ..เค้าติสท์แตก ช่างเค้า (เข้าไม่ถึง) -*-

มัวแต่คิดอะไรเพลิน ๆ มารู้ตัวอีกทีเท้าฉันก็หยุดอยู่หน้าร้านเสต็กร้านโปรดของ "เรา"
ยืนลังเล ซักพัก
ใจจริงวันนี้ที่มา ก็กะจะมากินเสต็กร้านนี้ นี่แหละ
แต่ถ้าเลือกนั่งร้านนี้ อีกฝ่ายเค้าจะเข้าใจไปเองมั๊ยว่า เราจงใจเลือกร้านเพื่อรำลึกถึงความหลังเก่า ๆ
ช่างมัน ! ฉันยักไหล่ เถียงกับตัวเอง
ระหว่างเรามันไม่มีอะไรให้รื้อฟื้นแล้วน่า เมื่อฉันไม่คิดมาก อีกฝ่ายก็ไม่น่าจะคิดมาก (มั้ง)....


แล้วก็สาวเท้าเข้าร้านเลือกโต๊ะที่ว่างมุมด้านใน
นั่งพิจารณาเมณูใหม่ ๆ อย่างตั้งใจ

"ผัวะ" มือลึกลักตบหัวเข้าให้จนสะดุ้ง
หันไปแจกภาษาดอกไม้ ให้ตัวการที่ยิ้มเผล่ หน้าทะเล้น
ไม่รีรอให้ฉันด่านาน เจ้าตัวก็มานั่งพร้อมกระเป๋ากล้องใบใหญ่ไม่คุ้นตา

"เฮ้ย..เก่งจังตามมาถูกด้วย รู้ได้ไงว่าฉันอยู่ร้านนี้"
"ตามกลิ่นมา กลิ่นสาวแก่มันแรง เดินเข้าห้างมาก็รู้แระ ว่าแกอยู่ไหน"
"ไอ้บ้า!!"

หยอกล้อกันเป็นพิธี พอให้ได้ระเบิดเสียงหัวเราะรั่วลั่นร้าน

"สั่งอะไรหรือยัง?"
"ยังเลย กำลังดู ๆ อยู่"
"มานี่ ฉันสั่งให้...น้อง เซอร์ลอยด์ พริกไทยดำ แบบแรร์ ราดน้ำชุ่ม ๆ กับซุปครีมเห็ด และเป๊บซี่"
อีกฝ่ายสั่งเมณูโปรดประจำของฉัน แล้วหันมายักคิ้วแผล่บ ๆ เหมือนจะบอกเป็นนัย ๆ ว่า "งัยล่ะ ฉันจำได้นะว่าแกชอบกินอะไร"

"ชิ..รู้ได้ไงว่าฉันจะกินแบบเดิม วันนี้ฉันอยากลองเนื้อโคขุนตะหากเล่า.."
"เอ๋า..งั้นก็เปลี่ยนดิ่"
"หึ ไม่เอาแล้ว แกนั่นแหละ สั่งเสต็กโคขุนเลย ฉันจะได้แย่งกิน"
"ตามนั้นจัดไป"

วุ่นวายกันเรื่องสั่งอาหารซักพัก
ก็กลับมาคุยกันกันต่อ
ถามสารทุกข์สุกดิบ อ้วนขึ้น ผอมลง ดำลง ขาวขึ้น ตามนิสัยคนไทยทั่วไป

...
♥~[เกลียดในสิ่งที่ฉันเป็น ยังดีกว่ารักในสิ่งที่ฉันไม่ได้เป็น] ~♥

TOP

แก้ไขครั้งสุดท้าย: 2011-3-12 03:35 โดย แม่มดราตรี

"ลมอะไรหอบมาวะเนี่ย ร้อยวันพันปีไม่เห็นหัว"
"ลมแห่งความคิดถึงไง ฮิ้วววว"
"ไอ้บ้า.." ฉันด่าเบา ๆ ไม่ได้เขิน ..บอกตามตรงไม่ได้รู้สึกอะไรแล้ว
แค่เห็นหน้าแว่บแรก ก็รู้ปฏิกิริยาตัวเองดี ว่าปกติมาก ๆ
เวลามันผ่านไปนานจนกัดกร่อนความรักไม่เหลือซาก

"ดูนี่ดู.." อีกฝ่ายยื่นกระเป๋ากล้องมาให้
"ไปถ่ายรูปมาเหรอ?"
"ดูก่อนน่า" อีกฝ่ายยัดเยียด ฉันจึงรับมาเปิดดูอย่างเสียไม่ได้ (ก็ไม่ได้อยากจะดูนินา)
"อ้าว เฮ๊ย.... หนอนนินา D80 กลายเป็นหนอนได้ไง ย้ายค่ายซะงั้น ไหนบอกจะ up เป็น D90"
"555+ เออ ถ่ายไปถ่ายมา รู้สึกชอบไฟล์หนอนมากกว่า 550d ตัวนี้ถ่าย VDO ได้ด้วยนะ เทียบเท่า D90 แหละ"
"เอ้า...ทำไมไม่ไป D7000 ล่ะ นั่นก็ถ่าย VDO เจ๋งออก เสียดายเลนส์ไวด์เมาส์นิค ที่เคยมี"
"ง่าย ๆ เลย ตังค์ไม่ถึงชัดป่ะ"
"อ้อ ไอซี"

เวลาเปลี่ยนคนก็เปลี่ยน..สาวกนิคเข้มข้น ยังกลายพันธุ์เป็นหนอนได้เลย ..ฉันนึกปลง ๆ บางอย่างในใจ

..

แล้วเราสองคนก็นั่งไทม์แมชชีนไปยังเวลาเก่า ๆ
เรื่องโน้นเรื่องนี้ถูกขุดขึ้นมาเล่าได้ไม่จบสิ้น
แปลกนะ..เคยมองว่ามันสาหัสหนักหนา พอเวลาผ่านไป ก็สามารถพูดถึงได้ขำขำ

"เฮ๊ย..แต่สารภาพอย่างนึงตรง ๆ เลยนะเว่ย ฉันจำช่วงเวลาที่เราคบกันไม่ได้เลยว่ะ
คล้าย ๆ ความทรงจำช่วงนั้นมัน AutoDelete ออกจากสมองไปเลย" ฉันบอกอีกฝ่ายเสียงจริงจัง
"ดีแล้ว ที่ลืมมันซะได้ แสดงว่ามันเลวร้ายจนแกไม่อยากจำ หรือว่า มันอาจไม่มีค่าพอให้แกจำ"
"คงงั้นมั้ง" ฉันเห็นด้วย..จริง  ๆ นะ ..ฉันจำได้แค่ช่วงก่อนที่เราจะคบกันเท่านั้นเอง ทำไมกันนะ?

"แกน่ะ ..ตลกมาก เวลาโกรธ ชอบเถียงฉันเป็นภาษาอังกฤษ" อีกฝ่ายรื้อฟื้น
"จริงดิ่???"
"เออ..ติดปากเลยคือคำว่า It's not a big deal OK? Blah blah พอภาษาอังกฤษมาทีไร ฉันจะรู้แระว่างานเข้า แล้วกู"

555+ สองคนหัวเราะพร้อมกัน

"แถมแกแม่งหึงนิ่ง...ไม่ด่า แต่ว่าดุ โคตรน่ากลัวกว่าหึงอาละวาดอีก" อีกฝ่ายขุดคุ้ยต่อ
"ยังไงวะ จำไม่ได้"
"ก็คราวนั้นไง ไอ้เปิ้ลแฟนเก่าฉันโทรมาชวนฉันไปดูหนังไง แกไม่ด่า ไม่ห้ามซักคำ
แต่เอามือถือฉันส่ง SMS ไปหาเค้าว่า..
[กรุณาอย่าชวนแฟนชาวบ้านไปดูหนังนะคะ ไม่มีอดีตอะไรให้คุณต้องมารื้อฟื้น จบนะคะ สะกดคำว่าจบเป็นใช่มั๊ย?]  แร๊งงงส์"

"อ๊ะ..เหรอ เคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วยเหรอ?" คราวนี้ฉันยิ้มเขิน ๆ..เขินเพราะจำเรื่องที่ทำไว้ไม่ได้จริง ๆ
"เออเซ่ะ..ยังมีอีกนะ พอแกรู้ว่าไอ้เปิ้ลจะมาหาฉันที่ทำงาน แกก็โผล่มาเซอร์ไพรซ์เฉยเลย ฉันกลัวจะตีกันตาย ดีที่ไม่เจอกัน"
"เอ๋า..จะมาโทษฉันก็ไม่ได้เนาะ การหึงหวงเป็นอภิสิทธิ์ของแฟนเฟร้ย แกเองนั่นแหละ ไม่เด็ดขาด มีแฟนใหม่แล้วยังติดต่อแฟนเก่าอยู่ได้"
"อ้าว คนเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อนจะให้เกลียดโกรธ ไม่คุยกันเลยรึไง บ้าแล้ว"

"เออ เอาเหอะ เรื่องมันหมดอายุความไปแระ จะมารื้อฟื้นทำไมเนี่ย..ว่าแต่ แกจำฉันได้แต่เรื่องร้าย ๆ หรือไงวะ" ชักฉุนขึ้นมาจริง ๆ
"เอาน่า..แกก็มีดีตั้งหลายอย่าง อยู่กะแกสนุกดี หัวเราะได้ตลอด แกตลกจะตาย ..นั่นแหละข้อดี"
"ตลก?? ตลกนี่ใช่คำชมป้ะวะ"
"ชมดิ้ เอ้า ระแวงกันไปใหญ่ เอ้อ"
"เออ..ตอนนี้ฉันก็เป็นแฟนเก่าแกนิหว่า ออกมาเจอฉันแบบนี้ แฟนแกไม่ว่ารึไง"
"แฟนเฟินที่ไหน ..ยังไม่มีโว๊ย ..แฟนแกนั่นแหละ..จะว่าเอารึเปล่า?" อีกฝ่ายถามกลับบ้าง
"อ่ะนั่นน่ะสิ..ไม่ว่ามั้ง..เพราะฉันนับแกเป็นเพื่อน ไม่ได้นับเป็นว่าแฟนเก่า เพื่อนเจอเพื่อนก็ไม่น่าจะมีไรนิ"
"เยี่ยม คิดได้อย่างนั้นก็ดี"

..

"กินเสร็จแล้วจะไปไหนต่อดี" ฉันถามพร้อมควักกระเป๋าตังค์
"เฮ๊ยมื้อนี้ฉันเลี้ยง"
"เฮ๊ย ได้ไง ฉันสั่งเยอะกว่าแกอีก"
"เอาน่า..เมื่อวานวันเกิดแกไม่ใช่หรอ? ถือว่าเลี้ยงเบิร์ธเดย์ย้อนหลังละกัน"
"อ้อ..นี่ตั้งใจมาเลี้ยงก็ไม่บอก จะได้เลือกร้านหรู ๆ กว่านี้หน่อย .."
"แหม..น้อย ๆ หน่อยน่ะ ได้ทีเอาใหญ่"

"แก..ขอบใจนะ" ฉันเอ่ยหลังจากอีกฝ่ายจัดการเคลียร์บิลเรียบร้อย
"คิดมาก จิ๊บ ๆ น่ะ"

"ไม่ได้ขอบใจที่เลี้ยง..แต่ขอบใจที่ยังจำวันเกิดฉันได้"

ถึงตรงนี้ก็เงียบ เกิดอาการกระดากบางอย่างทำให้ต้องหลบตากันโดยอัตโนมัติ

"ไปเหอะ ดูโปรแกรมหนังกันดีกว่า" อีกฝ่ายตัดบท..
♥~[เกลียดในสิ่งที่ฉันเป็น ยังดีกว่ารักในสิ่งที่ฉันไม่ได้เป็น] ~♥

TOP

แก้ไขครั้งสุดท้าย: 2011-3-12 04:25 โดย แม่มดราตรี

เราทั้งคู่เดินมาหยุดดูโปรแกรมหนัง
ไล่เถียงกันเป็นเรื่อง ๆ
เรื่องโน้นไม่ดี เรื่องนี้ไม่ชอบนางเอก
เรื่องนั้นผู้กำกับห่วย...

เถียงกันอยู่พักใหญ่ฉันก็นึกอะไรขึ้นได้บางอย่าง
"อีตานี่เรื่องเยอะ"...
อะไรก็ได้ง่าย ๆ ของเค้าเนี่ย..มันไม่ได้ง่ายอย่างว่าเลย

เคยชวนกันไปกินข้าวแถว ๆ บ้าน
ถามเค้าว่า "จะกินอะไรดี?"
เค้าก็ตอบมาว่า.."อะไรก็ได้ง่าย ๆ"
ผ่านร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อร้านแรก .."กินมั๊ย?"
"หึ ฉันไม่กินเนื้อ"
อาหารตามสังร้านที่สอง "กินมั๊ย?"
"หึ ร้านนี้สกปรก"
ก๊วยเตี๋ยวไก่ร้านที่ 3 "กินมั๊ย?"
"หึ หิวขนาดนี้ ก๊วยเตี๋ยวเอาไม่อยู่"
ผ่านร้านที่ 4, 5, 6...10 เริ่มห่างบ้านราว ๆ 2 กิโล He said no ตลอด

สุดท้ายจบที่ร้านจิ้มจุ่ม เป็นคำตอบสุดท้าย (เพราะ กรูไม่ไหวจะเดินแล้วโว๊ย!)

อะไรก็ได้..ง่าย ๆ ....จิ้มจุ่ม..แม่ม..ง่ายมาก

...

ดูหนังก็เหมือนกัน
ฉันไม่เคยได้สิทธิ์ในการเลือกหนังที่ตัวเองอยากดูเลย
มีแต่พ่อเป็นฝ่ายเลือกทั้งนั้น
นั่นคือตอนยังรัก ๆ ไง ..เลยยอมให้ได้
แต่ตอนนี้ไม่มีเหตุผลอะไร ที่ฉันต้องยอมจ่ายตังค์ เพื่อมาทนดูหนังเรื่องที่ไม่อยากดูนิหว่า

....

"เฮ๊ยแก....ฉันเปลี่ยนใจไม่ดูแระ กลับบ้านดีกว่า" ฉันตัดสินใจโพล่งออกไป
"เอ๋า..ซะงั้น ทำไมล่ะ นาน ๆ จะได้เจอกันที"
"เออ..แค่นี้ก็ดีใจและขอบคุณมากแล้ว แต่ตอนนี้มันไม่มีหนังอะไรที่ฉันและแกอยากดูพร้อมกันนินา อีกอย่างฉันรีบ"
"รีบไปไหนแกวะ ไหนว่าไม่มีธุระไง"
"รีบกลับไปทำดีกับแฟนฉันสิ ..เผื่อวันนึงต้องเลิกกันไป เค้าจะได้มีความทรงจำดี ๆ เกี่ยวกับฉันให้พูดถึงได้บ้าง ..ขอบใจมากนะ ไปล่ะ"

"อู๊ยยยย...มีประชดด้วย เออ บาย ๆ โชคดี"

แล้วต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันกลับ ..ทั้งที่ ๆ ที่บ้านอยู่ทางเดียวกัน แต่ก็ไม่คิดจะกลับรถคันเดียวกัน
เพราะ Space อะไรบางอย่างที่เคยบอกไว้ทำให้ฉันรู้สึกว่า..

คนที่เป็นแฟนกันมาก่อน ไม่สามารถกลับไปเป็นเพื่อนกันได้ จริง ๆ นั่นแหละ!!!!




ป.ล.เหตุการณ์จริง เมื่อวันเสาร์ที่ 5 มีนา ที่ผ่านมา
♥~[เกลียดในสิ่งที่ฉันเป็น ยังดีกว่ารักในสิ่งที่ฉันไม่ได้เป็น] ~♥

TOP

My ex : ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ แกจะแก้ไขเรื่องที่เราทำไม่ดีต่อกันไว้มั๊ย?

Me : หึ!! ถ้าย้อนเวลากลับไปได้จริง ๆ ..ฉันขอไม่เลือกคบแกเป็นแฟนดีกว่า เอาเพื่อนมาทำแฟน เวลาเลิก ต้องเสียทั้งเพื่อน ทั้งแฟน ..เหงาว่ะ!


♥~[เกลียดในสิ่งที่ฉันเป็น ยังดีกว่ารักในสิ่งที่ฉันไม่ได้เป็น] ~♥

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

TOP



เพลงริงโทนที่กล่าวถึง เผื่อใครไม่เคยได้ยิน ^^
♥~[เกลียดในสิ่งที่ฉันเป็น ยังดีกว่ารักในสิ่งที่ฉันไม่ได้เป็น] ~♥

TOP

ชอบอ่านเรื่องนี้ จะกลับมาอ่านอีกที
ความคิดเห็นของผมเป็นเพียงเป็นกระจกหนึ่งด้านเดียวเท่านั้น...มันอาจจะไม่ถูกต้องทุกเรื่องเสมอไปครับ

TOP

ตอบกลับ 7# sumphano


    ขอบคุณค๊าบ..รอคอมเม้นท์นะงับ
♥~[เกลียดในสิ่งที่ฉันเป็น ยังดีกว่ารักในสิ่งที่ฉันไม่ได้เป็น] ~♥

TOP

เป็นอีกกระทู้หนึ่งที่ยืนยันว่า แม่มด เขียนเรื่อง base on true story ได้ดี
ส่วนตัวผมว่าดีกว่าเรื่องแต่งอยู่หลายขุม เพราะหากเป็นเรื่องแต่งที่สมมุติตัวละครต่างๆนั้น
ถือว่าเป็นมือใหม่กันไปเลย   ในขณะที่เรื่องประมาณนี้
หากบอกว่ามาจากนักเขียนหรือ ดาราดังๆ ผมก็เชื่อสนิท  

ทำได้ดีครับ  
จะพัฒนาจุดอ่อน หรือเน้นจุดแข็ง  ก็เลือกเอา  
แต่หากหวัง 2 อย่าง  มันก็ยากหน่อย เหนื่อยหน่อย
แม้ใจเรารักก็ตามที   

5 ดาว จ้ะ
ความคิดเห็นของผมเป็นเพียงเป็นกระจกหนึ่งด้านเดียวเท่านั้น...มันอาจจะไม่ถูกต้องทุกเรื่องเสมอไปครับ

TOP

อ่านเพลินเลยค่ะพี่
เรื่องสนุกจริงๆ
ส่วนความเห็น ไม่ขอแสดงนะคะ หนูใบยังไม่ประสีประสาเรื่องนี้
ยังจำได้ไหม... อะไรคือเหตุผลให้เราเริ่มถ่ายภาพ

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

TOP

เป็นอีกกระทู้หนึ่งที่ยืนยันว่า แม่มด เขียนเรื่อง base  ...
sumphano โพสต์เมื่อ 2011-3-15 09:11


เห็นด้วยจริงจริง

TOP

กลับไปยังรายบอร์ด