กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่
จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี ผมนอนมองการเดินทางของเงากิ่งมะม่วงที่ทอดยาวปกคลุมไปบนตัวผม
วันแล้ววันเล่า องศาของแสงที่ส่องลงมาก่อให้รูปเงาเปลี่ยนรูปไปเรื่อย ๆ จากภาพของเงากิ่งก้านของต้น
มะม่วง กลับค่อย ๆ เหยียดตรงเป็นรูปซี่ของลูกกรงเหล็ก มันกักขังวิญญาณของผมอย่างอ่อนโยนและเงียบงัน
เหมือนวันแรกที่เราได้รู้จักกัน แม่ผมแวะมาเยี่ยมเยียนบ้างเป็นครั้งคราวเพื่อส่งอาหารลอดซี่ลูกกรงของเงา
ต้นมะม่วง หลายครั้งที่ผมเห็นแม่พยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ผมไม่ได้ยินว่าแม่พูดว่าอะไร

บ่ายวันหนึ่ง ผมเห็นเงาของผีเสื้อบินมาเกาะอยู่ใกล้ ๆ ตัวผม มันเป็นภาพเงาซีลูเอทสีดำสนิท ตัดกับแผ่นฟ้า
สีคราม มันหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้นก่อนจะขยับปีกของมันเบา ๆ

ครั้งที่ 1 ... ครั้งที่ 2 ...

พอมันขยับปีกของมันเป็นครั้งที่ 3 ประกายเจิดจ้าก็พุ่งวาบออกมาจากปลายปีกของมัน และหมุนวนไปทั่ว
ผมมองเห็นสรรพสีที่กระจายออกไปทุกทิศทุกทาง ผมได้ยินเสียงบางอย่างที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต
มันดังกึกก้องแต่นุ่มนวลราวกับบทเพลงของวงออเคสตร้า

เสียงนั้นดังมาจากปลายปีกของผีเสื้อ ...

ซี่ลูกกรงกิ่งมะม่วงที่กักขังวิญญาณของผมไว้ค่อย ๆ เลือนหายไป ผมลงจากเปลญวนเก่า ๆ ผืนนั้น ก่อนจะเดิน
ตามเงาของผีเสื้อที่ตอนนี้มันเริ่มออกบินอีกครั้ง มันบินนำทางผมไปยังทิศตะวันออก ผมเก็บข้าวของบางอย่างใส่
เป้สนาม และเริ่มออกเดินทางอีกครั้ง

แม่เดินมาส่งผมที่หน้าบ้าน ก่อนจะพูดเบา ๆ ว่า

"ดูแลตัวเองด้วยนะลูก .. ไปหาตัวเองให้เจอ แล้วว่าง ๆ ก็แวะมาหาแม่นะ"

...

JOE01a.jpg
2010-10-15 23:57
มันมีอะไรบางอย่างอยู่ในวิวไฟน์เดอร์ ...

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

TOP

แก้ไขครั้งสุดท้าย: 2010-10-16 23:32 โดย จ่าโจ

...
ในความหนาวเหน็บที่เสียดลึกเข้าไปในร่างที่คลุมด้วยเสื้อกันฝนปันโจ ผมยังคงขุดร่องระบาย
น้ำฝนให้ไหลลงไปทางหลังค่ายกองแก้ว ป่าเขาใหญ่เป็นดินแดนที่ไม่อาจคาดเดาสภาพอากาศ
ได้มากนัก เด็ก ๆ ในค่ายต่างนอนพักผ่อนกันอยู่ในโรงเรือนทั้งสองฝั่งของลานกองไฟ แต่เต็นท์
สนามของผมกลับแทบจมลงไปในพื้นหญ้า ที่นองเปียกไปด้วยน้ำฝนที่ตกกระหน่ำมาตั้งแต่ตอน
หัวค่ำ ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างคืนนี้ผมคงต้องนอนแช่น้ำไปทั้งคืน

พอเงยหน้าขึ้นมองไปยังฝั่งตรงข้ามของลำธาร ไฟฉายคาดหัวแบล็คไดม่อนก็สาดไปปะทะแววตา
เขียวเข้มที่จ้องเขม็งมาจากเงามืด ในความเย็นเยือกของสายฝน ผมจ้องตบสายตาคู่นั้นอย่างไม่ลดละ
ก่อนที่มือจะเอื้อมไปปลดมีดโบวี่ที่คาดติดอยู่ที่เอวออกมากำแน่นอยู่ในอุ้งมือ


แววตาเขียวเข้มคู่นั้นยังคงจ้องจรดมาที่ผม ก่อนที่จะค่อย ๆ จางหายถอยเข้าไปในเงามืดของราวป่า


พี่หยัด สต๊าฟค่ายรุ่นพี่เคยเล่าให้ผมฟังว่า ป่าเขาใหญ่ไม่ได้เป็นแค่ป่าที่มีชีวิต แต่มันเป็นป่าที่มีวิญญาณ
มีเรื่องราวมากมายที่หาคำอธิบายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ แกเล่าให้ฟังถึงครั้งหนึ่งที่มีเหตุจำเป็นต้อง
ขับรถลงจากเขาเพื่อไปรับเพื่อนสต๊าฟที่ท่ารถปากช่อง ตอนนั้นก็สักสามทุ่ม ระยะทางลงจากเขาใหญ่ถึง
ปากช่องน่าจะใช้เวลาขับรถไม่เกิน 40 นาที แต่แกขับรถไปถึงที่ท่ารถปากช่องตอนตีห้า

แกบอกว่าไม่ได้รู้สึกว่าเวลามันเนิ่นนานผิดปกติ แกก็ขับรถด้วยความเร็วเท่าเดิม แล้วเวลามันผ่านไปได้
ยังไงมากมายปานนั้น

ถ้าป่าเขาใหญ่เป็นป่าที่มีวิญญาณอยู่จริง แววตาสีเขียวเข้มคู่นั้นก็อาจจะเป็นวิญญาณของป่า ที่แวะออกมา
สบตากับผมก็เป็นได้

...

after_rain01b.jpg
2010-10-16 23:15
มันมีอะไรบางอย่างอยู่ในวิวไฟน์เดอร์ ...

TOP

อยากจะบอว่า..อ่านทุกวันนะคะแม้ไม่ได้เม้นท์ตอบ

จัดมาได้อีกเรื่อย ๆ ค่ะ
♥~[เกลียดในสิ่งที่ฉันเป็น ยังดีกว่ารักในสิ่งที่ฉันไม่ได้เป็น] ~♥

TOP

บางครั้ง .. ผมก็สงสัยในความเป็นตัวของตัวเองอยู่มากทีเดียว ทั้งที่น่าจะเข้าใจตัวเองมากที่สุด
กลับกลายเป็นว่า ผมไม่เข้าใจตัวเองเลยสักนิดเดียว ในบางเรื่องผมก็ดูจริงจังมากซะจนแทบจะ
เคร่งเครียด ในขณะเดียวกันก็ทำเหมือนล้อเล่นกับทุกอย่างในชีวิต จนแทบจะหาแก่นสารสาระ
ไม่ได้

บางคนบอกว่าผมเป็นคนน่ากลัว .. เพราะความที่ผมเป็นคนที่คาดเดาได้ยาก ผมก็ยังนึกเถียงอยู่
ว่าต้องเป็นคนที่คาดเดาได้ง่าย ดักทางได้ถูกเท่านั้นเหรอที่ไม่น่ากลัว ในทางกลับกันคนแบบไหน
ที่น่ากลัวสำหรับผม คนที่คาดเดาความคิดอ่านของผมได้น่ากลัวหรือเปล่า ..


ไม่หรอก ... คนที่น่ากลัวสำหรับผม คือคนที่ผมเริ่มรู้สึกรักต่างหาก เพราะคนเหล่านี้ซึ่งก็หมายความว่า
มีหลายคน เข้าถึงความรู้สึกของผมได้มากที่สุด และเป็นกลุ่มคนที่ทำร้ายความรู้สึกของผมได้ง่ายที่สุด

อือม์ ....... อือม์ ...... ไม่เข้าใจตัวเองเลยสักนิด




the_sky.jpg
2010-10-28 03:24
มันมีอะไรบางอย่างอยู่ในวิวไฟน์เดอร์ ...

TOP

แก้ไขครั้งสุดท้าย: 2010-10-28 08:54 โดย 2daysAGOkid

สำหรับดวงตาคู่เขียวที่จ่าเห็นผมไม่รู้  ผมไม่ได้จ้องตา  ไม่คิดว่ามันจะมี..

เรื่องจริง ไม่ได้แต่งแม้สักเสี้ยว

ในคืนดึกสงัด ที่วัดถ้ำเสาหิน จังหวัดเชียงราย
ผมรับกะอยู่ยาม ช่วงตี 1...ยาวไปเรื่อยๆ  ผมขึ้นมาได้ราว 1 เดือนตามคำสั่งด่วน
มากันหมดกองพัน

อากาศเย็น
ผมพันบุหรี่ตราแมวลอดห่วง กับหนังสือพิมพ์ เพราะกระดาษที่มันให้มาไม่พอยาไส้จริงๆ
อากาศเย็น สมัยนั้นเดือนกลางมกราคม เชียงรายยังหนาวจัดอยู่

หากใครอยากไปถ่ายรูปวิวสุดยอด ก็ไปวัดนี้
ภูผาสูงชัน  ถ้ำลึก  ลิงร้าย  และ หลายๆอย่างบรรยายไม่หมด

นั่นก้ไม่เท่ากับ วิญญาณป่า
ผมหลับสนิททุกคืน และสบายใจพอควรกับบรรยากาศ
ปล่อยวางเรื่องชีวิต คิดมากไม่ได้หรอก  ปัจจัยต่างๆเหนือการควบคุม
แค่จะบอกว่า  โดยวิถีชีวิต เมื่อถึงที่สุดแล้ว  ผมไม่มีความเครียดเลย
ย่อมไม่หลอน

แล้วมันก็ลอยมา
ลอยเรื่อยๆตามทางยาว เชื่อมภูผาใหญ่กับจุดเฝ้ายาม

ตอนแรกผมว่าเป็น คนถือไฟฉาย  แต่ 10 วินาทีก็บอกได้เลยว่าไม่ใช่
ต่อมา ผมว่าเป็น ฟอสฟอรัส  
แต่มันก้ลอยมา ...ช้าๆ...ไม่สะเปะสะปะ เหมือนที่เคยเห็นเลย

ผมมีปืน พร้อมกระสุนจริงจำนวนหนึ่ง

หากผมยิงไป  ไม่มีอะไร ไอ้ผีนี่หายร่างไป ผมถูกซ่อมวินัยอ้วกแตกแน่ๆ
ดูหนังมาเยอะ ก้รู้ว่าปืนทำอะไรมันไม่ได้
แถมกลัวโดนซ่อม....แทบตายน่ะ  
จะว่าไปก็มีคนตายจริงๆ แต่เรื่องเงียบหายไป

มันลอยใกล้เข้ามา   
ยิง  ไม่ยิง ยิง ไม่ยิง


ทิ้งไว้เป็นความทรงจำของผมคนเดียวนะ
หากจ่าเรียกว่าวิญญาณป่า
ผมแค่บอกว่า  มีผมเป็นเพื่อนที่เจอ

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

TOP

ง่ะ .. แล้วตกลงทั้งสองคนไปเจออะไรกันมาเนี่ยยย..บรื๋อ !! น่ากลัว~~~*
♥~[เกลียดในสิ่งที่ฉันเป็น ยังดีกว่ารักในสิ่งที่ฉันไม่ได้เป็น] ~♥

TOP

ง่ะ .. แล้วตกลงทั้งสองคนไปเจออะไรกันมาเนี่ยยย..บรื๋อ !! น่ากลัว~~~*
♥~[เกลียดในสิ่งที่ฉันเป็น ยังดีกว่ารักในสิ่งที่ฉันไม่ได้เป็น] ~♥

TOP

  ... ถึงกับเบิ้ลเลยเหรอ .....



กินต้มจืดตำลึงกันมั้ย ...




leaf025.jpg
2010-10-28 12:04


...
มันมีอะไรบางอย่างอยู่ในวิวไฟน์เดอร์ ...

TOP

ดีนะ...ที่เข้ามาอ่านตอนกลางวัน

TOP

ฝั่งตรงข้ามกับโรงหนังปารีส คือโรงหนังแอมบาสซาเดอร์ ซึ่งทุกครั้งที่ผมเดินผ่านก็ยังอดสงสัย
ทุกครั้งว่า คนแถว ๆ ตลาดมหานาคสมัยก่อนนี่มันดูหนังกันบ่อยรึไงฟะ ถึงได้ต้องมีโรงหนังมา
อยู่ตรงนี้ถึง 2 โรง ตั้งประจันหน้ากันเพียงถนนเส้นหนึ่งคั่นกลาง ...

ด้านหน้าโรงหนังแอมบาสซาเดอร์ เคยมีผับเล็ก ๆ ชื่อ "ล๊อคเคบิ้น" เพื่อน ๆ ของผมฝูงหนึ่งเคย
เล่นดนตรีประจำอยู่ที่นี่ และนั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผมต้องมามีเรื่องราวเกี่ยวดองหนองยุ่ง
กับผับแห่งนี้ต่างกรรม ต่างวาระกันไป บางครั้งนักดนตรีขาด เพื่อน ๆ ก็จะโทร.มาตามผมไปแจม
ไม่ถึง 10 นาที ผมก็โผล่พรวดขึ้นไปยืนร้องเพลงอยู่บนเวทีเล็ก ๆ ราวกับขอมดำดิน

ใครเขาว่าพวกนักดนตรีเสน่ห์แรง แฟนเยอะ จริงเท็จประการใดไม่ทราบได้ แต่เท่าที่ผมนั่งนับ ๆ
ดูแล้ว มือคีย์บอร์ดของวงที่ชื่อ "บอย" มีหญิงสาวผลัดเปลี่ยนหน้ามานั่งเฝ้าส่งสายตาหวานเยิ้มให้
มากที่สุด ระยะเวลาของการมานั่งเฝ้าพ่อนักดนตรีรูปหล่อคนนี้ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาของการนับกัน
เป็นแฟน นานที่สุดเห็นจะเป็น 6 เดือน เร็วกว่านั้นอีกเยอะแยะ บอยเปลี่ยนแฟนได้เร็วมาก เป็นคน
ที่ใช้แฟนสิ้นเปลืองมากที่สุดเท่าที่ผมเคยรู้จัก แต่สำหรับเพื่อน ๆ แล้วบอยเป็นชายหนุ่มที่มีน้ำใจ
มาก ๆ แล้วก็เป็นคนขี้เล่นแบบแปลก ๆ ครั้งหนึ่งเขาเคยเอาที่ช๊อตไฟฟ้ามาจี้ตูดผมตอนที่กำลัง
ร้องเพลง "ตลอดเวลา" ของพงษ์สิทธ์ คัมภีร์ เล่นเอาสะดุ้งโหยงตูดชาไปแถบนึงเลย ผมหันกลับ
ไปมองหน้าเขาแบบเคือง ๆ ก่อนจะเอียงหน้าไปกระซิบด่าเบา ๆ

"ไอ้ห่านี่ กำลังร้องเพลงทำงานช่วยพวกมึงอยู่เนี่ย มาเล่นอะไรตอนนี้ฟะ เดี๋ยวก็โดนเฮียคี๊ด่าเอาหรอก"

บอยยังคงทำหน้าระรื่น หัวเราะคิก ๆ ผมเพิ่งสังเกตุว่าเขาเล่นคีย์บอร์ดมือเดียว เพราะอีกมือนึงยังถือ
เครื่องช๊อตไฟฟ้า แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ท่วงทำนองและความสมบูรณ์ของเพลงลดลงไป มือเดียวของ
บอยโดดเด้งพรมนิ้วลงไปบนคีย์บอร์ด ขยับโยกสลับทั้งคอร์ด ทั้งเมโลดี้ บอยเป็นคนที่เล่นคีย์บอร์ดได้
อย่างแพรวพราวคนนึงเลยทีเดียว

กำลังจะหมดดนตรีท่อนกลางเพลง ผมหันตัวกลับเข้าหาไมค์ แล้วก็พบกับสายตาของหญิงสาวคนนึง
ผมของเธอเหยียดตรงยาวลงมาประบ่า ในแววตาซน ๆ ที่อยู่บนใบหน้า มันทำให้ผมถึงกับตูดชา ..

ไอ้บอยเอาเครื่องช๊อตไฟฟ้าจี้ตูดผมอีกข้างนึง โทษฐานที่ไปเหล่แฟนมัน ..

ไอ้บอย .. ไอ้เชี่ยย !!! "__"

...
มันมีอะไรบางอย่างอยู่ในวิวไฟน์เดอร์ ...

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

TOP

สองอาทิตย์ต่อมาก็เป็นไปตามที่ผมคาดคิดไว้ หญิงสาวผมยาวคนนั้นหายหน้าไปจากร้าน และแทนที่
ด้วยสาวผมสั้นหน้าตาเปรี๊ยวจี๊ด พอผมถามถึงบอยก็บอกว่าเลิกกันแล้ว ผมเลยพูดแหย่ทีเล่นทีจริงว่า

"ถ้างั้น .. กูขอนะ"

"ก็เอาเด้ .. อ่ะนี่ เอาเบอร์ไปเลย" บอยตอบผมอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะจดเบอร์โทรศัพท์ของหญิงสาว
คนนั้นให้ผม พร้อมบอกเล่าข้อมูลประกอบอันจำเป็น เช่น บ้านอยู่ที่ไหน เรียนที่ไหน อันไหนชอบ
อะไรไม่ชอบ ซึ่งผมก็ยังสงสัยอยู่ว่าบอยกำลังจะทดสอบว่าผมจะทำจริงอย่างที่พูดรึเปล่า หรือเขาอาจจะ
คิดว่าผมพูดเล่น ๆ

เปล่าเลย ... ผมทำจริง ๆ วันรุ่งขึ้นผมไปยืนดักรอเธอที่หน้าโรงเรียน ก่อนจะเอ่ยปากชวนเธอไปกินไอติม



มันฟังดูง่ายเน๊อะ ... แต่ความจริงมันไม่ง่ายเลยสักนิด เมื่อผมเปิดฉากบอกกับเธอไปตรง ๆ ว่าผมชอบเธอ
และขอเป็นแฟนกับเธอ เธอก็พยักหน้าตกลง โดยมีเงื่อนไขว่า ...

ผมต้องไม่ล่วงเกินเธอแม้สักนิด จนกว่าเธอจะเป็นฝ่ายยินยอม !!!

ตอนที่ผมพยักหน้าตอบตกลงเธอไป น้ำตาหยดน้อย ๆ ของเธอที่เอ่อท้นอยู่แล้วก็ไหลหยดลงไปในถ้วยไอติม


...

แล้วผมถึงได้รู้ว่า เธอเป็นหญิงสาวที่ได้รับบาดเจ็บทางความรักอย่างยิ่งคนหนึ่ง จากการกระทำของเพื่อนผม
สิ่งที่เธอต้องการที่สุดตอนนี้ไม่ใช่ความรักครั้งใหม่ แต่เป็นเพียงใครสักคนที่เธอจะโทร.ไปหาตอนห้าทุ่ม
และขอร้องให้ออกไปนั่งเป็นเพื่อนเธอร้องไห้ แต่ไม่ว่าเสียงโทร.จะดังขึ้นเวลาไหน วันไหน ผมก็ออกไปหา
เธอทุกครั้ง แต่สิ่งที่ยากเย็นที่สุดของผมตอนนั้นคือการต้องทำตามสัญญาที่ผมให้ไว้กับเธอ

ผมนั่งข้าง ๆ ผู้หญิงผมยาวประบ่า กับหยดน้ำตาบนใบหน้า ... โดยที่ไม่แตะเนื้อต้องตัวเธอเลยแม้แต่ปลายเล็บ

...

เวลาผ่านไปเหมือนจังหวะกลองในบทเพลง จากอาทิตย์เป็นเดือน จากเดือนเป็นหลายเดือน เธอร้องไห้น้อยลง
และแววตาที่เคยซน ๆ คู่นั้นก็หวนกลับมา ผมเริ่มได้ยินเสียงหัวเราะทางสายโทรศัพท์แทนเสียงสะอื้น จนวันหนึ่ง
ที่ผมเอ่ยปากชวนเธอให้กลับเข้าไปที่ร้านล๊อคเคบิ้น เธอกลับมีทีท่าลังเล ...

ค่ำวันนั้น เมื่อเธอเดินทางมาถึงหน้าร้านที่ผมยืนรออยู่นานแล้ว ผมก็ปรี่เข้าไปจับมือเธอก่อนที่จะพาเธอเดินผ่าน
ประตูหน้าร้านเข้าไปหาฝูงเพื่อน ๆ ก่อนจะบอกทุกคนว่า

"นี่แฟนกู ...คงไม่ต้องให้กูแนะนำอะไรมั้ง พวกมึงก็รู้จักกันทุกคนแล้ว"

ผมไม่ได้เหลียวหน้าไปดูหน้าเธอหรอก แต่ผมรู้สึกได้จากมือน้อย ๆ ที่บีบกระชับ และการขยับตัวเข้ามายืนเบียด
ไหล่ของผม ในขณะที่เบื้องหน้าสายตาของเพื่อน ๆ ผมทุกคนราวกับเห็นไฟไหม้ตลาดมหานาค ปากอ้า ตาค้าง
กันหมดโดยถ้วนหน้า ... โดยเฉพาะบอย

...

"ผมผิดสัญญา ผมขอโทษ ผมแค่อยากให้คุณรู้สึกดีขึ้น และยืนหยัดเผชิญหน้ากับเรื่องราวที่ผ่านไปแล้ว และ
พร้อมที่ก้าวเดินไปข้างหน้า" ผมบอกเธอในขณะที่ขับรถมอเตอร์ไซค์ไปส่งเธอที่บ้าน ในอากาศที่เย็นเยียบ
ของเดือนพฤศจิกายน เธอสอดวงแขนไว้รอบเอวของผม และเบียดร่างอุ่น ๆ ของเธอไว้ด้านหลังราวกับจะเอา
ผมเป็นโล่ปะทะความหนาวเย็น ในช่วงเวลาที่แสนสั้นแต่อบอุ่น ผมแอบคิดไปเองว่าเธอรักผม

ก็ยังดี ที่ครั้งหนึ่งอย่างน้อยผมก็มีโอกาสได้รับรู้ อารมณ์เหล่านี้จากทั้งคนที่ผมเคยคิดว่าผมรัก และ
คนที่ผมคิดว่าเธอรักผม

เดือนพฤศจิกายน เดือนที่คอยเตือนให้ผมนึกถึงเธอคนนั้น ทุกครั้งที่สายลมหนาวพัดผ่าน

...

แม้ว่าตอนนี้ เธอยังอยู่ตรงนี้ .. ในภาพทรงจำสีจาง ๆ

เหมือนว่าจะเลือนหาย คล้ายว่าจะเลือนลาง

บางอย่างก็ยังไม่เปลี่ยนไป ...


...
มันมีอะไรบางอย่างอยู่ในวิวไฟน์เดอร์ ...

TOP

(แปะเพลงไว้ก่อน .. เปิดประกอบการอ่านสองคอมเมนท์ข้างบน

... เวลาที่ผมเห็นคำเตือนจากระบบว่า "ข้อความที่คุณจะโพสต์ยาวเกินไป" ... ผมจะหงุดหงิดทุ๊กที



ไอ้ที่คิด ๆ ไว้ในหัวมันยาวกว่านี้อีกนะเฟ้ย .. สิบอกไห่ ...)

มันมีอะไรบางอย่างอยู่ในวิวไฟน์เดอร์ ...

TOP

แก้ไขครั้งสุดท้าย: 2010-11-7 20:10 โดย ARTMAN

ยาวไปเลยครับ จ่าโจ... ผมชอบอ่านของคุณนะ แต่ไม่ค่อยได้เม้นท์ ฮิฮิ
ผมปรึกษากับคุณหมีแล้ว...ว่าอีกหน่อย กระทู้ไหนที่มีการ update (ไม่ว่าจะอยู่ห้องไหน)
กระทู้นั้นจะถูดันขึ้นไปอยู่ข้างบนให้ได้อ่านกัน..เพราะบางกระทู้บางทีไม่ค่อยใครทราบกันเลยครับ
.................................................................................................
ป.ล. อยากให้จ่าโจแวะไปเม้นท์กระทู้ผม หรือสมาชิกคนอื่นๆของบั๊กบ้างนะครับ แบบว่า....อยากอ่านมุมมองเม้นท์จากจ่าจริงๆนะ

TOP

ผมรอบางอย่างอยู่ครับ พี่อาร์ต ....


ผมเข้ามาที่นี่เรื่อย ๆ ผมเฝ้ามองสังคมของบั๊ก ความเป็นไปของบั๊ก เพราะผมอยากรู้ธรรมชาติของบั๊ก ....

ผมเองก็เห็นบางอย่าง เข้าใจบางเรื่อง ... แต่บางมุมผมก็บอกตรง ๆ ว่าผมไม่เข้าใจเลย และไม่เคยคิดจะทำความเข้าใจด้วย
เพราะผมมองว่ามันซับซ้อนเกินไป

เราเข้ามาที่บั๊ก ในรูปแบบที่แตกต่างกัน ระหว่างเรามีมุมมองที่แตกต่างกัน ความสามารถ ศักยภาพ และจุดมุ่งหมาย
ล้วนแตกต่างกัน


ที่ผมเงียบ ๆ ไปช่วงนี้ ผมกำลังคิด ............... ไม่ใช่เรื่องบั๊ก แต่เป็นเรื่องที่ผมกำลังสัมผัสจับต้องอยู่ในตอนนี้
โลกรอบตัว สังคมรอบข้าง คนที่ผมรัก คนที่ผมไม่รู้จัก แต่ผมจ้องมองเขา ... คนแปลกหน้า คนที่ผมคิดว่าผมรู้จัก
แต่ที่จริงไม่ !!!


อยากจะอธิบาย แต่เรียบเรียงคำพูด คำเขียนได้ยาก ... ตอนนี้ผมกำลังเหมือนถูกดูดกลับลงไปอยู่ในเครื่องซักผ้า
ที่มีทั้งกางเกงขาสั้น เสื้อชั้นในผู้หญิง ผ้าขนหนูเด็ก ปั่นอยู่รอบหัว

กำลังรอให้เครื่องซักผ้าหยุด ให้ทุกอย่างนิ่ง ๆ ผมจะได้เปิดฝาออกไปได้ซะที ...


อยากคอมเมนท์ให้เพื่อน ๆ ... แต่ขอเวลาผมตั้งสติให้มันเข้าที่เข้าทางสักนิด ตอนนี้กำลังเวียนหัว ...


มันมีอะไรบางอย่างอยู่ในวิวไฟน์เดอร์ ...

TOP

กลับไปยังรายบอร์ด