กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่
วันนี้เอาถ้วย โถ กาน้ำชา ออกมาถ่ายรูป อยู่ในกลุ่มเครื่องเคลือบสีเขียว
และเอาความรู้เรื่อง ศิลาดล หรือ เซ ลา ดอน  (celadon)มาให้อ่านกันด้วยครับ
       
ผลิตภัณฑ์ศิลาดล
ดร. คชินท์ สายอินทวงศ์

คำว่าศิลาดลหมายถึงผลิตภัณฑ์เซรามิกที่มีสีเขียวหยก มีสีเขียวไข่กา มาจากคำว่า "ศิลา" และ "ดล" เป็นคำภาษาสันสกฤต แปลว่าเคลือบบนหิน หรือเคลือบหิน
00-IMGP2648.JPG
2017-2-15 15:40

00-IMGP2658.JPG
2017-2-15 15:41

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

ชุดกาน้ำชา ขนาดเล็กทำไว้สำหรับโชว์ จะเห็นข้างกามีรอย  นั่นคือรอยพลาสเตอร์ใส ติดกันฝาตก จากด้านนึงไปอีกด้านนึง  เนื่องจากฝาตกแตกประจำ พอเวลาผ่านไปก็ทิ้งร่องรอยไว้
00-IMGP3193.JPG
2017-2-15 16:35

00-IMGP3198.JPG
2017-2-15 16:36

TOP

การกำหนดอายุเครื่องสังคโลกจากหลักฐานที่ค้นพบเครื่องสังคโลกกับเครื่องถ้วยสีเขียวของจีนสมัยราชวงศ์หยวนในเรือที่จมใต้อ่าวไทยชื่อ เรือรางเกวียน กำหนดอายุประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ 19 และศึกษาเปรียบเทียบเครื่องสังคโลกกับเครื่องปั้นดินเผาจีนสมัยราชวงศ์หมิงที่พบที่ประเทศฟิลิปปินส์ ได้กำหนดเครื่องสังคโลกให้มีอายุระหว่างพุทธศตวรรษที่ 18-19 การผลิตเครื่องสังคโลกเริ่มสมัยสุโขทัย แต่ได้รับการส่งเสริมเป็นสินค้าออกและขยายการผลิตจำนวนมากในสมัยกรุงศรีอยุธยา การผลิตเครื่องสังคโลกลดลงตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 23 เหตุผลสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ตลาดการค้าสังคโลกเปลี่ยนแปลงคือ การที่จีนหวนกลับมาผลิตเครื่องลายครามน้ำเงิน-ขาว ซึ่ง
กลายเป็นที่นิยม และการค้าสมัยกรุงศรีอยุธยาเปลี่ยนแปลงไปตามข้อเรียกร้องของชาวตะวันตกที่มีบทบาททางการเมืองในภูมิภาคนี้

เครื่องถ้วยเคลือบสีเขียวไข่กา หรือ เซลาดอน ซึ่งตกแต่งลวดลายด้วยวิธีการขูดและขุดลายในเนื้อดินแล้วเคลือบทับ คล้ายคลึงกับเครื่องถ้วยจีนจากเตาหลงฉวน สมัยราชวงศ์ซุ้งตอนปลายถึงราชวงศ์หยวน (ประมาณพุทธศตวรรษที่ 19-20)
00-IMGP3187.JPG
2017-2-15 16:31

TOP

“ เขียวไข่กา ”มันคืออะไร ไขปัญหาด้วยการเปิดพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 พบความหมายของคำว่าเขียวไข่กาอยู่สองความหมาย ความหมายหนึ่งหมายถึงชื่อเครื่องปั้นดินเผาเซลาดอนสมัยสุโขทัย ซึ่งใช้สีเขียวปนครามอ่อน ส่วนอีกความหมายระบุว่า หมายถึงสีเขียวปนครามอ่อน

แล้วไข่กาสีอะไร ผมเองก็ไม่เคยเห็นกลับตา มาถึงตอนนี้เราเลยไปค้นคว้าเรื่องไข่ของกา ว่าเป็นสีเดียวกับที่เรียกว่าเขียวไข่กาหรือเปล่า เพราะเราก็คุ้นเคยกับเปลือกไข่ที่มีสีขาวและสีครีม (สีไข่ไก่) หรือเป็นจุดลายๆ แบบไข่นกกระทาเท่านั้น ยังไม่เคยเห็นไข่ที่เป็นสีเขียวสักที

แต่เมื่อหาภาพไข่ของอีกามาจนได้ จึงได้ข้อสรุปว่า ไข่ของอีกานั้นมีสีเขียวปนครามแบบที่เรียกว่าเขียวไข่กาจริงๆ! สรุปได้สั้นๆ ว่าเขียวไข่กามีที่มาจากสีของไข่กา เช่นเดียวกับเขียวขี้ม้า และเขียวตองอ่อน อย่างที่คุณเข้าใจ
ดังนั้นกาน้ำชาชุดนี้ไม่ได้เป็น ศิลาดล
00-IMGP3164.JPG
2017-2-15 16:25

00-IMGP3172.JPG
2017-2-15 16:25

TOP

กาน้ำชาชุดนี้ออกสี เขียวปนเหลือง  สีเพทาย ไม่รู้ว่ายังจะเรียก ศิลาดล หรือเปล่า
00-IMGP3160.JPG
2017-2-15 16:20

00-IMGP3170.JPG
2017-2-15 16:21

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

TOP

โถใส่ใบพลูชิ้นนี้เป็นของคุณย่า จำได้ว่าตอนเด็กเวลาไปเยี่ยมจะเห็นใส่ใบพลูไว้และมีฝาปิด  ฝาบิดไปไหนแล้วก็ไม่รู้  สภาพเสื่อมไปตามเวลา
00-IMGP2731.JPG
2017-2-15 16:09

00-IMGP2734.JPG
2017-2-15 16:10

00-IMGP2736.JPG
2017-2-15 16:10

TOP

เซลาดอนเชียงใหม่ยุคปัจจุบันได้กำเนิดขึ้นมาประมาณเมื่อกว่า 80 ปีมาแล้ว โดยชาวไทยใหญ่เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในเมืองเชียงใหม่ ซึ่งไม่ทราบประวัติแน่ชัดว่าอพยพมาจากรัฐฉานในประเทศพม่าหรือมาจากถิ่นใด ชาวไทยใหญ่เหล่านี้ ตั้งบ้านเรือนและเตาทำเครื่องปั้นดินเผาขึ้นมาเป็นงานหัตถกรรมพื้นบ้านหรือกิจการในครอบครัว โดยเจ้าของเตาลงมือปั้นเองเผาเองเครื่องปั้นดินเผาที่ผลิตขึ้นมาเป็นสิ่งของที่ใช้ในชีวิตประจำวันของชาวเชียงใหม่สมัยนั้น ได้แก่ กระถางสำหรับแช่ข้าวนึ่ง (ข้าวเหนียว) หรือคนเมืองเหนือ เรียกว่า "หม้อข้าวพม่า" เป็นกระถางเคลือบขนาดย่อมๆ ใช้สำหรับแช่ข้าวเหนียวใส่น้ำค้างคืนเพื่อนึ่งในตอนเช้า เป็นสิ่งของที่ใช้กันทั่วไปในภาคเหนือ นอกจากนั้นก็ยังมีการทำพานใส่เมี่ยง (ใบชาหมักกินเป็นของว่าง) ถ้วยรองขาตู้ กระถางต้นไม้ เป็นเครื่องปั้นดินเผาชนิดเนื้อดินหยาบ โดยใช้ดินเหนียว (Ball Clay)ผสมกับดินทนไฟ (Fried Clay) ด้วยวิธีการผสมและเตรียมดินแบบพื้นบ้านขึ้นรูปเป็นชิ้นงานด้วยการใช้การปั้นบนแป้นหมุน โดยใช้แรงงานคนเป็นผู้หมุนแป้น ส่วนน้ำยาเคลือบนั้นเป็นน้ำเคลือบขี้เถ้าไม้ (Ash Glaze) ซึ่งได้มาจากขี้เถ้าไม้มะก่อตาหมู และขี้เถ้าไม้รกฟ้าผสมกับดินหน้านาเผาออกเป็นสีเขียวอ่อนแบบน้ำเคลือบเซลาดอน (Celadon) เตาที่ใช้เป็นเตามังกร ที่ใช้ไม้ฟืนเป็นเชื้อเพลิง การเผาเตาต้องใช้ความชำนาญมากเพราะความร้อนภายในเตาจะไม่เท่ากันกล่าวคือ อุณหภูมิระหว่างบริเวณภายใน เตาด้านหน้า กลางเตา หลังเตา และส่วนที่ติดปล่องไฟจะมีความแตกต่างกันมาก จึงนิยมวางเครื่องปั้นดินเผาที่ต้องการเคลือบไว้ในบริเวณส่วนหน้าตลอดเข้าไปถึงตรงกลางของเตา เพราะเป็นบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงพอเหมาะต่อการเคลือบเซลาดอนส่วนบริเวณหลังหรือท้ายๆ เข้าไปในเตาจนถึงส่วนที่เป็นปล่องไฟอุณหภูมิจะต่ำกว่า จึงใช้วางเผาภาชนะที่ไม่เคลือบหรือเครื่องปั้นดินเผาเนื้อแดง เช่น กระถางต้นไม้ต่างๆ การควบคุมอุณหภูมิในเตา ต้องใช้การสังเกตดูแสงไฟจากรูข้างเตาเผาเพื่อดูอุณหภูมิที่ต้องการ
00-IMGP3143.JPG
2017-2-15 16:05

00-IMGP3146.JPG
2017-2-15 16:06

00-IMGP3155.JPG
2017-2-15 16:07

TOP

เมื่อพิจารณาถึงความเจริญรุ่งเรืองของศิลปวัฒนธรรมล้านนาตั้งแต่ต้นราชวงศ์มังรายลงมาอันมีหลักฐานทางสถาปัตยกรรมประติมากรรม วรรณคดี ฯลฯ ก็ไม่น่าสงสัยว่าเครื่องปั้นดินเผาในล้านนาคงจะเจริญรุ่งเรืองเช่นเดียวกับศิลปวัฒนธรรมอื่นๆเพียงแต่ขาดการขุดค้นศึกษาอย่างจริงจัง ทำให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับเครื่องปั้นดินเผาล้านนาไม่กระจ่าง
00-IMGP3111.JPG
2017-2-15 16:04

00-IMGP3125.JPG
2017-2-15 16:04

TOP

ด้วยเหตุที่แต่ละท้องถิ่นจะมีลักษณะของผลงานแตกต่างกันไป นอกจากนี้ยังมีเครื่องปั้นดินเผาเวียงกาหลง ซึ่งพบที่อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย เครื่องปั้นดินเผาพะเยา จ.พะเยา ตามแหล่งโบราณคดีเหล่านี้ได้พบซากเตาเผาและเศษเครื่องปั้นดินเผาอยู่ทั่วไป เชื่อว่าเป็นการผลิตขึ้นมาเพื่อใช้กันอยู่ในท้องถิ่นแต่ก็คงเป็นสินค้าแลกเปลี่ยนระหว่างชุมชนต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียงกันด้วยเพราะได้พบหลักฐานเครื่องปั้นดินเผาจำนวนมากตามเทือกเขาสูงแนวพรมแดนไทย-พม่า ในเขต อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ และจ.ตาก หนึ่งในจำนวนนั้น เป็นเครื่องปั้นดินเผาจากเตาสันกำแพง
00-IMGP3110.JPG
2017-2-15 16:02

00-IMGP3121.JPG
2017-2-15 16:03

00-IMGP3132.JPG
2017-2-15 16:03

TOP

การทำเครื่องปั้นดินเผาในภาคเหนือของไทยมีมานานแล้ว หลักฐานเก่าที่พบ ได้แก่เครื่องปั้นดินเผาหริภุญไชยในเขตลำพูน อันเป็นวัฒนธรรมทวารวดีตอนปลายประมาณพุทธศตวรรษที่ 12 ลงมา แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของศิลปวัฒนธรรมในอดีตบนดินแดนแถบนี้ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักแพร่หลายกันดี ได้แก่ เครื่องปั้นดินเผาที่มีอายุหลังลงมาประมาณพุทธศตวรรษที่ 17 อันเป็นสมัยของแคว้นสุโขทัยและล้านนาในภาคเหนือตอนบนพบแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาหลายแห่ง เช่น ที่ อ.สันกำแพงจ.เชียงใหม่ ซึ่งเรียกกันในชื่อเฉพาะว่าเครื่องปั้นดินเผาสันกำแพง
00-IMGP2713.JPG
2017-2-15 16:00

00-IMGP2722.JPG
2017-2-15 16:00

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

TOP

อิทธิพลทางเครื่องเคลือบดินเผาของจีนได้ให้อิทธิพลแก่โลกอย่างมากนับแต่คริสต์ศตวรรษที่ 9 เป็นต้นมา โดยเข้าสู่ยุโรป ตลอดคาบสมุทรอินโดจีน ตามหมู่เกาะต่างๆ ตลอดจนแนวตะวันออกเฉียงใต้ โลกอาหรับ แม้กระทั่งเมืองทางฝั่งตะวันออกของแอฟริกา เช่น เมืองซานซีบาร์ การที่จีนสามารถแผ่อิทธิพลทางเครื่องเคลือบดินเผาอย่างกว้างใหญ่ไพศาลนั้น แสดงว่าจีนต้องมีความแกร่งและเชี่ยวชาญในการผลิตผลงาน แม้จะเชื่อกันว่าความรู้เรื่องเคลือบดั้งเดิมบางชนิดเข้าสู่จีนจากทางเมโสโปเตเมีย (ตะวันออกกลาง) ก็ตาม แต่จีนก็สามารถได้รับการยกย่องเป็นผู้นำในกระบวนการต่างๆ ของเทคนิคเครื่องเคลือบดินเผามาตลอด จนถึงระยะเสื่อมในราวคริสต์ศตวรรษที่ 19 ซึ่งตรงกับราชวงศ์เช็ง ตัวอย่างเช่น จีนเป็นผู้นำการผลิตเซลาดอนต่างๆ มีความรู้ความเข้าใจทางความงามและเทคนิคการเคลือบลักษณะต่างๆ ซึ่งเด่นมากของสมัยราชวงศ์ซ้อง ในคริสต์ศตวรรษที่ 12 จีนสามารถคิดประดิษฐ์ลายครามได้ตั้งแต่สมัยราชวงศ์หยวน ในคริสต์ศตวรรษที่ 13-14 จีนสามารถคิดค้นน้ำยาเขียนสีซึ่งเป็นชนิดเดียวกับเครื่องเบญจรงค์ของไทย การใช้สีเขียนเป็นทางนำไปสู่รูปแบบใหม่ๆ ของการใช้สีสดใส นับแต่สมัยราชวงศ์เหม็ง ในคริสต์ศตวรรษที่ 15 เป็นต้นมา
00-IMGP2708.JPG
2017-2-15 15:58

00-IMGP2715.JPG
2017-2-15 15:59

TOP

เคลือบเซลาดอนของจีนให้อิทธิพลแก่งานเคลือบของเกาหลีเป็นอย่างมาก ซึ่งเกาหลีจะใช้วิธีการเคลือบ Celadon ทับลงบนเนื้อดินที่ถมช่องลายด้วยน้ำดินสีข้นๆ มีทั้งสีดำและสีขาว ส่วนเนื้อดินปั้นมักเป็นสีออกเทา หลังการเผาจะได้ผลเป็นสีโทนเดียวกันเนื่องจากสีเขียวใสคลุมพื้นภาชนะทั้งหมดทำให้ได้น้ำหนักของสีเป็นสีเขียวอ่อนตรงที่ตกแต่งด้วยดินสีขาว เขียวเข้ม ดำ ตรงน้ำดินสีดำ และเขียวกลางตรงเนื้อดินปั้น
00-IMGP2702.JPG
2017-2-15 15:57

TOP

เครื่องเคลือบดินเผาสีเขียวของจีนมีชื่อเสียงมากในราชวงศ์ซ้อง ค.ศ. 960-1279 โดยเฉพาะที่เตาลุงชวน (Lung-Chuan) ในมณฑลซีเกียงอันใช้เนื้อดินปั้นละเอียดสีขาว เพิ่มความสดใสของเคลือบดูกระจ่างมีความลึก เป็นที่กล่าวขวัญกันว่า เคลือบจากเตาลุงชวนนี้ให้ความรู้สึกนุ่มเนียนประดุจกำมะหยี่ เป็นที่รู้จักกันมากในนามของ เคลือบเซลาดอน (Celadon) วิธีตกแต่งผิวดินที่ทำมากคือ การแกะลายลึกในเนื้อดินปั้น ทำให้น้ำเคลือบขังในตัวลายมากกว่าบนพื้นเกิดลายสีเข้ม ซึ่งเป็นวิธีการตกแต่งแบบเดียวกับเครื่องสังคโลกของไทย อันมีเนื้อดินปั้นสีคล้ำ เคลือบสังคโลกสีเขียวไข่กานั้นก็คือเคลือบเซลาดอนนั่นเองเตาเผาเซลาดอนในจีนมิได้มีเพียงเตาลุงชวน หากแต่ยังมีในมณฑลโฮนาน ซึ่งเป็นมณฑลทางเหนือของจีน ใกล้เมืองไคเล็งฟู
00-IMGP2699.JPG
2017-2-15 15:56

00-IMGP2706.JPG
2017-2-15 15:56

TOP

การรานตัวหรือการแตกลายงานั้น หากในน้ำยาเคลือบมีปริมาณของ Na2O สูงทำให้สัมประสิทธิ์การขยายตัวเนื่องจากความร้อนของน้ำเคลือบสูงกว่าเนื้อดินอย่างมากทำให้เกิดการรานได้ทั้งละเอียดและทั้งหยาบ การรานตัวนี้ถือว่าเป็นความสวยงามของเคลือบอย่างหนึ่ง แต่ไม่เหมาะสำหรับใช้เป็นภาชนะใส่อาหารรับประทาน เพราะอาหารจะซึมซับสะสมตามรอยรานได้ง่าย การรานของผิวเคลือบทั่วๆ ไป อาจตกแต่งให้เห็นรอยราน ชัดเจนได้ โดยวิธีทาน้ำยาสีละเอียด ให้ซึมลงในรอยราน แล้วนำไปเผาให้สีติดอีกครั้งหนึ่ง หรืออาจนำผลิตภัณฑ์เคลือบออกจากเตาขณะยังร้อน แล้วใช้สีชนิดที่เป็นไขเช็ดลงบนผิวเคลือบ ความร้อนจะช่วยละลายไข ให้ซึมลงในรอยรานอย่างเร็ว ในกรณีนี้ไม่มีการเผาซ้ำอีก หรืออาจใช้น้ำหมึกสีต่างๆโดยเฉพาะสีดำทาลงบนผิวภาชนะหรืออาจเป็นยาขัดรองเท้า น้ำมันเครื่องที่ใช้แล้วก็ได้เช่นกัน เมื่อสีซึมลงในรอยรานแล้วก็เช็ดทำความสะอาดภาชนะนั้น
00-IMGP2691.JPG
2017-2-15 15:55

TOP

การเปลี่ยนสีจากน้ำตาลเป็นเขียวนั้นเป็นการเปลี่ยนรูปจาก Ferric State เป็น Ferrous State และสีเขียวที่แตกต่างกันไปบ้างนั้นขึ้นอยู่กับบรรยากาศ ในเตาเผาวัตถุดิบทางเคลือบปริมาณมากน้อยของ Ferric Oxide ปริมาณของออกไซด์ในวัตถุดิบที่ใช้ทำน้ำยาเคลือบและเนื้อดินปั้นที่แตกต่างกันจะส่งผลถึงลักษณะของเคลือบอย่างหนึ่งคือ การรานตัว (Crazing) ซึ่งเกิดจากการที่สัมประสิทธิ์การขยายตัวเนื่องจากความร้อนของเนื้อดินกับสีเคลือบมีค่าที่แตกต่างกัน โดยสีเคลือบมีค่าสูงกว่าเนื้อดินอยู่พอสมควร
00-IMGP2687.JPG
2017-2-15 15:53

00-IMGP2697.JPG
2017-2-15 15:54

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

TOP

กลับไปยังรายบอร์ด