กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่
“เรียนหนังสือเก่งๆนะ”

“อย่ากลับมาทำงานอะไรแบบนี้อีกนะ”

คำอวยพรจากพี่สุวรรณ และคำสอนจากพี่เชษฐ์ สองประโยคสุดท้ายที่ได้ยินจาก “อู่เจริญกรุง” หน่วยงานสุดท้ายของบริษัทแรกที่ผมทำงานให้

หลังจากเริ่มงานในตำแหน่งผู้ประสานงานฝ่ายบุคคล, หัวหน้าชุดรับ-ส่งเงินสด, หัวหน้าศูนย์รับ-ส่งเอกสารศูนย์กรุงเทพฯ

และผู้ช่วยผู้จัดการศูนย์ซ่อมของบริษัทซึ่งพวกเราชอบเรียกว่า “อู่เจริญกรุง”...

ผมเดินออกจากที่ทำงานวันนั้นอย่างอาลัย ก่อนขึ้นรถเมล์สายเดิมมาลงสถานี BTS สะพานตากสิน แล้วก็ใช้บริการมันกลับบ้านเหมือนทุกวัน

แต่พรุ่งนี้ผมต้องย้ายไปชลบุรีเพื่อเรียนต่อปริญญาโท

สองปีก่อนหน้านั้นผมถูกถีบมาที่นี่เพราะการเมืองภายใน พนักงานฝ่ายยานพาหนะยื่นกุญแจรถปิคอัพของบริษัท

ซึ่งถึงรอบเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ให้ผมขับไปส่งให้ช่างที่อู่เจริญกรุงแล้วให้ทำงานที่นั่นเลย ไม่ต้องกลับมาที่สำนักงานใหญ่อีก ตามคำสั่งของ ผจก.ส่วนฯ

เมื่อมาถึงผมเลี้ยวรถจากฝั่งซ้ายตัดหน้ารถที่สวนมาอย่างช้าๆ ผ่านเข้ารั้วสังกะสี ซึ่งหลังรั้วก็เป็นลานปูนไม่ใหญ่มากนัก

สำหรับการซ่อมเบรกและเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และออฟฟิศคอนเทนเนอร์ซึ่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ดูร่มรื่นแต่สกปรกเหมือนอู่ซ่อมรถทั่วไป

เลยโซนนี้เข้าไปด้านในเป็นลานดินพื้นที่กว่า 16 ไร่ มีคนมาเช่าที่เพื่อขายอาหารตามสั่ง จอดรถ เปิดอู่ซ่อมรถเล็กๆ ฯลฯ

ส่วนหลังดงไม้มีบ้านเล็กๆซึ่งเจ้าของบ้านเผาถ่านขาย บรรยากาศแถวนี้จะว่าไปเหมือนต่างจังหวัด ไม่เหมือนกลางกรุงเทพฯเลย

เลยชุมชนตรงนี้เข้าไป มีรั้วและประตูลวดหนามกั้น เป็นเขตพื้นที่ซ่อมเครื่องยนต์ และจอดรถของบริษัทที่ยังไม่ใช้หรือเอามารอขายทิ้ง

พื้นที่ตรงนี้ยาวไปจนถึงแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งริมน้ำตรงนี้มีลานปูนขนาดใหญ่มากให้เรามาอาศัยตีแบด ตกปลา และตั้งวงเหล้ากันทุกเย็น

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

สวัสดีครับ
ความคิดเห็นของผมเป็นเพียงเป็นกระจกหนึ่งด้านเดียวเท่านั้น...มันอาจจะไม่ถูกต้องทุกเรื่องเสมอไปครับ

TOP

สวัสดีครับ ทุกท่านเลย

คิดถึงที่นี่นะครับ แต่หลังๆ งานยุ่งมาก เขียนอะไรไม่ออกเลย

แล้วก็ไม่ได้ถ่ายรูปแบบที่ต้องการเลยครับ มีแต่ถ่ายเรื่องงาน

(ใน แวร์เฮ้าส์ จะถ่ายอะไรให้สวยๆดีหนอ)

TOP

ขอบคุณครับที่ไม่ลืมกัน เดี๋ยวต้องนั่งอ่านงานเขียนของคุณแมงบาร์ให้จบก่อนนะครับ ถึงจะมาต่อได้

...ว่าแต่เป็นอย่างไรบ้างครับ เล่าให้ฟังหน่อยว่า ไปทำอะไร ที่ไหนมา......

TOP

แก้ไขครั้งสุดท้าย: 2013-9-12 22:04 โดย แม่มดราตรี

โห...หายไปนานเลยนะฮาฟ พี่แมง 55+

นึกไงมาโผล่บ้านนี้ได้ เข้าใจว่าลืมพาสเวิร์ดไปแล้วเสียอีก
♥~[เกลียดในสิ่งที่ฉันเป็น ยังดีกว่ารักในสิ่งที่ฉันไม่ได้เป็น] ~♥

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

TOP

บ้านร้างซึ่งทั้งร่มรื่นน่ากลัวและอุดมไปด้วยเรื่องเล่าเขย่าขวัญขี้เมาตอนมาฉี่

ถูกรื้อไปแล้ว โกดังทั้งหลายถูกเปลี่ยนเป็นอาคารขายสินค้า

ผมเดินช็อปปิ้งกับแฟนอย่างเป็นสุขและเป็นทุกข์

ผมคิดถึงสถานที่และวันคืนเก่าๆ แต่ก็จำได้ไม่ทั้งหมดหรอกครับ และวันนึงผมก็คงจำมันไม่ได้เลย

ผมนึกอยากมีภาพของมันเป็นที่ระลึกสัก 4-5 รูป ไว้ช่วยหัวใจและมันสมองระลึกเรื่องราวในอดีต แต่ผมไม่มีแม้แต่ใบเดียว

ด้วยความละเลย ด้วยความอยู่ใกล้ก็ดันไม่เห็นค่า และไม่ละเอียดในการใช้ชีวิตของผมเอง

สุดท้ายจึงอยากขอตั้งชื่อเรื่องและบอกเพื่อนๆพี่ๆว่า “ถ่าย(รูปไว้)เถอะครับ จะได้ไม่เป็นภาระของหัวใจมากนัก”

ไม่ว่าจะมีแค่มือถือ หรือกล้องขี้กลากขี้เกลื้อนเยี่ยงไร ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหน พบเจอกับอะไร ถ่ายไว้เถอะครับ



TOP

บรรยากาศหลังเลิกงานมีความสุขมากครับ จะไม่สุขก็ตอนปวดฉี่ เพราะไม่ว่าจะไปฉี่ห้องน้ำในบ้านร้างซึ่งใช้เก็บเครื่องมือ

หรือฉี่ริมรั้วซึ่งมีซากอะไหล่รถยนต์และซากรถซึ่งประสบอุบัติเหตุ ซึ่งบริษัทประกันภัยเจ้าหนึ่งมาเช่าที่เราทิ้งซาก มันก็หวาดเสียวสันหลังไม่ต่างกัน

งานที่ผมทำ คือบริหารจัดการ การสั่งอะไหล่ การคุมจำนวนอะไหล่ในคลัง สั่งงานช่าง คอยเขียนรายงานอัพเดทการซ่อมเสนอนาย

ซึ่งบอกตรงๆงานง่ายมาก ใครก็ทำได้ ผมรู้สึกว่าตัวเองสมองเสื่อมลง แต่มีความสุขทุกวันที่มาทำงาน หลายๆครั้งรู้สึกเหมือนมาเที่ยว

คุยกะเพื่อนและกินเหล้ามากกว่าทำงาน

ส่วนใหญ่ผมไม่ชอบนั่งออฟฟิศข้างหน้า แต่จะมานั่งเพิงและเต็นท์ริมน้ำ หน้าบ้านร้าง เพราะสนุกกว่า มีคนคุยด้วยทั้งวัน

และได้ดูงานซ่อมของช่างไปด้วย พวกเรามีกันสิบกว่าคน ในออฟฟิศมีหัวหน้าผมคือ พี่สุวรรณ มีพี่เชษฐ์ และผม งานซ่อมมีช่าง 3 คน

พี่เดช พี่ต๋อย พี่พล และลูกมือช่างซึ่งทำหน้าที่ รปภ.ด้วยอีก 4-5 คน ซึ่งรปภ.พวกนี้นายอนุญาตให้มาอยู่เรือนพักด้านข้างบ้านร้างได้

เอาครอบครัวมานอนอยู่ด้วยก็ได้

เราจึงมีแม่ครัวทำกับแกล้มและกับข้าวให้เราหลายคน เรามีหน้าที่แค่จ่ายเงินให้ม้าเร็ววิ่งไปซื้อวัตถุดิบ ซึ่งนายทุนมื้อเย็นมีแค่ พี่สุวรรณ ผม พี่เดช พี่พล

นอกนั้น มีหน้าที่วิ่งซื้อ จัดที่ทางและบริการหัวหน้างานทั้งสามคน รวมถึงเพื่อนๆในวง

จะมีหน่วยงานของบริษัทไหนบ้างหนอ ที่พักเที่ยงสามารถต้มไก่ นึ่งข้าวเหนียว ทำปลาย่างกินกันได้ มื้อเย็นตั้งวงเหล้าในที่ทำงาน

ทำกับข้าวไป คุยกันไป กินเหล้าไป มองดูเรือด่วนเจ้าพระยาผ่านไป และได้เห็นสายตาอิจฉาของหลายคนที่อยู่บนนั้น

นอกเหนือจากพื้นที่ 16 ไร่นี้ ที่เราต้องดูแลและใช้ทำงาน เรายังมีโกดังซึ่งเช่าไว้โกดังหนึ่ง จากนับสิบโกดังที่มี ซึ่งอยู่รั้วถัดไป

เรามีประตูไม้เล็กๆไว้เปิดทะลุเข้าไปดูแล ตรวจเช็คทรัพย์สินของบริษัทซึ่งเป็นเอกสาร รถ และเครื่องไม้เครื่องมือเก่าๆ

ที่นายผมเสียดายไม่อยากขาย ในส่วนนี้ที่ผมประทับใจคือร้านอาหารตามสั่งริมน้ำโคนต้นไม้

กะเพราเนื้อราดข้าว-ไข่ดาว มาแบบพูนจาน ราคา 25 บาท (พ.ศ. 2548) มีกาแฟ หนังสือพิมพ์ และวงไฮโลไว้บริการอีกต่างหาก

ข้อเสียของที่นี่ซึ่งทำให้ผมตัดใจลามี 2 ข้อ ครับ คือ โอกาสก้าวหน้าไม่มี และ เงินเดือนถูกมาก

เงินเดือนขนาดนี้ไม่ต้องไปฝันถึงการเก็บเงินเลย แค่ใช้ให้ไม่ติดลบ ไม่ต้องพึ่งทางบ้านก็เก่งแล้ว

สุดท้ายผมก็ขอพ่อเรียนต่อ และผมก็ไปสอบที่ม.บูรพา สุดท้ายก็สอบติดได้เข้าไปเรียน ซึ่งผมและพ่อเห็นตรงกันว่า

ออกมาเรียนอย่างเดียวดีกว่า ผมจึงต้องลาออก ทิ้งงานที่มีความสุขแต่เงินเดือนห่วยไว้เบื้องหลัง

ผมไม่ได้ผ่านมาย่านนี้นานหลายปีครับ ก่อนหน้าปีนี้ ผมผ่านมากับแฟนช่วงกลางคืนราวๆปี 54 มันมีรั้วสำหรับไซค์งานก่อสร้างใหม่เอี่ยมสีขาว

เข้ามาปิดรั้วเดิมและประตูทางออกทั้งหมด ตอนนั้นผมก็ไม่รู้หรอกครับว่า ด้วยเหตุผลกลใด

จนเมื่อสองเดือนก่อน แฟนผมอยากไปเที่ยวเอเชียทีค เราเองก็ไม่รู้แน่ชัดมามันอยู่ตรงไหน ผมนึกในใจว่า คงไม่ยากหรอก เท่าที่ได้ยิน

มันแถวที่ทำงานเก่าผม ที่ทำงานซึ่งผมคิดถึง เผลอๆจะได้แวะเยี่ยมเยียนคนที่รู้จัก

ผมจึงพาแฟนไป โดยการลงเรือกันจากท่าศิริราชมาลงที่เอเชียทีคเลยตามที่ข้อมูลในเน็ตเค้าบอก เมื่อเข้าใกล้แสงไฟของเอเชียทีค

ผมพยายามมองหาที่ของผม แต่ไม่เจอ...และไม่มีวันเจออีกแล้ว...

TOP

กลับไปยังรายบอร์ด