กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่
การถ่ายภาพกับศิลปะ

                การถ่ายภาพเป็นงานศิลปะหรือไม่  ถ่ายภาพเพื่ออะไร  ถ่ายภาพเพื่อบันทึกเหตุการณ์หรือถ่ายภาพเพื่อเป็นงานศิลปะ   มีไม่มากนักที่ภาพถ่ายจะเป็นงานศิลปะได้ ภาพถ่ายที่ดีจัดองค์ประกอบถูกต้อง วัดแสงได้ดี สีสันถูกต้อง ดูสวยงามคมชัดแต่ไม่ได้สื่ออะไรเลย ไม่ได้ทำให้ผู้ชมเกิดการสะเทือนทางอารมณ์หรือมีความรู้สึกร่วมกับชิ้นงาน ซึ่งความรู้สึกร่วมกับชิ้นงานนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ชมจะมีความรู้สึกตรงกับผู้สร้างชิ้นงานเสมอไป จะรู้สึกอย่างไรก็ได้แต่ต้องไม่ถูกชี้นำในทางใดทางนึ่งจากผู้สร้างงาน ไม่ว่าจะรู้สึกดีใจ  เสียใจ  เศร้าโศรก ปลื้มใจ  ใจหาย  อึดอัด  รู้สึกกว้างใหญ่  โกรธ  โล่ง  ฯลฯ   ดังนั้นภาพถ่ายที่ดีแต่ไม่ได้สื่อความหมายอะไรเลยหรือไม่ได้ทำให้ผู้ชมเกิดการสะเทือนทางอารมณ์ได้ ภาพถ่ายใบนั้นก็จะเป็นเพียงภาพบัทึกเหตุการณ์เท่านั้นไม่ใช่งานศิลปะ


               

               ภาพถ่ายที่เป็นงานศิลปะไม่จำเป็นต้องชัดที่สุด คมที่สุด ถูกต้องที่สุด แต่เป็นภาพถ่ายที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวความรู้สึกนึกคิดของผู้ถ่ายภาพให้สามารถสื่อไปยังผู้รับสารหรือผู้ชมให้เกิดการสะเทือนทางอารมณ์ หรือทำให้ผู้ดูฉุกคิด  หรือคิดตาม  หรือคิดต่าง  คิดแตกแขนง  คิดจินตนาการ  คิดตรงกัน  คิดต่างกัน  ฯลฯ  ผ่านการใช้เทคโนโลยีในการสร้างเรื่องราว ไม่ว่าจะเป็นการสร้างรูปร่างรูปทรง สร้างมิติ สร้างแสง สร้างสี สร้างองค์ประกอบ สร้างการเคลื่อนไหว โดยใช้กล้องถ่ายภาพแทน หมึก พู่กันหรือดินสอ ทำให้ผู้รับสารเกิดการสะเทือนทางอารมณ์ได้ ภาพถ่ายใบนั้นก็จะกลายเป็นงานศิลปะหนึ่งชิ้น ซึ่งแตกต่างกับภาพถ่ายหนึ่งใบที่บันทึกเหตุการณ์ บันทึกรูปร่างรูปทรง แสง สี หรือบันทึกต้นไม้ใบหญ้า ก้อนหิน ก้อนเมฆ นก ฯลฯ แต่ไม่ได้ทำให้ผู้ดูเกิดการสั่นสะเทือนทางอารมณ์หรือไม่ได้สื่อความหมายอะไรเลย ภาพถ่ายใบนั้นก็จะเป็นเพียงภาพถ่ายที่เป็นเพียงวัสดุที่เกิดจากกระบวนการทางเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นในโลกนี้อีกหนึ่งชิ้น หาใช่งานศิลปะไม่
"บางอย่างเกิดมาเพื่อกินขยะบนชายหาด แต่บางอย่างก็เกิดมาเพื่อปฎิเสธ เงื่อนไข -- ข้อ จำกัด เหล่านี้"

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

งานศิลปะเช่นงานจิตรกรรม งานประติมากรรม ล้วนเป็นงานที่เกิดจากการวิริยะอุตสาหะในการลงมือทำ ใช้ความใส่ใจ ความตั้งใจ อีกทั้งยังได้ใส่อารมณ์ความคิดเข้าไปในงาน แล้วทำทีละเล็กทีละน้อยจนเกิดกลายเป็นงานศิลปะที่มีคุณค่าหนึ่งชิ้น ซึ่งการถ่ายภาพนั้นต่างออกไป การถ่ายภาพเพียงแค่กดปุ่มก็จะได้ทั้งเรื่องราว แสงสี รูปทรง ที่เห็นอยู่ตรงหน้ามาเก็บบันทึกได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการได้มาอย่างรวดเร็วนี้เอง ทำให้การถ่ายภาพหมิ่นเหม่ว่าจะเป็นศิลปะแขนงหนึ่งหรือไม่ เพราะสิ่งที่ได้มาอย่างรวดเร็วนั้นคือบันทึกที่สร้างจากกลไกทางเทคโนโลยีที่สร้างสิ่งเสมือนที่เลียนแบบการวาดภาพของจิตรกร ทำให้เก็บสิ่งที่เห็นได้อย่างรวดเร็วจึงทำให้ภาพถ่ายนั้นขาดการใส่ใจ ใส่อารมณ์ ใส่จิตวิญญาณของศิลปินและขาดการใส่ความหมายเข้าไป ทำให้ผลผลิตจากกล้องถ่ายภาพนั่นก็คือ "ภาพถ่าย" หมิ่นเหม่ว่าจะเป็นงานศิลปะหรือไม่   และตัวอย่างอีกชิ้นหนึ่งคืองานภาพพิมพ์ งานภาพพิมพ์ที่เกิดจากการทำด้วยมือ ที่ใส่ใจใส่จิตวิญญาณของศิลปิน การแกะแม่พิมพ์ด้วยมือทีละเล็กละน้อย ผสมสีด้วยตนเอง ค่อยๆประทับแม่พิมพ์และบรรจงกวาดบรรจงถู จนเกิดลวดลายภาพพิมพ์ขึ้นบนกระดาษดูแล้วรู้สึกนิ่มนวล สวยงามบรรจง มีชีวิตชีวา กว่างานพิมพ์ที่พิมพ์มาจากเครื่องพิมพ์ดิจิตอล ถึงแม้ว่างานนั้นจะคัดลอกมาจากภาพพิมพ์ที่แกะแม่พิมพ์ด้วยมือที่สวยงามมีชีวิตชีวาแต่เมื่อนำมาคัดลอกด้วยการผ่านเครื่องพิมพ์ดิจิตอลแล้วกลับรู้สึกแข็งกระด้างไม่มีชีวิตชีวา ทำให้คุณค่าขาดหายไป หรือแม้กระทั่งงานพิมพ์ดิจิตอลที่คัดลอกมาจากงานจิตรกรรมชั้นยอด สิ่งที่ออกมาดูแล้วจืดชืดขาดชีวิตชีวาไปในบัดดลเมื่อเทียบกับงานของจริงที่เป็นต้นฉบับ     แล้วเช่นนี้งานศิลปะแขนงภาพพิมพ์ที่เกิดจากเครื่องดิจิตอลจะถือว่าเป็นงานศิลปะหรือไม่  ถ้าเป็น ...งานที่ออกมาจะมีคุณค่าในตัวของมันเองหรือไม่....ซึ่งคำตอบก็คิดว่าคงเหมือนกับการถ่ายภาพที่ภาพถ่ายจะเป็นงานศิลปะหรือไม่เป็นขึ้นอยู่กับความสามารถและความเข้าใจในศิลปะของผู้สร้างงาน ถ้าผู้สร้างงานเข้าใจในศิลปะที่แท้จริงแม้แต่ขอนไม้ที่ใช้ขวานฟันให้เป็นรอยเพียงหนึ่งครั้งก็จะกลายเป็นงานศิลปะชั้นยอดได้หากรอยขวานฟันนั้นสามารถที่จะสะเทือนผู้ชมได้



                ศิลปะนั้นไม่จำเป็นต้องอยู่ในงานจิตรกรรม งานประติมากรรมเสมอไป ศิลปะนั้นอยู่ทุกที่ มีอยู่ในชิ้นงานทุกงานที่ผ่านการใส่ใจ ใส่จิตวิญญาณ ผ่านการปรุงแต่งเลือกสรรอย่างละเมียดละไมจากผู้สร้างงาน เช่นงานแฮนด์เมคชั้นเยี่ยมที่ผู้สร้างได้ใส่ใจ ใส่จิตวิญญาณในการสร้างงาน การค่อยๆเย็บอย่างบรรจง ซึ่งบางชิ้นนั้นไม่เรียบ ไม่เท่ากัน หรือไม่เสมอกันหมด แต่เมื่อดูภาพรวมแล้วกลับสวยงามมีเสน่ห์ขนาดที่เครื่องจักรยังไงก็ไม่สามารถเลียนแบบได้ ต่างจากงานแฮนด์เมคชั้นแย่ที่ใช้มือทำเหมือนกันแต่ก็ไม่ต่างจากการใช้เครื่องจักรหรือบางที่การใช้เครื่องจักรทำอาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ ดังนั้นงานแฮนด์เมคชั้นแย่ที่ใช้มือทำเหมือนกันก็ไม่ถือว่าเป็นงานศิลปะเพราะยังไม่เข้าขั้นที่จะจัดเป็นงานศิลปะได้ แต่อย่างไรก็ตามงานชั้นแย่เมื่อผ่านการฝึกฝนทักษะ ฝึกฝนการคิด ฝึกฝนจิตใจ ซ้ำไปซ้ำมางานชั้นแย่ก็จะพัฒนากลายเป็นงานชั้นเยี่ยมที่เป็นงานศิลปะชิ้นนึ่งได้เช่นกัน







                กลับมาสู่การถ่ายภาพ  ดังนั้นจะขอเรียกผู้ที่สร้างงานศิลปะโดยใช้เครื่องมือเป็นกล้องถ่ายภาพแทนพู่กันและดินสอว่า Photo Artist ไม่ใช่ช่างภาพ และยังมีอีกคำหนึ่งนั่นก็คือ "เล่นกล้อง" คนเล่นกล้องคือคนที่ติดตาม ชื่นชอบและไหลไปตามเทคโนโลยีของกล้องถ่ายภาพ ให้ความสำคัญเกี่ยวกับกลไกและระบบการทำงานของกล้องถ่ายภาพมากกว่าที่จะใช้กล้องถ่ายภาพมาสร้างงานที่เป็นศิลปะภาพถ่าย เมื่อเทคโนโลยีของการถ่ายภาพพัฒนาไปเรื่อยๆ คนเล่นกล้องก็จะเปลี่ยนอุปกรณ์เปลี่ยนกล้องไปเรื่อยๆและสรรหาอุปกรณ์ต่างๆมาเพื่อทดลองใช้งานประโน่นประกอบนี่เพื่อทดลองและทดสอบในเทคโนโลยีใหม่ๆที่ผลิตออกมาอย่างไม่สิ้นสุดตราบที่ความอยากที่จะทดลองของคนเล่นกล้องยังมีอยู่ ซึ่งด้วยเหตุนี้เองคนถ่ายภาพจึงไม่จำเป็นต้องเป็นคนเล่นกล้องทุกคน

*ที่มา มายา001
"บางอย่างเกิดมาเพื่อกินขยะบนชายหาด แต่บางอย่างก็เกิดมาเพื่อปฎิเสธ เงื่อนไข -- ข้อ จำกัด เหล่านี้"

TOP

    ๏๛ Photo Memory ๏๛
۞http://hao2499.multiply.com /۞

TOP

ผมชอบครับ เข้ามาศึกษาวิเคาระห์ข้อมูล
maya13

TOP

กลับไปยังรายบอร์ด