กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่
ไปเจอมาครับเอามาให้ลองอ่านเล่นๆกันฮะ

ขออนุญาต copy ข้อความคุณ Noppadol Weerakitti  มาประกอบการแสดงความคิดเห็นนะครับ
“สำหรับผม คำจัดความของภาพถ่ายแนว Street Photography คือภาพถ่ายที่คนดูรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของชีวิตบนถนนจากภาพถ่ายนั้น โดยการตีความคำว่า ถนน กว้างกว่าแค่การเป็นพื้นที่สำหรับรถวิ่ง อาจหมายรวมถึงคนที่มีชีวิตเกี่ยวพันกับถนนในทางใดทางหนึ่ง ทำให้ภาพถ่ายที่ไม่ได้ถูกถ่ายบนถนน ก็เป็นภาพแนว street เช่นภาพคนจรจัดในห้างสรรพสินค้า ภาพพระบิณฑบาตรในตลาดสด เป็นต้น”

ถนนของคนในเมืองใหญ่กับถนนของคนต่างจังหวัดให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันครับ สำหรับถนนในเมืองใหญ่ไม่ว่าจะในเมืองไทยหรือต่างประเทศนั้นเราสามารถพบกิจกรรมต่างๆที่แตกต่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการสัญจร การหาเลี้ยงชีพ การละเล่น  การดิ้นรนเพื่อการอยู่รอด รวมถึงการพักผ่อน ดังนั้นการถ่ายแบบ street ในเมืองใหญ่จึงมีแง่มุมต่างๆมากมาย แต่ในขณะเดียวกันภาพของถนนและการใช้ประโยชน์ของถนนในเมืองเล็กๆ หรือในสังคมชนบทนั้นไม่ได้มีความพลุกพล่านหรือรูปแบบที่หลากหลายเช่นเดียวกันกับในเมืองใหญ่ ถนนในเมืองเล็กหรือสังคมชนบทนั้นสามารถนับได้ตั้งแต่ถนนที่รถวิ่ง ทางสัญจรที่ไม่ราดยาง (มีแต่ฝุ่น) จนไปถึงทางเดินเท้าเล็กๆที่สามารถเดินเท้าและจักรยาน-มอเตอร์ไซค์เท่านั้น ซึ่งเราก็สามารถพบกิจกรรมต่างๆของผู้คนเช่นเดียวกันแม้ว่าไม่มีความหลากหลายเหมือนกับสังคมเมืองแต่ก็มีมีเอกลัษณ์-ความน่าสนใจ-ความเฉพาะตัว เช่น การใส่คุกเข่ากับพื้นรอใส่บาตร การนั่งคุยกันของผู้เฒ่า-ผู้แก่ การนั่งสานภาชนะ-ทอผ้าบริเวณนอกชานหรือแคร่ การจูง/ต้อนวัว-ควายกลับบ้าน การขี่-ซ้อนจักรยาน/มอเตอร์ไซค์พร้อมถุงกับข้าวไปโรงเรียน-ตลาดในตอนเช้า-เย็น การใช้แม่น้ำ-ลำคลองเพื่อการจับปลา/ การสัญจร / การชำระล้างร่างกาย / ซักผ้า / การทำความสะอาดอื่นๆ รวมถึงการเล่นน้ำของเด็กๆ  ภาพเหล่านี้นับเป็น street ของคนในเมืองเล็กๆ และเป็นภาพที่ทำให้ผมคิดว่าภาพ street ของคนในเมืองใหญ่กับภาพ street ของคนในเมืองเล็กหรือสังคมชนบทนั้แตกต่างกันพอสมควรทีเดียวครับ ดังนั้นการบอกว่าภาพใดเป็น street หรือไม่บางครั้งนั้นเป็นการยากที่จะตัดสินใจแบบฟันธงหรือกำหนดเป็นรูปแบบที่ชัดเจนลงไป
ที่พูดมาทั้งหมดนี้ไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งอะไรทั้ง 2 ด้าน (ในเมืองกับชนบท) แต่พูดจากประสบการณ์ที่มีและเจออยู่ทั้ง 2 แบบมาตั้งแต่อดีตจนถึงในปัจจุบันนี้ครับ  และ เช่นเดียวกันครับผมคิดว่าการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดมุมมองใหม่ขึ้นครับจึงได้เขียนความคิดเห็นนี้ขึ้นมาจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ไม่ว่ากันครับ
"บางอย่างเกิดมาเพื่อกินขยะบนชายหาด แต่บางอย่างก็เกิดมาเพื่อปฎิเสธ เงื่อนไข -- ข้อ จำกัด เหล่านี้"

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

Noppadol Weerakitti

เห็นด้วยกับคุณ prasongsom ครับ ผมมีประเด็นเพิ่มเติมดังนี้ครับ

ผมคิด(เอาเอง)ว่า ภาพถ่ายแบบ street นั้นเป็นรูปแบบหนึ่งของ documentary ที่ต้องการบันทึก ความเป็นจริงในเสี้ยวเวลาหนึ่งของสังคม โดยใช้ฉากถนนเป็นตัวแทนของสังคม เพราะถนนเป็นพื้นที่สาธารณะ  หรือ Public เพราะอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นในที่สาธารณะย่อมเป็นสิ่งที่สังคมทั่วไปยอมรับ เป็น norm ของสังคมนั้นๆ  ดังนั้นภาพ street photography จึงเป็นการ บันทึก (Document) ประวัติศาสตร์ ในพื้นที่หนึ่ง ในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นลักษณะการแต่งกาย ท่าทางการใส่บาตร ลักษณะการเดินทาง การจัดร้าน การสัญจร การซักผ้า จูง/ต้อนวัว-ควายกลับบ้าน การขี่-ซ้อนจักรยาน/มอเตอร์ไซค์พร้อมถุงกับข้าวไปโรงเรียน-ตลาดในตอนเช้า-เย็น การใช้แม่น้ำ-ลำคลองเพื่อการจับปลา ฯลฯ ต่างๆ   ดังนั้น ถ้าเราขยายความคำว่า ถนน คือ ที่สาธารณะ กรอบของภาพของเราก็กว้างขึ้น

และผมก็คิด(เอาเอง)ต่อไปว่า ความมีเสน่ห์ของภาพแนวนี้ที่ทำให้มันแตกต่างจากภาพแนว documentary ธรรมดาทั่วๆไป คือการมีสิ่งที่เรียกว่า the decisive moment  ปรากฎอยู่ในภาพถ่าย ตามที่ HCB ได้เคยอ้างถึงคำพูดของนักบวชชาวฝรั่งเศส คาร์ดินัล เดอ เรตซ์ (Cardinal de Retz) มาอธิบาย:

There is nothing in this world that does not have a decisive moment.

สำหรับผม the decisive moment คือช่วงเวลาเสี้ยววินาทีของช่างภาพที่ต้องตัดสินใจว่าจะกดชัตเตอร์ตอนไหน เพื่อบันทึกภาพที่ปรากฎอยู่ตรงหน้า การกดขัตเตอร์ต่างกันแค่เพียงหนึ่งวินาทีสามารถส่งผลถึงพลังของการสื่อสารของภาพถ่าย เปลี่ยนภาพถ่ายที่มีแรงดึงดูดสูงเป็นแค่ภาพบันทึกธรรมดาภาพหนึ่ง

ดังนั้นภาพแนวสตรีทที่ดีไม่เพียงแต่ต้องบันทึกประวัติศาตร์ (ตามการตีความของช่างภาพ) ยังต้องถูกบันทึกในช่วงจังหวะที่เป็น the decisive moment ด้วย ดังตัวอย่างงานของ HCB, แกรี่ วินโนแกรน (Gary Winogrands) , ลี ฟีแลนเดอร์ (Lee Friedlander) เป็นต้น และจะทำอย่างนั้นได้ ช่างภาพต้องประกอบด้วยทักษะ ความเชี่ยวชาญ ความชำ่ชองในการใช้กล้องอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ดังที่ HCB เคยบอกไว้ว่า

การเป็นช่างภาพก็เหมือนเป็นหัวขโมย ต้องสามารถหยิบฉวยเสี้ยววินาทีของชีวิตได้โดยไม่มีใครสังเกตเห็น และไม่ทิ้งร่อยรอยใดๆ ไว้ ช่างภาพต้องฝีเท้าเบาแต่มีสายตาที่คมกริบ เข้าใกล้ซับเจ็กต์ด้วยฝีเท้าของหมาป่า แม้ว่าสิ่งนั้นจะเป็นเพียงวัตถุ เปรียบเสมือนว่าต้องไม่ทำให้น้ำกระเพื่อมก่อนตกปลาฉันใดก็ฉันนั้น

ถ้าจะตีความให้ยากและท้าทายมากขึ้น Street Photography ก็คือ ภาพบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในที่สาธารณะ (ถนน ตลาด โรงเรียน ร้านค้า โรงหนัง ฯลฯ) ที่ช่างภาพสามารถนำเสนอในแบบ the decisive moment ที่ทรงพลัง
"บางอย่างเกิดมาเพื่อกินขยะบนชายหาด แต่บางอย่างก็เกิดมาเพื่อปฎิเสธ เงื่อนไข -- ข้อ จำกัด เหล่านี้"

TOP

เป็นความเห็นของคุณ soranai

ผมว่า street photography ที่ทั่วไป มันเข้าใจกันไปเองอะครับ ว่าการมาเดินถ่ายกันริมถนนก็เป็น street photography ได้ครับ

มันไม่ได้เป็นแบบนั้นในความคิดผม

อย่าง แรกที่ต้องรู้คือ street photo เป็นส่วนหนึ่งของ doc photo ครับ เพราะฉะนั้น street ทุกภาพเป็น doc photo หมด แต่ ภาพที่เป็น doc photo ทั่วๆไป แม้จะถ่ายกันริมถนน ก็ไม่ใช่จะต้องเป็น street photo ครับ

สิ่งที่ต่างก็คือ "moment" (หาภาษาไทยแทนไม่ได้"

doc photo ที่มี moment เข้ามาเกี่ยวข้อง หรือ มีห่วงเวลาเล็กๆ สั้นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง และ ถ่ายในที่สาธรณะ จะเป็น street ครับ ภาพสีที่ยักตัวอย่างมาผมไม่เห็นว่ามัน เป็น street photography ครับ เป็น documentary ธรรมดามากกว่าครับ

จังหวะเป็นเรื่องสำคัญมาก ที่จะทำให้ street photo เป็น street photo จริงๆ ครับ ไม่ใช่เพียงแต่ ถ่ายริมถนนเท่านั้นครับ

อัน นี้ผมได้จากการพูดคุยกับ พวก street กันหลายคนนะครับ และ ทุกคนลงความเห็นตรงกันหมดครับ ว่า ต้อง มี moment เข้ามา ไม่งั้น ไม่น่าเรียกว่า street ครับ

ในเรื่องของที่ สาธรณะ ก็ยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ครับ ว่า สาธรณะแค่ไหน เช่น เดินอยู่ริมถนน แล้วถ่ายเข้าไปในบ้าน ที่มีคนชกต่อยกัน เรียก สาธารณะได้ไม๊ ?

candid จะออกไปทาง ถ่ายภาพคนมากกว่าครับ จังหวะ ที่เกี่ยวกับคน
snap แยกออกมาต่างกันตรงที่ เป็นภาพที่แสดงถึงเหตุการณ์ หรือ อะไรที่มันเกิดขึ้น

ซึ่ง snap และ candid จะไม่คุยเรื่อง สถานที่ที่ได้ภาพ ในบ้าน ในห้อง สวน ถนน ได้หมด

ความชัดเจนในการแบ่งแยก น่าจะอยู่ที่เป้าหมายของผู้ถ่าย และ ผู้ดูครับ มีกำหนดคร่ายๆ แต่ก็ไปตายการตอนตีความอยู่ดี


เครดิตที่มา

http://www.bwfoto.net/ques_answ/topic.asp?TOPIC_ID=11515

"บางอย่างเกิดมาเพื่อกินขยะบนชายหาด แต่บางอย่างก็เกิดมาเพื่อปฎิเสธ เงื่อนไข -- ข้อ จำกัด เหล่านี้"

TOP

Noppadol Weerakitti
ตรงนี้น่าสนใจมากๆๆๆๆครับ

ผมค่อนข้างเห็นด้วยว่า moment หรือ  decisive moment เป็นลักษณะที่เด่นชัดของ street photography แต่ก็ไม่ได้เป็นกฏที่ตายตัวว่าภาพแนว street ทุกภาพต้องมี  moment ที่ว่านั้น

ผมเคยอ่าน (ที่ไหนสักแห่ง จำไม่ได้แล้ว ไว้จะไปค้นมาบอกอีกที) ว่าภาพสตรีทที่ดี ต้องประกอบด้วยองค์ประกอบ 3 ด้านคือ
Design (D), Information (I) และ Emotion (E) หรือ D.I.E

Design คือภาพนั้นต้องมีการออกแบบ (โดยช่างภาพ) ว่าจะ composition อย่างไร lighting แบบไหน สีสรรตัดกันหรือกลมกลืนกันอย่างไร มุมก้มหรือมุมเงย การออกแบบดังกล่าวทำให้ภาพที่ออกมาแตกต่างจากภาพที่เกิดการ snap อย่างงานของ HCB ที่เด่นเรื่องการจัด composition อิงตามรูปแบบเรขาคณิต ก็เป็นการออกแบบอย่างหนึ่ง เป็นต้น

Information คือภาพนั้นต้องมีการส่งสารบางอย่างออกมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางสังคม การเมือง ประวัติศาสตร์ แฟชั่น ที่อิงกับช่วงเวลาที่ทำการบันทึกภาพ ในฐานะที่มันเป็นส่วนหนึ่งของ documentary นี่จึงทำให้ช่างภาพสตรีทนิยมใช้เลนส์ 35 mm หรือ 50 mm ในการถ่ายภาพ เพราะเลนส์ช่วงนี้จะได้ภาพที่ผนวกเอาสภาพแวดล้อมรอบตัวของ subject เข้ามาอยู่ในกรอบภาพด้วย ในแนวทางเดียวกับ environmental portrait

Emotion คือภาพนั้นต้องสื่ออารมณ์บางอย่างให้คนดูรู้สึก "อิน" ไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นขบขัน แปลกใจ เศร้า ดีใจ เหงา รวมถึงแสดงให้เห็นถึง decisive moment ก็อยู่ในส่วน Emotion นี้เช่นกัน

ภาพสตรีทหลายภาพก็มีความเด่นด้าน D บางภาพดีทาง I บางภาพดีแบบ D+E แต่ภาพสตรีืทที่ดีต้องประกอบด้วย D+I+E อยู่ในภาพเดียวกัน วันไหนใครถ่ายได้ภาพแบบนี้ก็ต้องฉลองกันหน่อยหล่ะ

"บางอย่างเกิดมาเพื่อกินขยะบนชายหาด แต่บางอย่างก็เกิดมาเพื่อปฎิเสธ เงื่อนไข -- ข้อ จำกัด เหล่านี้"

TOP

เครดิต  streetphoto thailand
"บางอย่างเกิดมาเพื่อกินขยะบนชายหาด แต่บางอย่างก็เกิดมาเพื่อปฎิเสธ เงื่อนไข -- ข้อ จำกัด เหล่านี้"

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

TOP

ชัดเจนดีมากเลยครับ กับ D. I. E. ชอบมาก  ได้ความรู้ ขอบคุณครับ

TOP

กลับไปยังรายบอร์ด