กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่
แก้ไขครั้งสุดท้าย: 2010-9-17 20:50 โดย แม่มดราตรี

เอาล่ะ..เข้าเนื้อหาสาระ ล้วน ๆ ชวนมึนตึ๊บมั่งดีกว่า..
ถ้ามีตรงไหนเข้าใจยากหรือผิดพลาด ติติงกันมาได้นะคะ


【++องค์ประกอบศิลป์ ของการสร้างภาพ ++】



1. เรื่องราวของภาพ (Content) คือจุดมุ่งหมายของเรื่องที่เราต้องการสื่อในภาพ เช่นต้องการสื่อถึงวิถีชาวพุทธ โดยการถ่ายภาพพระบิณฑบาตร

2. บรรยากาศของภาพ (Atmosphere) คือสิ่งแวดล้อมที่อยู่ในตัวภาพ ซึ่งต้องสอดคล้อง กลมกลืนกับเรื่องราว
     เพื่อเติมแต่งภาพให้มีความเป็นจริงมากขึ้น ตัวอย่างจากข้อที่ 1 ภาพบรรยากาศ อาจจะเป็นเหล่า ศาสนิกชนรอตักบาตร ฯลฯ

3.  อารมณ์ของภาพ (Mood)  สิ่งที่สะท้อนจากภาพให้เกิดความรู้สึกร่วมกัน เช่น หนาว, เหงา , ดีใจ, เศร้า, มีความสุข, ศรัทธา ฯลฯ

4.  เทคนิคการถ่ายภาพ คือ ขั้นตอนการควบคุมกล้องที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ
      เช่นการเลือกใช้ ISO, WB , f-stop, Speed shutter ฯลฯ
      ยกตัวอย่าง ถ่ายน้ำตกใช้ speed shutter ต่ำ ๆ + ใช้พิลเตอร์ ND + ขาตั้งกล้อง เพื่อให้สายน้ำดูพริ้วไหว นุ่มนวล

5. คุณภาพของภาพ (หรือที่ได้ยินกันบ่อย ๆ ว่าไฟล์ใส ไฟล์เนียนกิ๊ก) คือภาพที่มีรายละเอียดสูง คมชัด มีความเหมือนธรรมชาติมากที่สุด
     ซึ่งกล้อง DSLR จะให้คุณภาพของภาพดีกว่ากล้อง Compact  
    ส่วนที่ควรระมัดระวังคือการใช้ Photoshop ในการแต่งภาพ หากทำเกินพอดีจะทำให้คุณภาพไฟล์เสียได้

6. มุมมองของการถ่ายภาพ  แบ่งออกได้ 4 ลักษณะ (ตามตำรา)

-   มุมระดับสายตา (Eyes Level Shot) คือมุมมองทั่วไป ให้ความรู้สึกปกติ ธรรมดา เหมือนสายตาหรือการมองเห็นของคนทั่วไป
     เช่น ภาพพอร์ตเทรต

-  ภาพมุมสูง (High Angle Shot) เป็นลักษณะการก้มถ่าย หรือเรียกภาพมุมก้ม , มุมกด , มุมตานก (Bird's Eye View)
   เช่นภาพถ่ายสัตว์เลี้ยง ภาพมุมสูงช่วยให้จุดสนใจมีความโดดเด่นขึ้น

-  ภาพมุมต่ำ (Low Angle Shot) หรือเรียกภาพมุมเงย,มุมตาหนอน (Worm's Eye View), หรือ มุมตามด  (Ant's Eye View)
   เช่นภาพอาคาร สิ่งก่อสร้าง เพื่อให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่ สง่างาม

-  ภาพมุมข้ามไหล่ (Subjective Shot) เป็นลักษณะการถ่ายภาพที่ผู้ถ่ายอยู่ทางด้านหลัง อาจจะเฉียงไปทางด้านใดด้านนึง
    เพื่อให้เกิดความรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย
♥~[เกลียดในสิ่งที่ฉันเป็น ยังดีกว่ารักในสิ่งที่ฉันไม่ได้เป็น] ~♥

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

การจัดระยะภาพ  แบ่งได้ 4 ลักษณะ



1. การถ่ายภาพระยะไกล ( LS. >> Long Shot) เน้นมุมมองกว้าง ๆ เก็บบรรยากาศโดยรวม เช่นภาพ Land scape

2. การถ่ายระยะปานกลาง (MS. >> Midium Shot) จะได้รายละเอียดของภาพมากกว่าระยะไกล เพราะมุมมองจะแคบลงมากกว่า
    เช่นภาพถ่ายบุคคลเต็มตัว ไม่เน้นฉากหลัง

3. การถ่ายภาพระยะใกล้ (CU. >>Close-up Shot) เป็นการถ่ายระยะใกล้ที่ต้องการรายละเอียดพอสมควร
    เช่นภาพบุคคลเฉพาะใบหน้า หรือภาพดอกไม้ (ดอกเดี่ยว)


4. การถ่ายภาพระยะใกล้มาก (ECU. >> Extreme Close-up Shot) เป็นถารถ่ายที่ต้องการรายละเอียดมากที่สุด เช่นถ่ายแมลง
แววตาบุคคล , หัวเข็มหมุด ฯลฯ การถ่ายภาพระยะใกล้มาก ๆ ต้องใช้เลนส์พิเศษ อย่างเลนส์ Macro และอุปกรณ์เสริม อย่างสายลั่นชัตเตอร์ + ขาตั้งกล้อง
♥~[เกลียดในสิ่งที่ฉันเป็น ยังดีกว่ารักในสิ่งที่ฉันไม่ได้เป็น] ~♥

TOP

แก้ไขครั้งสุดท้าย: 2010-9-17 05:29 โดย แม่มดราตรี

การจัดองค์ประกอบภาพแบ่งคร่าว ๆ ได้ 2 ลักษณะ คือ..

1. การจัดองค์ประกอบของสิ่งที่เราไม่สามารถกำหนด หรือเปลี่ยนแปลงได้ตามความต้องการ
เช่น ภาพวิวทิวทัศน์ สิ่งก่อสร้าง อาคาร บ้านเรือน หรือใครกำหนดได้ "เอ้า ต้นมะพร้าวต้นนั้นน่ะ ขยับไปทางซ้ายอีกหน่อยสิ"
เหตุการ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว กะทันหัน ก็จัดรวมอยู่ในองค์ประกอบที่เราควบคุมไม่ได้เช่นกัน..เช่นฟ้าผ่า สัตว์ เด็กทารก นก ปลา ฯลฯ

2. การจัดองค์ประกอบที่เราสามารถควบคุมได้ตามความต้องการ เช่น ภาพบุคคล สัตว์เลี้ยงที่มีความเชื่อง(สั่งได้) วัตถุสิ่งของ (ที่เคลื่อนย้ายได้)
รวมไปถึงการถ่ายภาพในสตูดิโอด้วย

หลักการจัดองค์ประกอบภาพ (Composition)



1. Rule of thirds  กฎ 3 ส่วน  ไม่ว่าจะถ่ายแนวนอนหรือแนวตั้ง ให้แบ่งภาพออกเป็น 3 ส่วนเท่า ๆ กัน
แล้วเลือกวางจุดสนใจไว้ที่ 1 ใน 3 ของภาพ  อย่างเช่นภาพวิว หรือ ทะเล ..

2. จุดตัดเก้าช่อง จริง ๆ ข้อนี้เกือบที่จะเหมือนข้อแรก
คือให้แบ่งภาพออกเป็น 3 ส่วนเท่า ๆ กัน ทั้งแนวตั้งและแนวนอน จะทำให้เกิดจุดตัด 4 จุด
ซึ่งเราจะวาง Subject ที่ต้องการถ่ายไว้ในจุดใดจุดหนึ่ง ภายใน 4 จุดตัดที่ว่า ทำให้ภาพดูน่าสนใจกว่าการวาง Subject ไว้กึ่งกลางภาพ  

3. Balance ความสมดุล (ไม่มี ย์ นะจ๊ะ อิอิ) คือการจัดองค์ประกอบให้ภาพมีน้ำหนักเท่ากันทั้ง 2 ด้าน
มี 2 แบบ คือ...
- สมดุลแบบปกติ  คือ ซ้าย ขวา มีลักษณะเหมือนกัน  เช่น โปสถ์ เจดีย์ ให้ความรู้สึกมั่นคงเป็นทางการ เคร่งขรึม
- สมดุลแบบไม่ปกติ คือสมดุลที่ทั้ง 2 ข้างมีขนาดไม่เท่ากัน น้ำหนักต่างกัน แต่มีความถ่วงดุลกัน ทำให้เกิดความน่าสนใจขึ้น
U-009.jpg
♥~[เกลียดในสิ่งที่ฉันเป็น ยังดีกว่ารักในสิ่งที่ฉันไม่ได้เป็น] ~♥

TOP

แก้ไขครั้งสุดท้าย: 2010-9-17 07:30 โดย แม่มดราตรี



4. Harmony ความกลมกลืน  ภาพมีความเป็นพ่อหมี (สัมพันธ์) ตรึ่กโป๊ะ !!  สอดคล้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
เช่น เส้น  สี รูปร่าง รูปทรง  หรือแม้แต่ความสัมพันธ์ของบุคคล เช่น เพื่อน พ่อแม่ พี่น้อง ก็ใช้หลักความกลมกลืน เพื่อสร้างอารมณ์ให้รู้สึกคล้อยตาม

5. Contrast  ความแตกต่าง   เช่นแตกต่างในเรื่องสี แสง
อัตราส่วนที่พอเหมาะคือ ใช้ Contrast 20% ต่อ Harmony 80%

6. การควบคุมทัศนมิติ และ ความลึก ( Perspective and Depth control ) เช่นการใช้เส้นเพิ่มมิติให้กับภาพ
เกิดความตื้น-ลึก ใกล้-ไกล เช่น ภาพถนนที่มีเสาไฟฟ้าอยู่สองข้างทาง ทำให้ดูลึกและไกลไปเรื่อย ๆ เกิดมิติที่ 3     ไม่มีภาพ ปลากรอบ งงมิ?

7. Lines  เล่นเส้น      เส้นเป็นสิ่งนำสายตาไปสู่จุดสนใจของภาพได้
ลักษณะเส้นที่พบบ่อย คือ เส้นบะหมี่ ก๋วยเตี๋ยว เฮ้ย..ไม่ใช่แระ เอาล่ะ กลับมาโหมดจริงจังใหม่ 5-4-3-2-1 Action!!

- เส้นแนวนอน (Herizonal Lines) ให้ความรู้สึกสงบ หยุดนิ่ง เคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ
- เส้นแนวตั้ง (Vertical Lines) ความสง่างาม โดดเด่น มั่นคง แข็งแรง ความสูง
- เส้นทแยงมุม ( Diagonal Lines) แสดงการเคลื่อนไหว รวดเร็ว เร้าใจ
- เส้นโค้ง  (Curve Lines)  อ่อนช้อย นิ่มนวล ร่าเริง
- เส้นฟันปลา หรือเส้นคด  (Zigzag Lines)  แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน  รวดเร็ว  กะทันหัน



8. ฉากหน้า - ฉากหลัง  ( Foreground - Background) ฉากช่วยสร้างมิติให้กับภาพ เกิดความลึก ดูน่าสนใจ ไม่แบน

9. Space  ช่องว่าง   การเว้นช่องว่างในภาพเพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกอึดอัด ให้ภาพเกิดมิติด้านความกว้าง
เช่น การเว้นช่องว่าง เพื่อทิ้งช่วงทอดสายตา ให้ตัวแบบ เวลาถ่ายรูปบุคคลที่หันมองไปทางใดทางนึง
หรือการเว้นพื้นที่ด้านหน้าของรถที่กำลังวิ่ง ..
DSC_7493.jpg
♥~[เกลียดในสิ่งที่ฉันเป็น ยังดีกว่ารักในสิ่งที่ฉันไม่ได้เป็น] ~♥

TOP

10. การสร้างกรอบให้กับภาพ   (Frame)  อาจจะใช้ใบไม้ หรือขอบประตู ขอบหน้าต่างในการทำกรอบเพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้ภาพถ่าย

11.  รูปทรง ( From)  จะทรงกลมหรือ ทรงเหลี่ยม ทรงกระบอก จะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หรือ มนุษย์สร้างขึ้น
ภาพที่ประกอบไปด้วยรูปทรงจะทำให้เกิดมิติ ทั้งความกว้าง ความยาว ความลึก ซึ่งการเลือกใช้ทิศทางแสงที่เหมาะสมจะเป็นตัวกำหนดความสวยงามของมิติทั้งสาม

12.  รูปร่าง  ( Shap )   การถ่ายเน้นรูปร่างต่างจากรูปทรงคือ ไม่ได้รายละเอียดของวัตถุ  ขาดมิติด้านความลึก
เช่นภาพย้อนแสง ( Silhouette ) จะเห็นรูปร่างวัตถุเป็นเพียงเงาดำ ๆ ไม่มีรายละเอียดอื่น ๆ

13. พื้นผิว  ( Texture )  เช่นพื้นทราย พื้นกระจก ผิวหน้าของคนชรา  แต่ละลักษณะพื้นผิวจะให้ความรู้สึกแตกต่างกัน
ผิวเรียบให้ความรู้สึกคล่องตัว รวดเร็ว ผิวหยาบ ขรุขระ ให้ความรู้สึกแข็งแรง  
การถ่ายภาพเน้นพื้นผิว สามารถเร้าอารมณ์ และความรู้สึกได้ดี เช่น การจัดวางวัถุผิวเรียบบนผิวขรุขระ จะทำให้เห็นวัตถุผิวเรียบได้เด่นชัดขึ้น

14. รูปแบบซ้ำซ้อน  (Pettern )  การจัดองค์ประกอบของภาพที่มีลักษณะซ้ำ ๆ กัน อยู่ตำแหน่งเดียวกัน หรือเรียงแถวเหมือนกัน
ไม่ว่าจะเป็นเส้น รูปร่าง รูปทรง พื้นผิว จะทำให้ภาพมีความแปลกตา ชวนมองไปอีกแบบ
DSC_6935.jpg
♥~[เกลียดในสิ่งที่ฉันเป็น ยังดีกว่ารักในสิ่งที่ฉันไม่ได้เป็น] ~♥

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

TOP

แก้ไขครั้งสุดท้าย: 2010-9-17 07:50 โดย แม่มดราตรี

15.  ค่าของแสง และ เงา ( Light & Shadow )
ความสว่างของแสงเงามีผลต่อความรู้สึกและการรับรู้เช่นเดียวกัน ค่าของแสงเงาจะสวยงามขึ้นอยู่กับทิศทางของแสง
หลังดวงอาทิตย์ขึ้น (หรือตก) 2 ชั่วโมง จะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการถ่ายภาพมากที่สุด

17.  สี  (Color) สีแต่ละสีมีอิทธิพลต่อความรู้สึกมนุษย์ไม่เท่ากัน

สีแดง หรือ สีส้ม          ตื่นเต้น  
สีเขียว          ปกติ สบาย  
สี้น้ำเงิน            สงบ ขรึม เอาการเอางาน  
สีชมพู             นุ่มนวล อ่อนโยน  
สีขาว           สะอาด บริสุทธิ์ สดใส   
สีดำ - สีเทา           หดหู่ เศร้าใจ  
สีม่วง          ลึกลับ น่าสงสัย ความเศร้า  
สีเหลือง - สีเขียวอ่อน          สดชื่น ร่าเริง สนุกสนาน  
สีเขียวปนเทา      ชราภาพ  ความโดดเดี่ยว   
สีเขียวปนเหลือง          หนุ่มสาว กระฉับกระเฉง   

การใช้สีต้องคำนึง 2 ประการ

1. ความกลมกลืนของสี (Color Harmony)  คือการจัดคู่สี ในวรรณะเดียวกัน ให้อยู่ใกล้กัน
เช่นสีวรรณะร้อน คือสีเหลือง สีแดง  ช่วยให้เกิดความรู้สึกใกล้เข้ามา
สีวรรณะเย็น เช่น เขียว น้ำเงิน ทำให้รู้สึกไกลออกไป
ความกลมกลืนของสี ช่วยเกิดความรู้สึก เรียบ สงบ

2. ความต่างของสี  ( Color Contrast)  ความต่างหรือการตัดกันของสี ช่วยสร้างความเด่นให้วัตภุ

-  Hight Key   สีหนักเป็นสีสว่าง หรือขาวมาก มีความต่างสีน้อย ให้ความรู้สึก สดใส มีชีวิตชีวา สนุกสาน บริสุทธิ์ อ่อนหวาน
-  Low Key    สีเข้มคล้ำ มืดมาก ดำมาก  ให้ความรู้สึก กดดัน เคร่งขรึม ลึกลับ น่ากลัว

* Monochrome  คือภาพที่มีโทนสีเป็นสีเดียวกันตลอดทั้งภาพ  แตกต่างกันเพียงความอ่อนแก่ของสีที่ใช้












สรุป..

ศิลปะของการประกอบภาพ ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นเพียงแนวทาง หรือพื้นฐาน แต่ไม่ใช่กฎเกณฑ์ตายตัว  จงศึกษากฎเพื่อทำลายกฎนั้นซะ  




ข้อมูลอ้างอิงจาก : เอกสารประกอบการสอนวิชา นศ. 2103
การถ่ายภาพและภาพยนตร์เบื้องต้น (Introduction to Photography and Cinematography)
โดย ว่าที่ ร.ต. มนูญ  โต๊ะอาจ คณะนิเทศน์ศาสตร์  มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น

v
v
v

ซึ่งแปลว่า..มันมีที่มาที่ไป แม่มดไม่ได้นั่งเทียนเขียนเองมั่ว ๆ นากั๊บ
♥~[เกลียดในสิ่งที่ฉันเป็น ยังดีกว่ารักในสิ่งที่ฉันไม่ได้เป็น] ~♥

TOP

รับบริจาคภาพประกอบจ๊า
♥~[เกลียดในสิ่งที่ฉันเป็น ยังดีกว่ารักในสิ่งที่ฉันไม่ได้เป็น] ~♥

TOP

โอ้ สาระดีมากมาย

TOP

ได้ความรู้ดีมากครับ อ.แม่มด   อยากให้เพื่อนสมาชิกได้อ่าน ภาพรวมของการจัดองค์ประกอบกันเยอะๆ

ขอเพิ่มเติมนิดหน่อยนะครับ เพื่ออาจจะสร้างความเข้าใจเพิ่มเติมได้ครับ  

ในส่วนของ hightkey  และ lowkey  (อ่านว่าโลวคีย์ มิใช่โลกีย์)

อยากให้คิดอย่างแยกส่วนกันออกมาอีกครับ colorcontrast  และ  harmony มีผลต่อการทำภาพhightkey และ lowkey ครับ  แต่ถ้าจะพิจารณากันถึง hightkey และ lowkey  นั้น  
ควรดูที่แสงเป็นหลักครับ  
hightkey คือภาพที่ได้จากการถ่ายสภาวะแสงที่มีแหล่งกำเนิดแสงมาก หรือหลายจุด ส่งผลให้ภาพที่ได้มีพื้นที่ทั้งหมดในภาพอยู่ในโทนสว่างมากกว่าโทนเทาดำลงไปครับ
lowkey  คือ ภาพที่ได้จากการถ่ายสภาวะแสงที่มีแหล่งกำเนิดแสงน้อย หรือจุดเดียวไปเลย  ก่อให้เกิดเงาดำ เงาจาง ส่งผลให้ภาพที่ได้มีพื้นที่ทั้งหมดในภาพอยู่ในโทนมืดมากกว่าโทนเทาขาวขึ้นไปครับ

การถ่ายภาพhightkey lowkey เท่าที่ผมเคยศึกษามาจะเป็นส่วนของการถ่ายภาพขาวดำน่ะครับ เพื่อให้เกิดความเข้าใจในพื้นฐานของน้ำหนักการให้แสงในภาพ  แต่เมื่อนำมาประยุกต์กับการใช้สี ในการถ่ายภาพสีแล้ว จะมีเรื่องของการกะเกณฑ์ค่าสี harmony contrast เพิ่มเข้าไปอีก  เพื่อปรับให้เข้ากันครับ  

หวังว่าคงไม่เข้ามาทำให้งงกันนะครับ




เมื่ออ่านแล้วผมคิด   วิชาการถ่ายภาพเป็นวิชาที่คนเราศึกษาพัฒนาตัวมันกันจนจบแล้วหรือยัง?      หรือมันจะพัฒนาต่อไปอีก วิชาการใหม่ๆมีให้อัพเดทกันตลอดครับ หลากหลายตำรา บ้างตรงกันบ้างไม่ตรงกัน  แต่เมื่อศึกษามากๆจะเข้าใจว่ามันสอดคล้องกันอยู่ครับ   




ผมไม่เคยเรียนเรื่องถ่ายภาพสีเลย ก็ได้มานั่งคิดเพิ่มครับ  อ่านแล้วคิดตาม สงสัยถามกันถกกัน สนุกดีครับ ตอนนี้ผมตอบตัวเองว่า วิชาถ่ายภาพยังพัฒนาต่อไป  ยังไม่จบครับ  มือใหม่ๆต้องขยันศึกษาครับ  เรื่อง composition เป็นพื้นฐานที่จำเป็นมากๆครับ    ^^

TOP

ได้ฟามรู้ดีมากฮะ
"บางอย่างเกิดมาเพื่อกินขยะบนชายหาด แต่บางอย่างก็เกิดมาเพื่อปฎิเสธ เงื่อนไข -- ข้อ จำกัด เหล่านี้"

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

TOP

โปรมาเอง
^^

TOP

ืnice article  

TOP

so cool ทั้ง 2 ท่าน ขอบคุณค๊าบ
ความคิดเห็นของผมเป็นเพียงเป็นกระจกหนึ่งด้านเดียวเท่านั้น...มันอาจจะไม่ถูกต้องทุกเรื่องเสมอไปครับ

TOP

สุดยอดดดด
"บางอย่างเกิดมาเพื่อกินขยะบนชายหาด แต่บางอย่างก็เกิดมาเพื่อปฎิเสธ เงื่อนไข -- ข้อ จำกัด เหล่านี้"

TOP

จดๆๆๆๆ

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

TOP

กลับไปยังรายบอร์ด