กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่

“เมื่อสิ้นแสงตะวันความมืดก็เข้าปกคลุมหมู่บ้านไผ่ล้อมน้อยดินแดนลุ่มแม่น้ำป่าสัก

ท่ามกลางกระแสน้ำที่ไหลเอื่อยของคุ้งน้ำก็ได้ปรากฏเสียงสอดแทรกผ่านความเงียบในยามค่ำคืน

ผู้คนต่างหวาดกลัวและโจษจันกันไปทั่วเพราะเสียงนั่นโหยหวนคร่ำครวญดังผู้หญิงร้องไห้ราวกับเศร้าโศกเสียใจมานานแสนนาน ”



    เสียงคำบรรยายประกอบการแสดงเรื่อง “เปิดตำนานเสาร้องไห้” ในงาน ๘๖ ปี ใต้ร่มพระบารมี 5 ธันวาคม 2556 ณ.แพกลางน้ำริมแม่น้ำป่าสัก

หน้าที่ว่าการอำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี

เป็นจุดเริ่มต้นทำให้ผมค้นหาเรื่องราวของ ต้นตะเคียนทองที่จมอยู่ในแม่น้ำป่าสักและมีเสียงดั่งเสียงร้องไห้อันเป็นที่มาของอำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรีจนถึงทุกวันนี้





_MG_3619_org.jpg
2014-10-13 12:23



เมื่อสิ้นแสงตะวันความมืดก็เข้าปกคลุมหมู่บ้านไผ่ล้อมน้อยดินแดนลุ่มแม่น้ำป่าสักท่ามกลางกระแสน้ำที่ไหลเอื่อยของคุ้งน้ำก็ได้ปรากฏเสียงสอดแทรกผ่านความเงียบในยามค่ำคืนผู้คนต่างหวาดกลัวและโจษจันกันไปทั่วเพราะเสียงนั่นโหยหวนคร่ำครวญดังผู้หญิงร้องไห้ราวกับเศร้าโศกเสียใจมานานแสนนาน

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

ตำนานเสาร้องไห้



    เมื่อครั้งต้นกรุงรัตนโกสินทร์ประมาณปี พ.ศ. 2325 หัวเมืองต่างๆได้ส่งเสาไม้ดีเพื่อร่วมสร้างปราสาทราชวัง ทางการต้องการถึง 80 ต้น

นั่นรวมถึงเสาจากแควป่าสักก็ร่วมประกวดในครั้งนี้

ซึ่งเสานี้เป็นต้นตะเคียนทองจากผืนป่าดงพญาไฟ ล่องลงมาจากแก่งคอยมุ่งสู่กรุงก่อนเสาแควอื่นจนได้ตราประทับเป็นไม้หมายเลข 1

แต่เมื่อครั้งพิจารณาคัดเลือกไม้ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากหลักการเดิม ทำให้เสาจากแควป่าสักเป็นไม้หมายเลข 5 เพราะถูกตำนิว่าปลายคด

ด้วยเหตุที่พลาดหวังจึงหนีจากจากท่าน้ำที่ประกวดลอยทวนน้ำขึ้นมาจนถึงแควป่าสัก ณ.บ้านไผ่ล้อมน้อย  และมาร้องไห้คร่ำครวญดุจดังเสียงผู้หญิงร้องไห้

ผู้คนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำลุกตื่นขึ้นมาหุงข้าวในตอนเช้าก็ได้ยินเสียงและพากันมาดู

ซึ่งขณะนั้นน้ำได้ไหลเชี่ยวมากและเสาก็ได้ชี้ไปทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 9 นาฬิกา

แล้วก็ค่อยๆจมลง  หลังจากนั้นผู้คนก็ได้ยินเสียงดังเสียงร้องไห้เรื่อยมา  


บ้านไผ่ล้อมน้อยนี้จึงถูกเรียกกันว่า “บ้านเสาร้องไห้” ซึ่งภายหลังเรียกให้สั้นลงว่า “บ้านเสาไห้”




_MG_8971.JPG
2014-10-13 12:27


หลังจากพลาดหวังที่จะได้เป็นเบอร์ 1ในการคัดเลือกเป็นเสาหลักเมือง ต้นตะเคียนจากแควป่าสักก็ได้หนีจากท่าน้ำที่เข้าประกวดลอยทวนน้ำขึ้นมาและร้องไห้มาตลอดคืนณ.จุดนี้ของลำน้ำป่าสัก ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่หน้าที่ว่าการอำเภอเสาไห้ที่ใช้ประกอบกิจกรรมสำคัญๆหลายๆงานอย่างเช่นงานประเพณีแข่งเรือยาวประจำปีของลำน้ำป่าสัก

TOP

นั่นคือตำนานที่เล่าขานสืบต่อกันมาซึ่งจุดที่เสาตะเคียนจมลงนั้นคือแม่น้ำป่าสักบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเสาไห้ในปัจจุบัน

เสาต้นตะเคียนต้นนี้ถูกตัดที่ดงพญาไฟในเขตอำเภอมวกเหล็ก


ผมได้มีโอกาสได้ไปไหว้และสอบถามพระปลัดไสว วราสโภ เจ้าอาวาสวัดสูง วัดที่เป็นที่ตั้งของศาลเจ้าแม่ตะเคียนทองในปัจจุบันนี้

ว่าต้นกำเนิดของเสาตะเคียนนี้มาจากที่ไหน ท่านแนะนำให้มาอำเภอมวกเหล็ก  



ต้นตะเคียนทองนับว่าเป็นไม้เนื้อแข็ง ไม่พลัดใบ ที่มีความสูง 20-40 เมตร เปลือกสีน้ำตาลดำ ขึ้นตามป่าดิบใกล้ลำธาร  

พบขึ้นในพม่า ลาว ตอนใต้ของเวียดนาม กัมพูชา ไทยและมาเลเซีย

ไม้ตะเคียนมีคุณค่าทางเศรษฐกิจเพราะเนื้อไม้มีความทนทาน ทนปลวกได้ดี เลื่อย ไสกบ ตกแต่งและซักเงาได้ดีมาก

จึงนิยมใช้ทำบ้านเรือน เสา ด้ามเครื่องมือกสิกรรม พื้นกระดานไม้ฟืนและงานต่อเรือ      




_MG_9205.jpg
2014-10-13 12:29


ต้นตะเคียนทองนับว่าเป็นไม้เนื้อแข็งไม่พลัดใบ ที่มีความสูง 20-40 เมตร เปลือกสีน้ำตาลดำ ขึ้นตามป่าดิบใกล้ลำธาร  แต่ด้วยความเชื่อว่ามีนางไม้สิงสถิตอยู่จึงพบเห็นต้นตะเคียนที่ทุกวันนี้เหลือน้อยมีผ้าแถบหลากสีคาดอยู่โคนต้นพร้อมเครื่องสักการะวางข้างๆ

TOP

คุณ ทินกร บุญลือ เจ้าที่อุทยานน้ำตกเจ็ดสาวน้อยชี้ให้เห็นแนวต้นตะเคียนทองที่ขึ้นอยู่ตามริมน้ำของเส้นลำน้ำน้ำตกเจ็ดสาวน้อย

ซึ่งปัจจุบันต้นตะเคียนทองจะพบเห็นได้ยากตามพื้นที่ทั่วไปโดยส่วนมากจะโดนตัดไปใช้งานและไม่นิยมปลูกกันเพราะต่างมีความเชื่อเรื่องต้นตะเคียนมีนางไม้สิงสถิตอยู่


ต้นตะเคียนทองที่หลงเหลืออยู่ตามธรรมชาตินี้จะพบได้ตามพื้นป่าที่ประกาศเป็นพื้นที่อุทยาน

ซึ่งในพื้นที่อำเภอมวกเหล็กจะพบเห็นที่ อุทยายานน้ำตกเจ็ดสาวน้อย และ น้ำตกมวกเหล็ก โดยทั้งสองแหล่งพบต้นตะเคียนทองขึ้นอยู่ริมแหล่งน้ำ

ด้วยเหตุนี้เราเห็นข่าวการค้นพบต้นตะเคียนจมอยู่ในลำน้ำต่างๆอยู่บ่อยครั้ง  



_MG_0077_1.JPG
2014-10-13 12:30


ทินกร บุญลือเจ้าที่อุทยานน้ำตกเจ็ดสาวน้อยเข้ามาดูแลศาลแม่นางตะเคียนข้างต้นตะเคียนใหญ่เป็นประจำพร้อมกับบอกเล่าถึงต้นตะเคียนที่ตั้งสูงตระง่านอยู่ริมตลิ่งบนเส้นทางน้ำของน้ำตกเจ็ดสาวน้อยซึ่งปัจจุบันหลงเหลือไม่กี่ต้น เพราะไม้ตะเคียนเป็นไม้เนื้อแข็งมีความทนทาน เหนียวจึงมีความต้องการมาก สามารถทำเฟอร์นิเจอร์ เครื่องเรือน รวมถึงขุดทำเรือซึ่งพบเห็นบ่อยในเรือพายที่ใช้ไม้ตะเคียนทั้งลำอย่างเช่นเรือแข่งเทพนรสิงห์ แห่งวัดเสาไห้

TOP

แต่ยังมีอีกตำนานหนึ่งที่เป็นเรื่องเล่าอิงประวัติศาสตร์ชนพื้นเมืองของสระบุรี

เพราะที่เสาไห้และอีกหลายอำเภอเป็นชาวไทยวนที่อพยพมาจากเมืองเชียงแสนเมื่อครั้งสมัยต้นรัตนโกสินทร์  

โดยเสาต้นตะเคียนนี้ตัดที่บ้านโคกสว่าง ตำบลนาโฉง เมืองสระบุรีนี้เอง


คนที่ตัดต้นตะเคียนนี้เป็นผู้มีอาคมสูง ชื่อ “หนานต๊ะ” ซึ่งเป็นเป็นน้องชายของปู่เจ้าฟ้า หัวหน้านำหมู่คนที่พาคนไทยวนอพยพจากเชียงแสน

เสาต้นตะเคียนทองนี้เป็นเสาไม้ที่งดงามตรงตามตำรา ทางการได้ประกาศให้หัวเมืองจัดหาไม้มาเพื่อทำเสาหลักเมืองที่กรุงเทพ

ถ้าเสาของผู้ใดได้คัดเลือกก็จะได้รับรางวัลอย่างงาม แต่จนแล้วจนเล่าก็ไม่มีใครสามารถตัดต้นตะเคียนทองต้นนี้ได้ เพราะนางไม้ไม่ยินยอม


จนกระทั้งหนานต๊ะผู้มากด้วยอาคมได้ทำการเชิญนางไม้ที่ประจำต้นตะเคียนนี้ไปเป็นเสาหลักเมือง

นางไม้ก็ยินดี แต่มีข้อแม้ว่าหนานต๊ะต้องเป็นผุ้พาต้นตะเคียนนี้ไปด้วยตัวของหนานต๊ะเอง   




_MG_3608.jpg
2014-10-13 12:31


ถึงแม้ว่าหนานต๊ะจะมีวิชาอาคมมากก็ตามนักหาไม้จากแควใหญ่ที่ปลอมเป็นเถรก็สามารถฆ่าหนานต๊ะได้ด้วยการสวนทวาร เมื่อสิ้นหนานต๊ะนางไม้ก็ขาดซึ่งผู้นำส่งเมืองกรุงเทพฯ จึงร้องไห้อยู่นะที่ลำน้ำแห่งนี้นั่นเป็นตำนานอีกตำนานหนึ่งที่นักแสดงจากโรงเรียนเสาไห้วิมลวิทยานุกุล ถ่ายทอดเป็นละครเวทีซึ่งจัดขึ้นในงาน ๘๖ ปี ใต้ร่มพระบารมี

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

TOP

   เมื่อหนานต๊ะได้ทำการตัดไม้และเคลื่อนเสาลงน้ำเพื่อรอรอส่งไปยังกรุงเทพนั้น

ได้มีนักหาไม้แควใหญ่จากนครสวรรค์ 7 คนได้ปลอมตัวเป็นนักบวช(เถน) หวังที่จะขโมยไม้งามต้นนี้ โดยการฆ่าหนานต๊ะเสีย

แต่เนื่องด้วยหนานต๊ะมีอาคมที่แก่กล้าอยุ่ยงคงกระพัน ฆ่าอย่างไรก็ไม่ตาย   


จนกระทั่งเถนทั้ง 7 ได้ฆ่าหนานต๊ะด้วยวิธีสวนทวารและนำศพไปยืนพิงต้นไม้ไว้  แต่ด้วยเหตุผลอันไดไม่ทราบได้ ในเวลาต่อมาเถนทั้ง 7 ก็ถูกฆ่าเช่นกัน  

จนเป็นที่มาของ “บ้านสัตตาเถน  ”ตรงหมู่บ้านที่เถนทั้ง 7 นั้นนอนตายอยู่ ส่วนทุ่งที่เถนทั้ง 7 ได้นำศพหนานต๊ะไปยืนพิงต้นไม้นั้นคือ “ทุ่งผียืนตาย ” ซึ่งก็อยู่ในเขตตำบลนาโฉง อำเภอเมือ สระบุรี นี้เอง


      เมื่อสิ้นหนานต๊ะ เสาไม้งามนี้ก็ไม่มีผู้ใดนำส่งไปที่กรุงเทพได้ นางไม้ที่สิงสถิตอยู่ก็ได้เสียใจเป็นอย่างมาก

จึงได้ร้องไห้คร่ำครวญอยุ่หลายวัน จนกระทั่งจมลงในแม่น้ำ ณ. ลำน้ำแควป่าสักแห่งนี้



_MG_0482.jpg
2014-10-13 12:33


คนเฒ่าคนแก่แห่งบ้านท่าเสา อำเภอแก่งคอยเล่าถึงจุดที่ต้นตะเคียน ที่ตัดที่ดงพญาไฟ มวกเหล็ก ล่องลงมาผ่านคลองโศกจนลงที่ท่าน้ำที่บ้านท่าเสาแห่งนี้ซึ่งเรื่องราวนี้คนปัจจุบันแทบจะไม่มีใครทราบ

TOP

ศาลแม่นางตะเคียน วัดสูง




จากตัวเมืองสระบุรีไปทางถนนเส้น 3041 สระบุรี-ท่าเรืออยุธยา เพียง 9 กิโลเมตรก็ได้พบกับศาลเจ้าแม่ตะเคียน แห่งวัดสูง อำเภอเสาไห้

ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของเสาต้นตะเคียนทองขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.75 เมตร ยาว 13 เมตร วางบนแท่นที่ทำด้วยปูนซีเมนต์สีเหลืองคาดเขียว แอ่นโค้งรับเสาโผล่ครึ่งกลาง


ตลอดความยาวด้านบนของต้นตะเคียนจะปรากฏพวงมาลัยหลากสีห้อยเต็มเรียงรายเป็นทางยาว ผู้คนเข้ามาสักการะพร้อมเครื่องบูชาที่ล้วนแต่เป็นของใช้สตรี

ทั้งเครื่องนุ่งห่มที่เป็นชุดไทยหลากสีทั้งเครื่องประทินผิว ด้วยความเชื่อและศรัทธาต่อเจ้าแม่นางตะเคียนที่เป็นพฤษเทวดา

ตามตำนานพื้นบ้านไทยที่สิงสถิตอยู่ในต้นตะเคียน  ที่คอยช่วยเหลือปกปรักรักษาชาวอำเภอเสาไห้


เสาต้นตะเคียนทองนี้มีอายุมากกว่า 200ปี และจมอยู่ในลำน้ำป่าสักเป็นเวลานานที่พบเห็นจึงเป็นเพียงแก่นของไม้ที่คงเหลืออยู่




_MG_6929.jpg
2014-10-13 12:34


เล่ากันว่าเจ้าแม่ตะเคียนเป็นนางไม้ ๓พี่น้องแม่แสงจันทร์ แม่น้อย และแม่ลั่นทม โบราณว่าไม้ 3 นางนั้นมีอภินิหารมาก จึงมีผู้คนเป็นจำนวนมากเข้ามาสักการะทั้งขอให้ชีวิตอยู่เย็นเป็นสุข และขอบคุณที่ช่วยเหลือให้ได้ในสิ่งที่บนเอาไว้สำหรับเรื่องที่บนส่วนมากจะเป็นการขอให้มีโชคลาภ

TOP

   เสียงแตรกลองยาว ดังกระหึ่มไปทั่ววัด ผมต้องรีบเข้าไปร่วมพิธีภายในศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง

วันนี้วันที่ 23 เมษายน เป็นวันงานประเพณีอาบน้ำแม่นางตะเคียน ที่จัดขึ้นทุกปีเพื่อทำบุญตักบาตรวันคล้ายวันที่เชิญเสาแม่นางตะเคียนขึ้นมาจากลำน้ำป่าสัก  

ตลอดเส้นรอบเสาแม่นางตะเคียนภายในศาล ปรากฏหญิงนุ่งห่มสไบ นุ่งโจงกระเบนรัดด้วยสายคาดเอวโลหะ

กำลังร่ายรำตามจังหวะเสียงเพลงเพื่อบูชาเจ้าแม่นางตะเคียนทอง

ทั้งหมดล้วนเป็นคนทรงที่เข้าร่วมพิธี   



นายสุเทพ จันทร์ประสิทธิ์ หรือ คุณตาตี๋ ซึ่งปีนี้คุณตาอายุร่วม 88 ปีเล่าให้ผมฟังว่า นายเผ่า จันทร์ประสิทธิ์ที่เป็นพี่ชายของคุณตา

เป็นประธานดำเนินงานเรื่องอัญเชิญเสาแม่นางตะเคียนขึ้นมาจากน้ำเมื่อ ปี 2501 ซึ่งต้นเรื่องมาจากนางเฉียว ผู้เป็นภรรยาได้ฝันว่า


ตนได้ไปอาบน้ำที่แม่น้ำป่าสักแล้วได้พบกับเสาต้นหนึ่ง เป็นเสาร้องไห้และตนก็ได้เอามือไปลูกคลำเสาต้นนี้  รุ่งเช้านางเฉลียวเลยเล่าให้สามีฟัง

นายเผ่าเห็นว่านอนมากฝันมากเป็นเรื่องธรรมดา แต่นานๆเข้าเรื่องราวต่างที่เกิดจากชาวบ้านมีมากขึ้นเพราะมีการเข้าทรงบอกว่านางไม้อยากขึ้นจากน้ำ


ชาวบ้านจึงร้องขอให้นายเผา จันทร์ประสิทธิ์ซึ่งเป็นคนดี มีศีลธรรม อีกทั้งมีกำลังคนอยู่มากเพราะเป็นเจ้าของโรงสีกองไทฟงของสระบุรี เป็นผู้นำในการน้ำเสาขึ้นจากน้ำ




_MG_7156.jpg
2014-10-13 12:35


ร่างทรงแต่งกายในชุดไทยโบราณ ห่มสไบ ใส่ผ้าถุง ร่วมพิธีบวงสรวงศาลแม่นางตะเคียนที่จัดขึ้นในวันที่ ๒๓ เมษายน ของทุกปีเพื่อขอบคุณแม่นางตะเคียนที่ช่วยคุ้มครองให้ชีวิตอยู่เย็นเป็นสุขและขอบคุณที่ช่วยเหลือให้ได้ในสิ่งขอไว้

TOP

“นี่คุณเชื่อไหม กลางเดือนเมษา แดดร้อนทั้งวัน อยู่ดีๆฟ้านี้มืดและฝนตกลงมาอย่างแรง เกือบ 5 นาทีเลยนะ”


คุณตาเล่าให้ฟังถึงนาทีที่คนดำน้ำโพล่ขึ้นมาจากน้ำพร้อมกับบอกว่าพบเสาต้นตะเคียนที่จมอยู่แล้ว ตามที่คนทรงชี้ตำแหน่ง

ซึ่งฟ้าที่มืดคลื้มสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้คนที่มาเข้าร่วมพิธีเป็นอย่างมาก  

เสาต้นตะเคียนที่จมอยู่ในแม่น้ำเป็นเวลานานทำให้ยากแต่การนำขึ้นมาเพราะท่อนไม้ถูกดินทับถมเกือบตลอดต้น  


แต่ก็ได้รับการช่วยเหลือจากนายช่างกรมชลประทานที่ส่งนักประดาน้ำมาดำน้ำตรวจสอบและเอาเชือกผูกปลายเสาไว้แล้วให้คนช่วยดึงเสาขึ้นมา

แต่เมื่อตรวจสอบอีกครั้งพบว่าหากคนดึงขึ้นมาไม้คงหักเป็นแน่ จึงใช้เรือกรรเชียง 2ลำตั้งต้นเป็นคานผูกรอกค่อยๆชักเสาขึ้นมา



_MG_7121.jpg
2014-10-13 12:37


ภาพเมื่อครั้งปี พ.ศ. 2501
ที่อัญเชิญเสาแม่นางตะเคียนขึ้นมาจากแม่น้ำป่าสักโดยใช้เรือกรรเชียง2ลำตั้งต้นเป็นคานผูกรอกค่อยๆชักเสาขึ้นมา   

TOP

เมื่อเสาต้นตะเคียนโผล่พ้นน้ำ ปรากฏน้ำมันสีเขียวคล้ำลอยแผ่กระจายออกไปเป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง

ขณะที่นำเสาขึ้นจากน้ำนั้น หลวงพ่อย้อย ปุญญมี แห่งวัดอัมพวัน ได้ทำพิธีสวดมนต์บริกรรมคาถาโดยล่องเรือใกล้กับเรือกรรเชียงที่ผูกรอกดึงเสา

สร้างความศรัทธาให้ชาวเสาไห้เป็นอย่างยิ่ง



_MG_7087.jpg
2014-10-13 12:38



ด้วยเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.75เมตร ยาวถึง 13เมตร เป็นต้นตะเคียนทองที่สมบูรณ์และมีขนาดใหญ่ทั้งเป็นต้นไม้ที่มีความต้องการทางเศรษฐกิจประกอบกับความเชื่อเรื่องนางไม้ที่สิ่งสถิตในต้นตะเคียนทำให้ต้นตะเคียนทองเสาไห้นี้เป็นที่น่าเกรงขามสร้างความเชื่อและศรัทธาได้เป็นอย่างยิ่ง

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

TOP

วันที่ 23 เมษายน 2501 นับว่าเป็นวันประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของชาวเสาไห้ที่ต้องจารึกไว้

ประชาชมจำนวนมากร่วมกันเชิญเสาต้นตะเคียนได้ไปประดิษฐานอยู่ที่วัดสูง

โดยสร้างศาลเจ้าแม่ตะเคียนอยู่ที่หน้าพระอุโบสถ เป็นศาลากว้าง 4 เมตร ยาว 15 เมตร มีมุขออกด้านตะวันออก พื้นเมคอนกรีต มีฐานสูงก่ออิฐรองรับเสาตะเคียน  


ต่อมาเมื่อวัดสูงได้สร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่ขึ้น จึงได้ดัดแปลงศาลาการเปรียญหลังเดิมเป็นอาคารทรงไทยสวยงาม

และอัญเชิญเสาแม่นางตะเคียนมาประดิษฐานที่ศาลหลังใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2530 มาจนถึงทุกวันนี้





_MG_0686.jpg
2014-10-13 12:39


แม่นาง น้อย บุญจันเป็นชื่อของแม่นางตะเคียนที่ร่างทรงซักถามเมื่อครั้งต้องการนำเสาขึ้นมาจากน้ำเชื่อกันว่านางไม้ที่สิงสถิตในต้นตะเคียนทองนี้เป็นผู้หญิงสาว การแต่งหน้าผัดแป้งจึงเป็นวิธีสักการะอีกวิธีหนึ่งที่พบเห็นได้เป็นประจำกับหุ่นแม่นางตะเคียนภายในศาล

TOP

เสาหลักเมือง-เสาปราสาทราชวัง



   จากป่าดงพญาไฟสู่เมืองกรุง ตามเส้นทางลำน้ำเริ่มต้นจากคลองโศก ลงท่าน้ำที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ท่าเสา”

ซึ่งน้อยคนนักที่จะทราบเรื่องราวนี้นอกจากตามผู้เฒ่าผู้แก่ของหมู่บ้าน คลองโคกเป็นคลองที่น้ำจากเทือกเขาลงสู่ลำน้ำป่าสัก

แม่น้ำที่ทอดยาวไปจรดแม่น้ำเจ้าพระยาที่พระนครศรีอยุธยา มุ่งสู่พระนคร   



ผมลงเรือด่วนเจ้าพระยาล่องไปตามเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยาปลายทางท่าเรือท่าช้าง จุดหมายคือศาลหลักเมืองกรุงเทพที่ที่กล่าวในตำนานเสาร้องไห้

ตลอดทางเท้าที่ก้าวเดินสัมผัสได้ถึงเขตพระราชฐานอันเป็นพื้นที่ของพระบรมมหาราชวังซึ่งอยู่ด้านหลังวัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือที่เรียกกันว่า วัดพระแก้ว   


รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯให้จัดพระราชพิธียกเสาหลักเมืองเมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2325

ตามประเพณีโบราณในสมัยต้นรัตน์โกสินทร์ก่อนที่จะสร้างเมืองเพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมืองที่จะสร้างขึ้น




_MG_1801.jpg
2014-10-13 12:40



นักท่องเที่ยวใช้ผ้าหลากสีผูกกับเสาหลักเมืองจำลองที่จัดไว้แทนเสาหลักเมืองจริงที่ตั้งอยู่ไม่ห่างกันนัก เพื่อไหว้บูชาเป็นสิริมงคลสำหรับผู้มาเยือนเมืองหลวงแห่งนี้

TOP

    “เรื่องราวนี้ผมไม่ทราบนะ ผมทราบแต่ว่า เสาต้นแรกทางด้านขวารัชกาลที่ 1 ทรงสร้าง เสาด้านซ้ายรัชการที่ 4ทรงสร้าง”



เป็นคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่ประจำศาลหลักเมืองเมื่อครั้งที่ผมสอบถามว่า ทราบเรื่องตำนานเสาร้องไห้หรือไม่  

เสาหลักเมืองกรุงเทพต้นแรกสร้างจากไม้ชัยพฤกษ์ ประดับด้านนอกด้วยไม้แก่นจันทร์วัดเส้นผ่านศูนย์กลางที่โคนเสาได้ 29 เซนติเมตร สูง 187 นิ้ว

ด้านบนเป็นเม็ดยอดรูปบัวตูม และกำหนดให้ฝังดินลึก 79 นิ้ว พ้นดินมา 108นิ้ว ภายในเสาบรรจุดวงชะตาเมือง


แต่ภายหลังพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 ทรงแก้เคล็ดดวงเมืองโดยสร้างเสาหลักเมืองอีกต้นที่มีส่วนสูงทอนลงมา  

แกนในเป็นเสาไม้สัก  มีไม้ชัยพฤกษ์ประดับนอก  หัวเสาเป็นรูปยอดเม็ด     


หลังจากไหว้ศาลหลักเมืองพร้อมกับสอบถามเรื่องราวอันเป็นที่มาของเสาหลักเมือง

ผมเดินเรียบกำแพงพระบรมมหาราชวังเพื่อเข้าเยี่ยมชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

ซึ่งเขตพระราชฐานมีพื้นที่ในส่วนนี้ที่สามารถเข้าชมได้



      ถึงแม้เรื่องราวสร้างเสาหลักเมืองจะไม่มีส่วนเกี่ยวโยงกันนัก แต่ตำนานเสา 80 ต้นเพื่อสร้างปราสาทราชวังเมื่อครั้งสร้างกรุงรัตนโกสินทร์เมื่อปีพ.ศ. 2325

ดูจะเป็นต้นเรื่องที่เค้าโครงที่ชัดเจนกว่าเพราะการสร้างเมืองขึ้นมาใหม่หลังจากย้ายจากกรุงธนบุรี

ทางการจึงต้องการไม้เป็นจำนวนมาก ยิ่งไม้ตะเคียนทองเป็นไม้เนื้อแข็ง มีความทนทาน เหมาะที่จะมาใช้งานในการสร้างบ้านเรือน



_MG_1926-1.jpg
2014-10-13 12:42



เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครคอยเก็บรวบรวมดอกไม้บูชาที่ประชาชนนำมาไหว้ศาลหลักเมืองซึ่งจุดนี้สามารถมองไปพระบรมมหาราชวังได้แต่เรื่องราวจะเกี่ยวข้องกับตำนานเสาร้องไห้หรือไม่ยังไม่มีสิ่งยืนยัน

TOP

เสาไห้ดินแดนลุ่มแม่น้ำป่าสัก




  “ ตรงนี้ละ ที่เสาจมอยู่ แต่ที่ขึ้นจากฝั่งตรงท่าน้ำซอยวัดเสาไห้โน้น”




คุณลุงบุญนาคบอกเล่าถึงจุดที่เสาตะเคียนจมอยู่ในแม่น้ำป่าสัก ซึ่งก็เป็นจุดที่หน้า ที่ว่าการอำเภอเสาไห้ของปัจจุบัน

คุณตาตี่ยังบอกเลยว่าพ่อของลุงบุญนาคเป็นคนที่ช่วยงมเอาเสาต้นตะเคียนขึ้นในครั้งนี้ด้วย

ที่คุณลุงจดจำได้นั้นก็เพราะแก่ก็ยืนดูการเชิญเสาแม่ตะเคียนนี้ตลอดงานที่ข้างตลิ่งที่ใกล้ๆกับบ้านของคุณลุงเอง



_MG_1139.jpg
2014-10-13 12:44




แม้ว่าเวลาจะนานตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕0๑ ขณะที่คุณลุงบุญนาคยังเด็กยังจำได้ถึงจุดที่ยืนดูการเชิญเสาตะเคียนทองขึ้นจากแม่น้ำป่าสักคุณลุงบุญนาคเติบโตคู่กับลำน้ำป่าสักซึ่งปัจจุบันก็ยังหาเลี้ยงชีพด้วยการจับปลาในแม่น้ำแห่งนี้

TOP

เสาแม่นางตะเคียนเป็นเสาสักสิทธิ์ประจำคู่บ้านคู่เมืองของชาวเสาไห้เพราะหลังจากที่เชิญเสามาประดิษฐานที่วัดสูง

ประชาชนต่างก็ร่วมกันมาสักการะ ทั้งที่ด้วยความศรัทธาและความเชื่อ ซึ่งปาฏิหาริของแม่ตะคียนทองก็พบได้เรื่อยมา



_MG_7017.jpg
2014-10-13 12:46



สิ่งเหล่านี้มีปรากฏให้เห็นพบอยู่ทุกยุค ผุ้ที่ไม่เคยประสบด้วยตนเอง บางท่านอาจไม่เชื่อในสิ่งนี้  นั่นเป็นคำบอกเล่าจากลุงบุญนาค

แต่ที่เห็นได้ชัดในก็คือตลอดลำแม่น้ำป่าสักที่ไหลผ่านดินแดนที่เล่าขานตำนานเสาร้องไห้

ชาวบ้านไผ่ล้อมน้อยได้ลำน้ำแห่งนี้หล่อเลี้ยงชีพเรื่อยมา ผสมผสานเข้ากับประเพณี ความเชื่อ ความศรัทธา

ทำให้วิถีชีวิตของชาวเสาไห้มีที่ยึดเหนี่ยว รักษาขนบธรรมเนียมประเพณี สืบทอดกกันมายาวนาน

จนทุกวันนี้ชาวเสาไห้เป็นแหล่งชุมชนที่สืบสานวัฒนธรรมอีกชุมชนหนึ่ง

จนเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาสัมผัส นั่นก็เพราะว่ามี เสาคู่บ้านคู่เมืองต้นนี้นี้เอง

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

TOP

กลับไปยังรายบอร์ด