กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่
พ่อดีดี บอกผมว่าอยากให้ผมสอนตัดต่อวีดีโอ ผมต้องบอกก่อนว่าผมห่างหายจากงานด้านนี้มาหลายปี
แถมผมเพิ่งจับโปรแกรมตัวนี้ได้ยังไม่ถึงอาทิตย์เลย เมื่อก่อนตอนทำงานบริษัทผมใช้โปรแกรม Adobe
พรีเมียร์ แต่หลักการทำงานมันเหมือนกันแหละ เพียงแต่ลูกเล่น เทคนิคล้วงลึกพิสดารที่ยังซ่อนอยู่ใน
โปรแกรม AVS Video Editor ผมยังเจาะเข้าไปไม่หมด เอาเป็นว่าผมจะสอนการตัดต่อ ลงเสียง และการ
ปรับแต่งขั้นพื้นฐานนะครับ กระทู้นี้ไม่ซีเรียส ผมจะเปิดโปรแกรมทำไป แคปเจอร์หน้าจอไป อัพโหลดใส่
กระทู้ไปเรื่อย ๆ เพราะถ้าให้ผมทำเป็นวีดีโอสอน ผมก็ต้องไปหาโปรแกรมจับภาพหน้าจอเป็นภาพเคลื่อน
ไหวแล้วเอามาลงเสียงบรรยาย (ซึ่งต้องเป็นเสียงผมเองอีกนั่นแหละ) เอาเป็นว่าผมจะพยายามบอกอย่าง
ละเอียดเท่าที่จะทำได้ก็แล้วกันนะครับ

เริ่มแรก ... ไปหาโหลดโปรแกรมมาก่อนเลยครับ ผมให้ลิงค์ตรงนี้ไม่ได้นะครับ เดี๋ยวเขาจะตามมาพังบ้านบั๊ก
เสริช์กูเกิ้ลหาเอาเลยครับ เอาตัวที่แถมยาแก้ไอแค็ก ๆ มาด้วยนะครับ อ่านเอกสารกำกับ กินยาแก้ไอให้
เรียบร้อย ... เปิดโปรแกรมมาเราจะพบหน้าตาแบบนี้

001.jpg
2013-6-22 20:31
มันมีอะไรบางอย่างอยู่ในวิวไฟน์เดอร์ ...

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

ทีนี้เรามาทำความรู้จักส่วนประกอบหลัก ๆ ของโปรแกรม เริ่มจากส่วนแรกคือ บราวซ์เซอร์ หรือส่วนจัดการ
ไฟล์
002.jpg
2013-6-22 20:33


ใช้สำหรับการนำเข้าวัตถุดิบหลักของเราคือ ฟุตเทจ หรือเรียกภาษาคนธรรมดาว่าไฟล์ภาพเคลื่อนไหว
ชนิดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ .AVI , MPEG , .FLV , .QOV โปรแกรม AVS Video Editor ค่อนข้างจะทำงาน
ได้ครอบคลุมแทบทุกฟอร์แมตนะครับ ไฟล์พวกนี้เราจะ Import เข้ามาไว้ที่แฟ้ม Video ส่วนไฟล์ภาพนิ่ง
ภาพถ่ายต่าง ๆ นา ๆ ของเราก็จะ Import มาไว้ที่แฟ้ม Image และไฟล์เสียงเพลง เสียงประกอบต่าง ๆ
เราก็จะ Import มาไว้ที่แฟ้ม Audio นะครับ วิธีการ Import ไฟล์เดี๋ยวผมจะมาบอกต่อไป
มันมีอะไรบางอย่างอยู่ในวิวไฟน์เดอร์ ...

TOP

ส่วนต่อไปที่จะแนะนำคือ Monitor ที่อยู่ทางขวามือครับ จอนี้ใช้งานได้แบบสลับกันทั้งใช้ดูไฟล์ข้อมูลดิบ
และไฟล์ที่ผ่านการตัดต่อแล้วนะครับ

003.jpg
2013-6-22 20:34
มันมีอะไรบางอย่างอยู่ในวิวไฟน์เดอร์ ...

TOP

ส่วนสุดท้ายที่ผมจะแนะนำให้รู้จัก ถือเป็นหัวใจสำคัญของโปรแกรมตัดต่อวีดีโอทุกประเภท ก็คือส่วนของ
Timeline
004.jpg
2013-6-22 20:35



ส่วนนี้ใช้ในการเรียบเรียงเรื่องราวในหนังของเรา ด้านบนที่เห็นมีตัวเลขกำกับอยู่นั่นคือเวลา
เริ่มต้นที่ 0 ในตำแหน่งซ้ายมือสุด ไล่ไปทางขวามือเป็นวินาทีที่เพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ บรรทัดต่าง ๆ ในแนวตั้ง
ที่หน้าตาเหมือนเลเยอร์ในโฟโต้ช๊อป นั่นเป็นช่องให้เราใส่ภาพ ภาพนิ่ง และเสียง เข้าไปในหนังของเรานะครับ
การทำงานเหมือนเลเยอร์ในโฟโต้ช๊อปทุกประการ เปิดแสดง ซ่อน ล๊อค ...


ขั้นตอนต่อไป ... ลงมือลองทำดูดีกว่า (เดี๋ยวจะดึกดื่น ไม่ต้องหลับต้องนอนกันพอดี
มันมีอะไรบางอย่างอยู่ในวิวไฟน์เดอร์ ...

TOP

เริ่มนำเข้า ไฟล์ภาพเคลื่อนไหวก่อนเลยครับ

005.jpg
2013-6-22 20:57



เข้ามาในแฟ้ม Video แล้วคลิกปุ่ม Import

006.jpg
2013-6-22 20:59


ไฟล์ภาพเคลื่อนไหวของเราเก็บไว้ที่ไหน ไปบราวซ์หามาเลยครับ ... ห๊า ยังไม่มีเลยเหรอ รีบ ๆ เอากล้องไปถ่ายด่วนเลยครับ
ไม่ก็ไปหาโหลดหนัง AV แบบสั้น ๆ มาลองดูก่อนก็ได้ ... อุ๊บส์ !!!

007.jpg
2013-6-22 21:01


พอไฟล์ภาพเคลื่อนไหวของเราเข้ามาแล้ว ลองคลิกที่ไฟล์ดูนะครับ จอมอนิเตอร์ด้านขวามือของเราก็จะแสดงไฟล์นั้น ๆ
ลองกดปุ่ม play ดูก็ได้ครับ ตัวเลขมุมขวาล่างของจอมอนิเตอร์จะบอกความยาวของคลิปนั้น ๆ ครับ

008.jpg
2013-6-22 21:04


ทำแบบเดียวกันนี่ กับไฟล์ภาพนิ่ง และไฟล์เสียงนะครับ เวลาจะย้อนกลับไปแฟ้มอื่น ให้คลิกลูกศรใหญ่สีเขียวรูปยูเทิร์น
อันหน้าสุดนั่นแหละครับ

เฮ้อ ... พักแป๊บนึงจ๊ะ
มันมีอะไรบางอย่างอยู่ในวิวไฟน์เดอร์ ...

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

TOP

ทำความรู้จักกับ Transitions

Transitions คือการเปลี่ยนผ่านภาพ ระหว่างคลิปแต่ละคลิป ซึ่งต่อไปนี้ผมจะไม่เรียกว่าคลิป เพราะมันดูไม่โปร
ภาษาคนทำหนังเขาเรียก "ซีน" (scene) ในที่นี้เราอาจจะต้องจัดวางลำดับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในหนังของเราก่อน
ยกตัวอย่างเช่น

เริ่มต้นที่จอมืด -> ซีนแรก พัดลมหมุน ๆ ค่อย ๆ ปรากฏ -> ค่อย ๆ จางลงจนมืด -> ซีนที่ 2 ผ้าม่านไหว ๆ ค่อย ๆ ปรากฏ -> ค่อย ๆ จางลงจนมืด

เอาล่ะ พอเราเริ่มมองเห็นมโนภาพของเราแล้วก็เริ่มต้นกันเลย การ Transitions จะต้องมีอ๊อบเจคนะครับ เราต้องทำไฟล์ภาพนิ่ง
ที่เป็นฉากดำล้วน ๆ ขึ้นมาก่อน เปิดไฟล์ภาพถ่ายของเราซักภาพนึง สาดสีดำปึ๊ดลงไปให้เต็มเป็นอันเสร็จ เซฟไว้เพื่อเอามาทำเป็น
ฉากดำของเรา ในตัวอย่างของผมนี่ผมใช้ชื่อ 001 อยู่ในแฟ้ม Image

009.jpg
2013-6-22 22:22
มันมีอะไรบางอย่างอยู่ในวิวไฟน์เดอร์ ...

TOP

ลากไฟล์ 001 มาวางที่ Line for Main Video

010.jpg
2013-6-22 22:24


ลองเอาเมาส์ไปวางแล้วคลิกขวา แล้วเลือก Duration

011.jpg
2013-6-22 22:25


ในหน้าต่าง Duration ค่า Value นั่นคือค่าความยาวนานเป็นวินาทีนะครับ สำหรับภาพนิ่งเราสามารถยืดความยาวนานตรงนี้ได้ตามแต่
ใจของเราด้วยการเพิ่มค่าตรงนี้ได้เลย แต่ถ้าเป็นไฟล์ภาพเคลื่อนไหว การเพิ่มค่าตรงนี้จะมีผลทำให้วีดีโอเราเล่นช้าลง เพราะระยะ
เวลามันนานมากขึ้นจากเดิม ในทางกลับกันถ้าเราลดค่า Duration วีดีโอเราก็จะเล่นเร็วขึ้นมากกว่าปกตินะครับ

012.jpg
2013-6-22 22:27


ผมลองแก้ค่าฉากดำนี่ให้ดู จาก 00:00:05.00 เปลี่ยนเป็น 00:00:10.000

013.jpg
2013-6-22 22:27


จะเห็นว่าแถบสีดำ ๆ เพิ่มขึ้นมาเลยนะครับ ตอนนี้เราได้ฉากดำเปิดเรื่องแล้ว ย้อนกลับขึ้นไปที่แฟ้ม Video แล้วไปเอาซีนพัดลมหมุน ๆ
กับผ้าม่านไหว ๆ มาลงเรียงต่อกันไปเลยใน Line for Main Video นะครับ

015.jpg
2013-6-22 22:28


คลิกขวาที่ฉากดำอันแรกของเรา แล้วเลือก Duplicate Object เพื่อก๊อปปี้ฉากดำยาว 10 วินาที

016.jpg
2013-6-22 22:29


017.jpg
2013-6-22 22:30


จากนั้นคลิกที่ฉากดำอันที่สอง แล้วลากไปวางต่อท้ายซีนผ้าม่านไหว ๆ

018.jpg
2013-6-22 22:31


ถึงตอนนี้ก็พร้อมที่จะทำ Transitions กันแล้ว คลิกเลือก Transitions ตามลูกศรสีแดงเลยครับ

019.jpg
2013-6-22 22:32


ผมเลือก Flash Dark สำหรับงานนี้ครับ ว่าง ๆ ใครจะลองเลือกเล่นแบบอื่น ๆ ดูบ้างก็สนุกดี ลากมาใส่ในฉากดำอันแรกของเราเลย

020.jpg
2013-6-22 22:32


021.jpg
2013-6-22 22:37


จากนั้นก็ใส่ Flash Dark เข้าไปในซีนพัดลมหมุน ๆ กับผ้าม่านไหว ๆ ของเราด้วยครับ แล้วลองกด play ที่จอมอนิเตอร์เพื่อดูผล

022.jpg
2013-6-22 22:33


เท่านี้ก็จบแล้วกับบทเรียนการทำ Transitions แบบง่าย ๆ (มั้ย) ต่อไปก็คือ ... การลงเสียง

พักแป๊บเน้อ ...
มันมีอะไรบางอย่างอยู่ในวิวไฟน์เดอร์ ...

TOP

ก่อนจะไปทำงานเรื่องเสียง เราต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า ไฟล์วีดีโอที่เราใช้กล้องถ่ายมานั้น จะมีทั้งภาพเคลื่อนไหว
และเสียงที่เกิดขึ้นในขณะถ่ายทำติดมาด้วย ถ้าจะทำเป็นมิวสิควีดีโออย่างที่ผมทำ เราก็ไปตัดเสียงที่มากับไฟล์วีดีโอ
ออกไปซะ แล้วไปหาเพลง MP3 ที่อยากได้มาใส่แทน ดังนั้นไฟล์เพลงที่เราเอามาใส่จะกลายเป็นตัวหลักที่จะกำหนด
ความยาวของหนังเรา และเป็นตัวกำหนดการวางตำแหน่งของภาพเคลื่อนไหว ให้ลงตามจังหวะของเพลง

เรามาเริ่มจากการตัดเสียงออกจากซีนภาพเคลื่อนไหว คลิกขวาที่ซีนพัดลมหมุน ๆ แล้วเลือก Audio

023.jpg
2013-6-23 10:25



ที่หน้าต่าง Audio Correction จะมีจอมอนิเตอร์ให้เรา Preview ซีนของเรา และพาเลทด้านขวามือ คือการจัดการด้านเสียง

024.jpg
2013-6-23 10:26


ติ๊กเลือกในช่อง Ampilfy แล้วเลื่อนสกอร์บาร์ Gain ไปทางซ้ายมือให้สุด เท่านี้เสียงที่ติดมาตอนเราถ่ายทำก็จะกลายเป็นเงียบสนิท

025.jpg
2013-6-23 10:27


ทำอย่างนี้กับทุกซีนที่ต้องการจะตัดเสียงนะครับ จากนั้นเราก็ย้อนกลับไปที่แฟ้ม Audio เพื่อเอาไฟล์เพลงมาใส่ที่ Timeline

026.jpg
2013-6-23 10:27


คลิกเลือกไฟล์เพลง ตอนนี้จอมอนิเตอร์จะแสดงไฟล์เพลงของเรา ถ้ากดปุ่ม play เพลงเราก็จะเล่นให้ฟังนะครับ
ลากไฟล์มาวางในเลเยอร์ที่เป็นรูปไมค์ อย่างในภาพ เพลงเราก็พร้อมทำงาน ผมกดปุ่มกุญแจล๊อคตรงเลเยอร์ไมค์
เพื่อที่ไม่ว่าเราจะไปตัด ไปเพิ่มอะไรที่ Line for Main Video จะไม่มีผลกับเพลงของเรา ไม่อย่างงั้นพอเราตัดซีน
วีดีโอ มันจะมีผลที่จะหั่นไฟล์เพลงออกเป็นสองท่อนในตำแหน่งเวลาเดียวกันอีกด้วย




ต่อไปจะเข้าสู่วิธีการสำคัญอีกอย่างในการทำวีดีโอ คือการตัดส่วนที่เราไม่ต้องการออก ให้เหลือแต่จังหวะในภาพที่เราต้องการ
ผมจะลองตัดส่วนแรกของซีนพัดลมหมุน ๆ ออกซัก 1/3 วิธีการคือ ลากสกอร์บาร์บน Timeline มาในตำแหน่งที่เราต้องการ

027.jpg
2013-6-23 10:29


กดปุ่ม Split at current position

028.jpg
2013-6-23 10:30


029.jpg
2013-6-23 10:30



ด้วยวิธีการแบบเดียวกันนี่ เราจะหั่นได้ทั้งไฟล์ภาพเคลื่อนไหว และไฟล์เสียงนะครับ แต่ถ้าจะไปทำงานที่ไฟล์เสียง
อย่าลืมกดล๊อคกุญแจที่ Line for Main Video ด้วย แล้วไปปลดล็อคที่เลเยอร์ไมค์ ตัดไฟล์นี้ออก เอาไฟล์ใหม่มาต่อ
จะอย่างไรก็เชิญ ยกเว้นไฟล์ภาพนิ่ง ยืดหดความยาวใน Line for Main Video ด้วยการแก้ค่า Duration นะครับ


ต่อไปก็ เซฟไฟล์ที่เราตัดต่อ ลงเสียงจนพอใจแล้ว ออกไปเป็นหนังฝีมือเราเอง ขั้นตอนสุดท้ายแล้ว

ลูกเต้างอแง ... จะเล่นเกมส์ซะแล้ว เดี๋ยวค่ำ ๆ ผมมาต่อเรื่องเซฟงานออกไปเป็นไฟล์หนังตอนจบนะครับ
มันมีอะไรบางอย่างอยู่ในวิวไฟน์เดอร์ ...

TOP

แย่งเครื่องลูกมาได้ อาศัยจังหวะตอนกำลังหม่ำก๊วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมู บวกไข่ต้มยางมะตูม รีบ ๆ ต่อให้จบเลยดีกว่าฮะ

หลังจากที่ได้จัดเรียงซีน ทำ Transitions ระหว่างซีน ตัด-ต่อให้ลงจังหวะของเพลง สภาพบน Timeline ของผมก็จะ
ออกมาในสภาพประมาณนี้

030.jpg
2013-6-23 12:37


ลองคลิก play ที่มอนิเตอร์ ตรวจเช็คความสมบูรณ์ก่อนนะครับ จากนั้นเราก็คลิกที่ save Movie...

031.jpg
2013-6-23 12:38



ที่หน้าต่าง Save categories จะเป็นการให้เราเลือกว่าจะเซฟหนังเราให้ออกมาในฟอร์แมตไหน ซึ่งมันจะมีเรื่องความ
ละเอียดของไฟล์มาเกี่ยวข้องนะฮะ อย่างหนัง HD ความละเอียดสูง ขนาดไฟล์ก็ใหญ่โตมโหฬาร ในขณะที่ถ้าเราจะ
อัพโหดให้เพื่อน ๆ ดูในยูทูป เราอาจจะไม่ต้องการขนาดไฟล์ใหญ่มากมายอะไรนัก ผมลองเลือกแบบเซฟเป็นไฟล์
กดปุ่ม Next ได้เลยครับ

032.jpg
2013-6-23 12:38


ที่หน้าต่าง Save movie ผมเลือกฟอร์แมต Video for YouTube แล้วกดปุ่ม Next

033.jpg
2013-6-23 12:39


034.jpg
2013-6-23 12:40


เรียบร้อยแล้วครับ ลองเปิดโฟลเดอร์ดูขนาดไฟล์ ตรวจสอบความละเอียดของภาพ ความดังเบาของเสียงได้เลย
ถามผมคนที่เคยทำงานพรรค์นี้มาเยอะ ผมก็ว่าไม่ยาก เพราะผมงมโข่ง ลองผิดลองถูกมาไม่รู้เท่าไหร่แล้ว โชคดี
อย่างนึงของผมก็คือ สมัยที่ผมยังเล่นบอร์ดใต้ดิน ผมรู้จักรุ่นพี่คนนึงชื่อพี่ ซิลี่บั๊ก แกช่วยแนะนำบอกกล่าวผมหลาย
เรื่องเกี่ยวกับการตัดต่อวีดีโอ ผมจะลองเอาบางส่วนของคำสอนพี่บั๊กมาให้ดู ... ขออภัยที่เราใช้ภาษากันเองถึงขนาด


...

ถ้าหมายถึงทำภาพประกอบเพลงที่ไม่ใช่สไลด์โชว์ ก็ไม่ควรแช่ภาพเลย ต้องหาวิธีทำให้มันเคลื่อนไหวได้ เช่น ซูมภาพ(scale)
แพนภาพ(Scale+Position) เอียงภาพแล้วกล้บมาตรง(Scale+Rotate+Position) หรือสร้าง mask (Isolate มันแล้วไปซ้อนอย่างอื่น)
หรือเบลอแล้วมาชัด หรือ glow แล้วมาชัด บลาๆๆๆๆ เอาเป็นว่ามีวิธีทำเยอะสัสๆ

เรื่องเวลาการแช่ภาพที่เหมาะสม ขึ้นอยู่กับจังหวะของเพลงที่เราใช้ แต่ไม่ควรเกิน 5 วินาที( 5 วินาทีนี่ถือว่านานมากสำหรับภาพนิ่ง
เอามาทำภาพเคลื่อนไหว)

ถ้าไม่ได้ตัดต่อตามบีทของดนตรีหรือคำร้อง มันมีค่าที่นิยมใช้กีนคือ 2.13 sec (2 วินาที 13 เฟรม) สำหรับ งาน 25 และ 50 FPS
2.15 สำหรับงาน 30 และ 60 FPS นั่นเป็นเวลาที่ภาพอยู่บนจอแล้วไม่ถือว่านาน
(ไม่รวม transition จากภาพก่อนหน้านี้ พวก dissolve ต่างๆ)

ค่าที่เหมาะสมในการ transition คือ 1.15 สำหรับ 30 FPS และ 1.13 สำฟรับ 25 FPS หรือที่เรียกว่า sec dis / cross dissolve

ถ้าถามว่าค่าพวกนี้ มาจากไหน ตอบได้คำเดียวคือ กูก็ม่ายรู้ครับ แต่มันใช้ต่อๆกันมา แล้วมันก็เวิร์คดี แค่นั้นเอง

...

อย่าให้ผมอธิบาย ผมอ่านเองผมยัง งง ๆ ... ภาษาที่คนทำหนังเขาสื่อสารกันนี่แม่ง .............



เรื่องเดียวที่ผมอยากบอกตบท้าย ในงานทำหนัง เรามีศัพท์คำนึงที่ชอบพูดกันบ่อย ๆ คือ ภาษาหนัง
มันคือรูปแบบ ทรรศนคติ วิธีการ จัดเรียงซีนภาพเคลื่อนไหวแต่ละซีน ให้มันลงในจังหวะที่พอเหมาะ
กับเสียงประกอบ ไม่ว่าจะเป็นซาวด์ออนฟิลม์ (เสียงที่มากับวีดีโอตอนถ่ายทำ) ตีมเมโลดี้ (เพลงประกอบ
ที่เป็นแกนหลักของเรื่อง) และเอฟเฟ็กต์ซาวด์ (เสียงตุ๊งแช่ เบสลากสายพรืดด ตอนหม่ำโดนถาดฟาด
กบาล) มันเป็นเรื่องที่เราต้องสังเกตุในทุกครั้งที่เราดูทีวี ดูหนัง ดูมิวสิควีดีโอ ดูรายการชิงร้อยชิงร้าน
หรือแม้แต่ดู ... หนัง AV


ภาษาหนัง มีรูปแบบของมัน การซิงโครไนซ์ภาพเคลื่อนไหวที่เราเห็น กับจังหวะของเสียงที่เราได้ยิน
ส่งผลกระทบอย่างหนักกับการรับรู้ของเรา หน้าที่สำคัญตรงนี้ในหนังใหญ่ ๆ คือ ผู้ลำดับความต่อเนื่อง
ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ไม่อย่างงั้นเขาไม่แยกสาขานี้ออกมาแจกรางวัลออสการ์ นอกจากลำดับภาพยอด
เยี่ยม กำกับเสียงยอดเยี่ยม และผู้กำกับยอดเยี่ยมหรอก


อยากเป็น อยากลองทำ ... ลงมือเลย สงสัยตรงไหนมาถาม ถ้าผมบอกได้ผมบอกหมดเลย ถ้าอันไหนมัน
เกินความสามารถ เดี๋ยวผมไปถามพี่ซิลี่บั๊กมาให้ (ต้องโดนแกด่าก่อนบอกทุกทีสิน่า ... ไม่รุ้เป็นอะไรของแก)


ขอให้สนุกกับการทำหนังของเราเองครับ



(วีดีโอผมลิงค์ไม่มา ... ใครช่วยมาอีดิทให้ผมที url ตามนี้ครับ ... http://www.youtube.com/watch?v=cPtdXhp6aJ8 )
มันมีอะไรบางอย่างอยู่ในวิวไฟน์เดอร์ ...

TOP

ผมขอขอบคุณ จ่าโจ มากๆครับ
ความคิดเห็นของผมเป็นเพียงเป็นกระจกหนึ่งด้านเดียวเท่านั้น...มันอาจจะไม่ถูกต้องทุกเรื่องเสมอไปครับ

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

TOP

ผมอ่านผ่านๆ และจะกลับมาดูอย่างละเอียดอีกครั้งหลังจากที่ผมไปฝึกหัดถ่ายวีดีโอจากล้องตัวเก่ง 60D ของผมครับ
เพราะตั้งแต่ซื้อกล้องตัวนี้มาบอกตรงๆเลยว่าแค่ถ่ายตอนทดสอบกล้องโอเท่านั้นเองครับ


ว่าจะลองถ่ายวีดีโอตอนที่ไปเก็บภาพบุญบั้งไฟ แล้วลองมาตัดต่อดู ....แต่ดูเหมือนว่ามันจะขัดกัน เพราะไม่รู้จะถ่ายภาพ
หรือว่าจะถ่ายวีดีโอดี สุดท้ายกลัวไม่ได้ภาพเด็ดๆ เลยเลิกถ่ายวีดีโอเลย  ผมเห็นเขาถ่ายเขาจะแยกกันครับ ต้องเลือกอย่างได
อย่างหนึ่ง  


กระทู้นี้ต้องได้มาเก็บรายละเอียดอีกรอบครับ

ขอบคุณครับ จ่าโจ

TOP

กลับไปยังรายบอร์ด