กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่
นอกจากเทปจะสำหรับฟังเพลงแล้ว ยังเปิดนิทานให้ลูกฟังได้ด้วย


007_IMGP6624.JPG
2019-6-28 06:53



011_IMGP6860.JPG
2019-6-28 06:53



011_IMGP6866.JPG
2019-6-28 06:54



015_IMGP7134.JPG
2019-6-28 06:54



015_IMGP7136.JPG
2019-6-28 06:55

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

TOP

010_IMGP6837.JPG
2019-6-28 06:57



สมัยก่อนเราซื้อเทปเปล่าแล้วเลือกเพลงที่ต้องการอัดลงเทปได้ มีร้านทำให้


010_IMGP6838.JPG
2019-6-28 06:57

TOP

006_IMGP6552.JPG
2019-6-28 07:00


สมัยก่อนซื้อรถก็มีคำแนะนำการใช้ เปิดจากเทปด้วย  อันนี้เป็นของ honda accord น่าจะเป็นรุ่นตาเพชร รุ่นแรก


006_IMGP6554.JPG
2019-6-28 07:00

TOP

การไปค้นเทปคาสเซ็ตเก่าๆคราวนี้  ดีใจมากที่ไปเจอ เทปวงกรรมาชน ของมหาวิทยาลัยมหิดลที่ผมเรียนและจบออกมา  สมัย 14 ตุลา เด็กรุ่นหลังคงไม่รู้จัก มาดูกันครับที่เสียดายคือหายไปหลายม้วน


014_IMGP7043.JPG
2019-6-30 06:22



เภสัชกรกุลศักดิ์ เรืองคงเกียรติ หรือ จิ้น กรรมาชน หัวหน้าวง “กรรมาชน” ซึ่งเป็นวงดนตรีเพื่อชีวิต ที่ก่อเกิดจากนักศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ในช่วง เหตุการณ์ 14 ตุลา

จิ้น เกิดที่กรุงเทพ เรียนชั้นมัธยมศีกษาที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เริ่มเล่นดนตรีครั้งแรกในวงดุริยางค์ของโรงเรียน ต่อมาได้เข้าเรียนในระดับอุดมศึกษาที่คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในปี 2516 และได้เข้าร่วมในวงดนตรี “ลูกทุ่งวิดยา-มหิดล” จนกระทั่งในช่วงปิดเทอมเดือนมีนาคมปี 2517 ได้มีโอกาสไปออกค่ายในโครงการเผยแพร่ประชาธิปไตย ที่ อำเภอท่าตะโก นครสวรรค์ จึงเกิดแรงบันดาลใจที่จะทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม หลังจากกลับมาจึงรวมวงในรูปแบบใหม่ โดยมี องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดลสนับสนุน และได้เล่นเปิดวงครั้งแรกในงาน 14 ตุลาคม 2517 ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยใช้ชื่อวงว่า “กรรมาชน” อันนำมาจากชื่อหนังสือที่แจกหน้าหอใหญ่ในงานนั่นเอง

วงกรรมาชนมีการบันทึกเทปครั้งแรก ประมาณปี พ.ศ. 2517 มีเพลง กรรมาชน, คนกับควาย, ข้าวคอยฝน, เปิบข้าว, เพื่อมวลชน, กูจะปฏิวัติ, ชาวนารำพึง, แสง, เจ้าพระยาฮาเฮ, สู้ไม่ถอย, มาร์ชประชาชนเดิน

วงกรรมาชนมีการบันทึกเทปครั้งที่ 2 ประมาณปี พ.ศ. 2518 มีเพลง อินโดจีน, รักชาติ, ใช้ของไทย, โปสเตอร์, เสียงเพรียกจากมาตุภูมิ, รำวงเมย์เดย์, บ้านเกิดเมืองนอน, ศักดิ์ศรีแรงงาน


014_IMGP7044.JPG
2019-6-30 06:22



รมาชน ได้มีบทบาทต่อการเคลื่อนไหวทางการเมืองในขณะนั้นเป็นอย่างมาก จิ้นได้เข้าร่วมในการประท้วงหลายครั้ง และมีการแต่งเพลงเพื่อนำมาเล่นในวง เช่น เพลงแสง อันเกิดจากกรณีลอบสังหาร “แสง รุ่งนิรันดร์กุล” ผู้นำนักศึกษาคนหนึ่งในสมัยนั้น กรรมาชนได้มีบทบาทเรื่อยมาจนกระทั่งถึงเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ก็ต้องกระจัดกระจายกันออกไป จิ้นจำเป็นต้องหลบหนีเข้าเขตป่าเขา และได้มีโอกาสศึกษาดนตรีชั้นสูงร่วมกับศิลปินปัญญาชนคนอื่นๆ ที่ประเทศจีน จนกระทั่งเหตุการณ์คลี่คลายลงได้เดินทางกลับประเทศไทย

ภายหลังที่จิ้นเข้าเมืองแล้วก็ได้รวมเพื่อนเก่าจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ร่วมกันทำผลงานเพลงขึ้นมาอีก ในราวปี 2532 โดยใช้ชื่อว่า “วงพันดาว” มีเทปออกมา 1 ชุด โดย จิ้นได้แต่งเพลงในชุดนี้ด้วยคือ เก็บข้าวโพด, มาตุภูมิ, ฮุยเลฮุย

ภายหลัง จิ้น กรรมาชน ออกผลงานเดี่ยวชุด เพื่อมาตุภูมิ ในปี 2532 กับค่ายครีเอเทีย อาร์ติสต์ โดยมี จิรพรรณ อังศวานนท์ เป็นโปรดิวเซอร์ และทีมงานกลุ่ม บัตเตอร์ฟลาย มีส่วนในการทำงานดนตรีของอัลบั้มนี้อีกด้วย


014_IMGP7062.JPG
2019-6-30 06:22


หลังการรัฐประหาร พ.ศ. 2549 จิ้นได้ร่วมเคลื่อนไหวต่อต้านการรัฐประหารกับแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) จนกระทั่งหลังการเลือกตั้ง พ.ศ. 2550 พรรคพลังประชาชนได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นปก. ซึ่งเปลี่ยนชื่อเป็น แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จึงยุติบทบาทไประยะหนึ่ง จนกระทั่งเกิดการสลับขั้วทางการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นปช. จึงกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง และเคลื่อนไหวต่อต้านพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ และรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทั้งในช่วงการชุมนุมใหญ่ เมื่อเดือนมีนาคม-เมษายน พ.ศ. 2552 และเดือนมีนาคม-เมษายน พ.ศ. 2553 จิ้นได้แต่งเพลงให้ นปช. หลายเพลงด้วยกัน เช่น มาร์ชแดงทั้งแผ่นดิน, นักสู้ธุลีดิน, เดิมพัน, ปณิธานแห่งเสรีชน, เอาคืน, สีแดง, วันของเรา และอีกหลายๆ เพลง

ปัจจุบันจิ้นประกอบอาชีพเภสัชกร

TOP

ก่อนจะหมดยุคของเทปคาสเซ็ตนั้น มีเครื่องเล่นเทปที่วันรุ่นยุคนั้นนิยมพกพาไปฟังนอกบ้านเสียบหูฟังเหมือนไอโฟนยุคปัจจุบัน นั่นคือ วอร์คแมน


08_IMGP3732.JPG
2019-6-30 06:27



วอล์คแมน (อังกฤษ: Walkman) เป็นแบรนด์เครื่องหมายการค้ากับเครื่องเล่นเพลงพกพาและวิดีโอพกพา รุ่นแรกที่ออกคือ TPS-L2 ที่ญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 1979 ที่มาของวอล์คแมน มาจาก อมกิโอะ โมริตะ และ มาซารุ อิบุกะ ที่ได้มีการจับเอาเครื่องเล่นคาสเส็ตเทปทั่วไปมาพัฒนาเป็นเครื่องเล่นคาสเส็ตเทปส่วนบุคคล ในปี พ.ศ. 2522 ด้วยการตัดฟังก์ชันบางอย่างไป คือ การบันทึกเสียง กับลำโพง แต่เพิ่มฟังก์ชันพิเศษมาคือ วงจรสเตริโอที่ใช้กับเฮดโฟน ซึ่งทำให้เครื่องเล่นเทปนี้มีขนาดเล็กลง


08_IMGP3733.JPG
2019-6-30 06:27


วอล์คแมนได้ออกผลิตภัณฑ์มาหลายรูปแบบ ตั้งแต่เทปคาสเส็ต ซีดี มินิดิสก์ เอ็มพี 3 มากกว่า 300 รุ่น และขายได้มากกว่า 200 ล้านเครื่อง (ข้อมูล กันยายน 2551) นอกจากนั้น คำว่าวอล์คแมนยังเป็น Sub brand ของโซนี โดยได้นำเอาชื่อของวอล์กแมน มาใช้เป็นรุ่นในโทรศัพท์มือถือของ โซนีอีริกสัน ตระกูลวอล์คแมนโฟน


08_IMGP3735.JPG
2019-6-30 06:28



เป็นข่าวที่อ่านแล้วต้องถามซ้ำว่า "ยังผลิตอยู่จริงๆ เหรอ"

โซนี่เปิดตัว Walkman เครื่องแรกในปี 1979 และกลายเป็นปรากฎการณ์ระดับโลก เวลาผ่านมา 30 กว่าปี โซนี่ขาย Walkman ออกไปได้แล้ว 400 ล้านเครื่อง ในจำนวนนี้ 200 ล้านเครื่องเป็นแบบใช้เทปคาสเซ็ต

Walkman รุ่นใช้เทปล็อตสุดท้ายผลิตเมื่อเดือนเมษายน 2010 ส่วนรุ่นที่ใช้ CD และ MD ยังผลิตต่อไป

เมื่อต้นปี โซนี่ยกเลิกการผลิต Floppy Disk เช่นกัน


08_IMGP3736.JPG
2019-6-30 06:28


ผ่านวันเกิดปีที่ 35 ไปแล้ว สำหรับเครื่องเล่นเพลงพกพา "วอล์คแมน" ผลงานที่สร้างชื่อให้กับบริษัทโซนี่ของญี่ปุ่น กับจุดริเริ่มของการปฏิวัติการฟังเพลงทุกที่ ทุกเวลา พกไปไหนมาไหนได้ ด้วยตลับเทปคาสเซ็ท ผ่านสู่ยุคเพลงดิจิตอล...


08_IMGP3738.JPG
2019-6-30 06:28



สำหรับคนที่เกิดทันยุค '80S ย่อมรู้จักเครื่องเล่นเพลงพกพาที่ชื่อ 'วอล์คแมน' (Walkman) ของโซนี่ เป็นอย่างดี นี่เป็นสิ่งที่ปฏิวัติการฟังเพลงของคนจากระบบอะนาล็อก แผ่นไวนิลราคาแพง มาสู่สื่อบันทึกที่ใช้แถบแม่เหล็กราคาประหยัดกว่าอย่างเทปคาสเซ็ท แต่เครื่องเล่นเทปคาสเซ็ทสมัยนั้นมีขนาดใหญ่ เทอะทะ จะให้แบกเครื่องเล่นสเตอริโอไปไหนมาไหน ก็เกรงว่าจะไม่ใช่ทางออกที่ดีนักแม้คนยุคนั้นจะทำไปแล้วก็ตาม


08_IMGP3741.JPG
2019-6-30 06:28


ย้อนกลับไปในยุคปี 1972 นักประดิษฐ์ลูกครึ่งชาวเยอรมัน-บราซิล แอนเรียส พาเวล ได้คิดค้นเครื่องเล่นคาสเซ็ทพกพา ชื่อว่า "สเตอริโอเบลท์" และจดสิทธิบัตรในเวลาต่อมาที่ประเทศอิตาลี ในปี 1977 จากนั้นจึงตามไปจดในสหรัฐอเมริกา เยอรมนี สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น แต่ว่า สหรัฐฯ และอังกฤษปฏิเสธคำขอดังกล่าวไป

ในปี 1978 โซนี่ได้ประดิษฐ์ต้นแบบของเครื่องเล่นได้สำเร็จ โดยวิศกรของแผนกเครื่องเสียง นามว่า โนบุโทชิ คิฮะระ เพื่อให้ มาซารุ อิบุกะ ประธานร่วมของบริษัทโซนี่ ที่มีความต้องการจะฟังโอเปราระหว่างที่เดินทางข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก ด้วยการเอาเครื่องเล่นคาสเซ็ทมาตัดเอาลำโพงกับระบบอัดเสียงออกแล้วใส่วงจรและช่องเสียบหูฟัง ทำให้เหลือขนาดเล็ก พอจะสามารถพกพาได้ แต่ต่อมาได้ถูกผลิตเพื่อวางจำหน่ายในตลาดที่ญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 1 ก.ค.1979 ในชื่อ "วอล์คแมน" รุ่นแรกที่ออก คือ TPS-L2 และในชื่อ "ซาวด์อะเบาท์" สำหรับการจำหน่ายในต่างประเทศ เช่น สหรัฐฯ ช่วงปี 1980 หรือ "ฟรีสไตล์" ในสวีเดน และ "สโตว์อะเวย์" ในอังกฤษ เป็นต้น

ผลงานภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซท์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ หากชื่นชอบหรือต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาแชร์ลิ้งค์กระทู้ไปนะคะ ขอบคุณคะ ^_^

TOP

หลังจากที่จำหน่ายวอล์คแมนรุ่นแรกไปในปี 1980 โซนี่จึงเริ่มที่จะเจรจากับ พาเวล จนมาในปี 1986 ได้ข้อสรุปว่า โซนี่ยินดีจ่ายส่วนแบ่งรายได้แก่ พาเวล แต่เฉพาะยอดขายในเยอรมนีที่มีการจำหน่ายอยู่แค่ไม่กี่รุ่น และไม่ยอมรับว่า พาเวล เป็นผู้ประดิษฐ์เครื่องเล่นชนิดนี้คนแรก

ในปี 2001 พาเวล ต่อสู่กับเรื่องนี้อีกครั้ง โดยยื่นฟ้องร้องต่อศาลในหลายประเทศ ด้วยสิทธิบัตรการประดิษฐ์ของเขา โซนี่จึงหันกลับมาเจรจากับพาเวลอีกรอบ จนได้ข้อสรุปในปี 2003 โดยมีรายงานว่า เขารับส่วนเงินจำนวน 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นค่าเสียหาย และได้รับเงินส่วนแบ่งการขายวอล์คแมนบางส่วนจากโซนี่ รวมทั้งการยอมรับอย่างเป็นทางการจากโซนี่ว่า เขา คือ ผู้ประดิษฐ์เครื่องเล่นสเตอริโออย่างแท้จ

วอล์คแมน เครื่องแรก คือ รุ่น TPS-L2 เป็นเครื่องเล่นทรงสี่เหลี่ยม ทำมาจากโลหะ สีน้ำเงินตัดกับสีเงิน ถือเป็นเครื่องเล่นสเตอริโอส่วนตัวแบบพกพาและมีราคาถูกเครื่องแรกของโลก ออกวางจำหน่ายที่ญี่ปุ่นในวันที่ 1 ก.ค.1979 ในสหรัฐฯ ปี 1980 และในอังกฤษ หลังจากนั้นไม่นาน จุดโดดเด่นของเครื่องเล่นรุ่นนี้ คือ มากับสเตอริโอเพลย์แบ็ก และช่องเสียหูฟัง 2 ช่อง ด้วยเหตุผลที่ต้องการให้คน 2 คน สามารถฟังเพลงได้พร้อมๆ กัน (หูฟังยุคนั้นยังเป็นแบบที่คาดหัว ไม่ใช่สาย 2 เส้น) โดยในกล่องมากับหูฟังรุ่น MDR-3L2 headphones ทั้งนี้ หลังจากมีชื่อเรียกในการจำหน่ายมาสารพัด โซนี่ก็เลือกใช้ชื่อ "วอล์คแมน" อย่างเป็นทางการ

วอล์คแมน ได้ออกผลิตภัณฑ์เครื่องเล่นมาหลายรูปแบบ บนสื่อบันทึกแบบต่างๆ ตั้งแต่เทปคาสเซ็ท ซีดี มินิดิสก์ และหน่วยความจำแฟลชเมมโมรี สำหรับเอ็มพี 3 รวมแล้วมากกว่า 300 รุ่น โดยมีทั้งที่ประสบความสำเร็จ หรือออกมาแล้วล้มเหลว ไม่ได้รับความนิยม แต่ในส่วนของยอดขาย โซนี่ขายวอล์คแมนรวมได้มากกว่า 200 ล้านเครื่อง (ข้อมูล กันยายน 2551) นอกจากนั้น คำว่า วอล์คแมน ยังเป็น Sub brand ของโซนี โดยได้นำเอาชื่อของ วอล์คแมน มาใช้เป็นรุ่นในโทรศัพท์มือถือของ โซนีอีริกสัน ตระกูล วอล์คแมนโฟน และปัจจุบันกลายเป็นชื่อที่ใช้เรียก ฟังก์ชั่นเล่นเพลง บนสมาร์ทโฟนโซนี

TOP

การพัฒนาของเครื่องเล่นเทปวอล์คแมนมีมาต่อเนื่อง จนปี 2009 มีการผลิต รุ่น WM-GX788 ที่มีวางจำหน่ายในไม่กี่ประเทศ เช่น เกาหลีใต้ เวียดนาม และในญี่ปุ่น ที่รุ่นนี้จะมีแบตเตอรี่แพ็ก ที่เรียกกันว่า "แท่งหมากฝรั่ง" แทนก้อนถ่านแบบ AA และให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่ารุ่นที่มีราคาถูก รวมถึงใส่ระบบเลือกเพลง และกลับหน้าอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม นี่เป็นยุคขาลงของวอล์คแมน ที่เริ่มก้าวไม่ออก ผู้คนเริ่มไม่ใช้เทปคาสเซ็ท มีจำนวนหนึ่งที่ใช้ในการเรียน หรือสอนภาษา แต่สุดท้ายก็เริ่มเปลี่ยนมาใช้แผ่นซีดี ผนวกกับการมาของเอ็มพี 3 และพ็อดแคส อยู่ดี


โซนี่ ผลิตเครื่องเล่นเทปวอล์คแมน (Cassette Based) มาจนถึงปี 2010 จึงหยุดการผลิตอย่างเป็นทางการในญี่ปุ่น แต่ยังคงการผลิตในประเทศจีนไว้ เพื่อจำหน่ายในต่างประเทศ จนกระทั่ง วอล์คแมน จากสายการผลิตลอตสุดท้ายออกไป ก็ไม่ได้มีการผลิตออกมาอีก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของเครื่องเล่น MP3 แบบพกพา ที่มีราคาถูก แต่เหตุผลหลักจริงๆ คือ การมาของเครื่องเล่นคอมแพ็กดิสก์ ในยุค 90 นั่นเอง


ผ่านวันนั้นมาจนถึงวันนี้ วิถีชีวิตของผู้คนเปลี่ยนแปลงไป การฟังเพลงยุคนี้หันมาฟังจากสมาร์ทโฟน หรือเครื่องเล่นเอ็มพี 3 ที่ปฏิวัติการฟังเพลงสู่ยุคดิจิตอล อย่างแท้จริง วอล์คแมน ก็ผันเปลี่ยนตัวเองเข้าสู่ยุคดิจิตอลตามเทรนด์เทคโนโลยีเช่นเดียวกัน แม้ว่าเครื่องเล่นในยุคใหม่จะทำได้หลากหลายฟังก์ชั่นกว่าเป็นแค่เครื่องเล่นเพลง เพราะสามารถใช้เล่นเกม เป็นระบบนำทาง รวมทั้งเข้าอินเทอร์เน็ตได้ แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า วอล์คแมน และ เทปคาสเซ็ท คือ ผู้บุกเบิกให้เสียงดนตรีติดตัวไปกันผู้คนทุกที่นั่นเอง

TOP

กลับไปยังรายบอร์ด